สภาการพยาบาลฯ ได้ให้แนวทางการปฏิบัติงานมีบทบาทหน้าที่ผู้ปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูงดังนี้
"ขอบเขตและสมรรถนะการปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูง"
การปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูง หมายถึง การกระทำการพยาบาลโดยตรงแก่ผู้ใช้บริการ กลุ่มเป้าหมาย หรือ กลุ่มเฉพาะโรคที่มีปัญหาซับซ้อน ซึ่งต้องอาศัยความชำนาญและทักษะการพยาบาลขั้นสูง ในการจัดการรายกรณีหรือใช้วิธีการอื่นๆ การจัดระบบการดูแลผู้ป่วยเฉพาะกลุ่มหรือเฉพาะโรคที่มีประสิทธิภาพ ให้เหตุผลและตัดสินใจเชิงจริยธรรรม โดยบูรณาการหลักฐานเชิงประจักษ์ ผลการวิจัย ความรู้ ทฤษฎีการพยาบาลและทฤษฎีอื่นๆ ที่เป็นปัจจุบัน มุ่งเน้นผลลัพธ์ทั้งระยะสั้นและระยะยาว พัฒนานวัตกรรมและกระบวนการดูแลในกลุ่มผู้ใช้บริการกลุ่มเป้าหมายหรือ กลุ่มเฉพาะโรคอย่างต่อเนื่อง และเป็นที่ปรึกษาให้กับผู้ร่วมงานในการพัฒนาความรู้และทักษะงานเชิงวิชาชีพ ตลอดจนติดตามประเมินคุณภาพและจัดการผลลัพธ์โดยใช้กระบวนการวิจัยเชิงประเมินผลในการดูแลผู้ใช้บริการกลุ่มเป้าหมาย หรือ กลุ่มเฉพาะโรคที่มีปัญหาซับซ้อน
สมรรถนะให้ผู้ปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูง หรือ มีความสามารถดังนี้
1 การพัฒนา จัดการ และกำกับระบบการดูแลกลุ่มเป้าหมาย หรือ เฉพาะกลุ่มหรือเฉพาะโรค (Care Management)
2 การดูแลกลุ่มเป้าหมาย หรือ กลุ่มเฉพาะโรคที่มีปัญหาสุขภาพซับซ้อน (Direct Care)
3 การประสานงาน (Collaboration)
4 การเสริมสร้างพลังอำนาจ (empowering) การสอน (educating) การฝึก (coaching) การเป็นพี่เลี้ยงในการปฏิบัติ (mentoring)
5 การให้คำปรึกษาทางคลินิกในการดูแลผู้ป่วยหรือผู้ใช้บริการกลุ่มเป้าหมายตนเองเชี่ยวชาญ (Consultation)
6 การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agent)
7 การให้เหตุผลทางจริยธรรมและการตัดสินใจเชิงจริยธรรม (Ethical reasoning and ethical decision making)
8 การใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-Based Practice)
9 การจัดการและประเมินผลลัพธ์ (outcome management and evaluation)
ปัจจุบันเมื่อผ่านสอบการรับรองวุฒิบัตรแล้ว APNs จะนำแนวทางนี้มาใช้ในการปฏิบัติงาน ตามสาขาฯและในกลุ่มเป้าหมายที่ตนเองได้รับการรับรองวุฒิบัตร
24 ตค2551 มีโอกาสรับการสัมภาษณ์เรื่องการปฏิบัติงานในฐานะAPN of Trauma
โดย ดร. สิริอร สินธุ คณะ เข้าสัมภาษณ์ผู้รับผิดชอบงานเฉพาะทางกลุ่มโรคของสปสช ที่มีการดำเนินการในโรงพยาบาล จะนำหัวข้อ Personal Data มาแลกเปลี่ยน
Personal Data = ข้อมูลของกลุ่มโรค(เฉพาะราย)ที่APNsรับผิดชอบ
จะเกิดประโยชน์ ทั้งตัวAPNs และองค์พยาบาล อย่างไร ?
ปัจจุบันมีการเก็บข้อมูลผู้ป่วยเพื่อนำมาวิเคราะห์โอกาสพัฒนาร่วมกับทีมผู้ร่วมดูแล เช่น ในกลุ่มผู้ป่วยอุบัติเหตุ เรามีการพัฒนาระบบTrauma Registry (ทะเบียบผู้ป่วยอุบัติเหตุ) ตามข้อมูลที่สปสช.ต้องการ
เท่าที่เข้าใจ APNs ยังขาดการเก็บข้อมูลเฉพาะรายที่รับผิดชอบเพื่อนำมาจัดการในรูปแบบของ Case Manager
อย่างไรก็ตาม รูปแบบของข้อมูล Personal Data นี้ จะต้องออกแบบโดย ผู้ปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูง
ซึ่งคาดว่าอนาคตอันใกล้นี้ ทั้งAPNs และองค์พยาบาล นาจะได้รับประโยชน์จากข้อมูลในส่วนนี้
เพื่อใช้มาพัฒนางาน และบทบาทการพยาบาลขั้นสูง และเพื่อการต่อรองต่างๆต่อไป
ขอบคุณที่นำมาเล่าต่อค่ะ
พี่ได้บันทึกไว้ที่นี่ค่ะ
เมื่อสภาการพยาบาล..มาตามดูพวกเราในฐานะพยาบาลผู้จัดการหรือพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ
อาจารย์บอกว่า สิ่งที่ทำต้องเขียน ถ้าไม่เขียนไม่รู้ว่าใครจะรู้ว่าเราทำ
ดังนั้นข้อมูลต่างๆหรือ pre arest sign เราจะต้องสามารถทำได้ เมื่อทำแล้วไม่บันทึกใครจะรู้ว่าเป็นผลงานของพยาบาล ว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของทีม แต่ไม่ใช่ psudo team
อาจารย์เล่าให้ฟังว่า... ผลงานการสร้างตึกเป็นของวิศวกร แต่ใครจะรู้ไหม ถ้าไม่มีคนงาน ตึกจะเสร็จไหม แต่เมื่อสร้างตึกเสร็จ ผลงานที่ได้ไม่ใช่ผลงานของ..คนงาน
อาจารย์บอกว่า...ไม่อยากให้เราเป็นเช่นนั้น
ขอบคุณคะ่พี่แก้ว
เชื่อว่าการรับสัมภาษณ์ครั้งทำให้ตัวAPNs และพยาบาลส่วนอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ปบริหารและ Diseaes Manager น่าจะได้รับทราบข้อมูลที่มีประโยชน์ เพื่อนำมาพัฒนาหน่วยงานสู่ทิศทางที่เหมาะสมต่อไป