GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

แนะนำเทคนิคการเขียนยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ และผลผลิต

เทคนิคการเขียนยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ และ ข้อผิดพลาดที่พบเสมอ

ในเอกสารแนวทางการประเมินความคุ้มค่าฯ บทที่ 4 กล่าวถึง การจัดทำตัวชี้วัดเพื่อการประเมินความคุ้มค่า  มีเนื้อหาน่าสนใจ  จึงนำมาเล่าต่อ ในส่วนคำแนะนำการทำตัวชี้วัดที่มีลำดับชั้นตามโครงสร้างยุทธศาสตร์ที่ถูกต้อง..

   หลักการ

     โครงสร้างแผนงบประมาณในระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์  กำหนดลำดับชั้นจากบนลงล่าง เป็น 4 ระดับ  ดังนี้

  1.       ระดับยุทธศาสตร์ของรัฐบาล  ที่กำหนดเป้าหมายยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน  พร้อมตัวชี้วัดความสำเร็จของรัฐบาลที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมในทางที่พึงปรารถนา เรียกว่า "National Policy  Indicator) " หรือ  " Impact  Indicator" ในระดับรัฐบาล

  2.       ระดับยุทธศาสตร์กระทรวง  ที่กำหนดเป้าหมายการให้บริการสาธารณะเฉพาะด้านที่ชัดเจน  พร้อมตัวชี้วัดความสำเร็จของกระทรวงที่มีต่อผลประโยชน์ของกลุ่มสังคมที่เป็นเป้าหมาย เรียกว่า " Ministerial  Policy Indicator" หรือ  " Impact  Indicator" ในระดับกระทรวง

  3.      ระดับกลยุทธ์ระดับกรม  ที่กำหนดเป้าหมายให้บริการระดับกรมที่ชัดเจน  พร้อมตัวชี้วัดความสำเร็จของหน่วยงานที่มีต่อกลุ่มเป้าหมายผู้รับบริการและลักษณะผลประโยชน์เฉพาะ หรือผลลัพธ์ " Outcome   Indicator"

  4.      ระดับกิจกรรมที่กำหนดกิจกรรมหลัก  นำส่งผลผลิตที่ชัดเจน  พร้อมตัวชี้วัดความสำเร็จเมื่อสิ้นสุดกระบวนการ จัดทำกิจกรรมหลัก เรียกว่า " Output  Indicator"

  เทคนิคการเขียน

  1.   คำกริยาที่ใช้เขียนยุทธศาสตร์ ( ของรัฐบาลและของกระทรวง) ใช้คำกริยานามธรรม และต้องแสดงทิศทางของยุทธศาสตร์หรือนโยบาย เช่น

               -  " ขยาย/ เพิ่ม  / พัฒนา   "  เพื่อการรุก

               -  " ปรับปรุง   "         เพื่อการแก้ไขส่วนด้อย

               -   " คงสภาพ  "      เพื่อเป็นการประคองตัว

                -  " ตัดทอน  "     เพื่อการยุติส่วนที่ควรเรียก

    2.    คำกริยาที่ใช้เขียนกลยุทธ์  ใช้คำกริยากึ่งรูปธรรม และต้องแสดงแนวทางเพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์ เช่น

              - " ส่งเสริม  "   หรือ " สนับสนุน  "   เพื่อขยายกลุ่มผู้รับผลประโยชน์ในสังคม

             - " เสริมสร้าง  "  หรือ " สร้างเสริม "   เพื่อปรับปรุงองค์กรเพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต " รักษาความเชี่ยวชาญ"  หรือ  " รักษาสถานภาพ" เพื่อคงสภาพขององค์กรในยามวิกฤติ  และ "ทบทวน" เพื่อพิจารณาตัดทอนงานที่ควรยกเลิก หรือ ถ่ายโอนให้หน่วยงานอื่น  เป็นต้น

    3.   คำกริยาที่ใช้เขียนกิจกรรมหลักนำส่งผลผลิต  ต้องแสดงวิธีการหลักที่เป็นรูปธรรมให้กับแนวทางที่กำหนดในระดับกลยุทธ์  เช่น

            -  เผยแพร่สารสนเทศให้แก่ผู้รับบริการ (เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมที่ดีในด้าน.......) 

            -  ก่อสร้างศูนย์บริการในระดับชุมชน ( เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมที่ดีในด้าน........)

            -  จัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่เครือข่าย (เพื่อสนับสนุนเครือข่ายให้เป็นแกนนำในการป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชน)

           -   ฝึกอบรมให้แก่เจ้าหน้าที่ ( เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะในการให้บริการ)

           -   จัดทำระบบข้อมูลพื้นฐานให้มีประสิทธิภาพให้แก่เจ้าหน้าที่  ( เพื่อสร้างเสริมขีดความสามารถในการวางแผนและประเมินผล)

           -  กำหนดมาตรฐานการให้บริการที่มีคุณภาพเพื่อสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้รับบริการ

      ข้อผิดพลาดที่พบเสมอในการเขียนยุทธศาสตร์  กลยุทธ์ และผลผลิตกิจกรรม

  1.      เขียนยุทธศาสตร์หรือนโยบายด้วยคำกริยาในระดับกลยุทธ์หรือคำกริยาในระดับกิจกรรม เช่น   ยุทธศาสตร์ส่งเสริมศักยภาพบุคลากรของผู้ให้บริการ  (ซึ่งไม่ได้บอกว่าสังคมไทยจะได้ผลประโยชน์ที่เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นอย่างไร)  ยุทธศาสตร์ให้ความรู้เจ้าหน้าที่ในการให้บริการ   ยุทธศาสตร์จัดทำระบบสารสนเทศ (ซึ่งไม่ได้บอกว่าประชาชนจะได้รับบริการที่เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นอย่างไร)   กรณีนี้มักเกิดขึ้นกับหน่วยงานที่ผู้บริหารขาดความเข้าใจเกี่ยวกับระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์ และยึดติดกับระบบงบประมาณแบบแสดงรายการ

  2.      เขียนกลยุทธ์หรือแนวทางตอบสนองยุทธศาสตร์ด้วยคำกริยาในระดับกิจกรรม  เช่น  กลยุทธ์ก่อสร้างอาคาร (ซึ่งบอกว่าจะผลิตอะไร  แต่ไม่ได้บอกว่ากลุ่มเป้าหมายผู้รับผลประโยชน์เป็นใครและจะได้ผลประโยชน์ในลักษณะใด)  กลยุทธ์จัดซื้อครุภัณฑ์(ซึ่งบอกว่าจะซื้ออะไร  แต่ไม่ได้บอกว่าถ้านำครุภัณฑ์มาใช้แล้ว  กลุ่มเป้าหมายผู้รับผลประโยชน์เป็นใครและจะได้ผลประโยชน์ในลักษณะใด)  กลยุทธ์ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ (ซื่งบอกว่าจะฝึกอบรมใคร  แต่ไม่ได้บอกว่าถ้าฝึกอบรมแล้ว  กลุ่มเป้าหมายผู้รับผลประโยชน์ เป็นใครและจะได้ผลประโยชน์ในลักษณะใด)  กรณีนี้มักเกิดขึ้นกับหน่วยงานที่ผู้บริหารเคยชินกับการทำงานในสถานภาพเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติและขาดความเข้าใจเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างผลลัพธ์และผลผลิต

  3.      เขียนกิจกรรมหลักนำส่งผลผลิตด้วยคำกริยาที่แสดงขั้นตอนการจัดทำกิจกรรมแทนที่จะแสดงกิจกรรมหลัก เช่น  ออกแบบอาคาร  (ซึ่งเป็นขั้นตอนหนึ่งของกิจกรรมก่อสร้างอาคาร)  ประกวดราคา (ซึ่งเป็นขั้นตอนหนึ่งของกิจกรรมจัดซื้อครุภัณฑ์)  สรรหาวิทยากรฝึกอบรม (ซึ่งเป็นขั้นตอนหนึ่งของกิจกรรมฝึกอบรม)  กรณีนี้มักเกิดขึ้นกับหน่วยงานที่ผู้บริหารขาดความเข้าใจในการจัดทำแผนกลยุทธ์ของหน่วยงาน และเข้าใจว่าการจัดทำแผลกลยุทธ์ (Strategic  Plan) กับการจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action  Plan) เป็นเรื่องเดียวกัน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 218563
เขียน:
แก้ไข:
ดอกไม้: 1
ความเห็น: 8
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (8)

สวัสดีครับ

กำลังทำอยู่เช่นกันครับ แต่ไม่ใหญ่มาก แค่หน่วยงานเล็ก ๆน่าสนใจครับ เดี่ยวขอนำไปดูบ้างนะครับ

หากใช้ strategy mapping จะช่วยได้มากครับ เพราะ มันเริ่มจาก เป้าหมาย จากลูกค้า หรือผู้รับบริการ แล้วแตกลงมาสู่ กิจกรรม ที่เป็นเหตุและผลกัน ต้องตอบคำถามเป้าหมายให้ได้ จะทำให้ ได้กิจกรรมที่สอดคล้องกับเป้าหมายจริงๆครับ

สวัสดีคะ

แวะมาทักทาย และอ่านสิ่งดีๆ คะ มีประโยชน์มากคะ

ขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆ คะ

  • สวัสดีค่ะ
  • ขอบคุณมากค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ มีประโยชน์มากๆเลยค่ะ ขออนุญาตนำไปใช้นะคะ ... การเขียนแผนเป็นสิ่งที่มีความสำคัญกับองค์กร หากไม่มีแผนก็คงคล้ายๆกับไม่มีถนนไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ... 

สวัสดีค่ะขอบคุณค่ะสำหรับข้อมูลดี ๆ และมีประโยชน์ค่ะ

แผนดีมีชัยไปกว่าครึ่ง แต่คงได้แค่ครึ่งเดียวจริงๆถ้าไม่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้ แต่ถ้าปฏิบัติโดยขาดการวางแผนก็อาจหลงทางเสียเวลา ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าบ่อยๆ

ขอบคุณที่นำแนวคิดในการวางแผนมาให้ได้เรียนรู้ศึกษา และนำไปลองใช้ครับ

สวัสดีครับ...อ่านแล้วดีมากครับ ขอบคุณครับ ขออนุญาตนำไปใช้เป็นแนวทางครับ