GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เรียนรู้ที่จะหลีกภัย “วิชาตัวเบา”

อย่าเลี้ยงมารไว้ในตัว
เรียนรู้ที่จะหลีกภัย   “วิชาตัวเบา

           เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับท่านอดีตนายกฯ ชวน หลีกภัย นะครับ    วันนี้ผมมีโอกาสอยู่กับบ้านในวันอาทิตย์    ได้มีโอกาสทำงานที่คั่งค้าง และมีโอกาสไตร่ตรองเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมาในชีวิตหลากหลายด้านในฐานะคนแก่อายุ ๖๓ ปี     รู้สึกว่าตนเองโชคดีที่ได้ผ่านพ้นภัยต่างๆ มาได้ตั้งแต่ตอนเด็ก วัยรุ่น  วัยหนุ่ม  วัยทำงาน  ชีวิตครอบครัว  การเลี้ยงดูลูก  และการทำงานรับใช้สังคม ตอบแทนบุญคุณแผ่นดินเกิด    มีชีวิตที่บอกตนเองได้ว่าตอนใกล้ตายก็จะตายด้วยสติว่าเราได้ ให้ แก่สังคม มากกว่า เอา จากสังคม

           แต่เมื่อคิดย้อยหลัง ดูชีวิตที่ผ่านมา ก็พบว่ามี ภัย ที่มาเป็นเสมือน มารผจญ แนวทางดำเนินชีวิต เป็นระยะๆ   คิดทบทวนดูแล้ว มาร เหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากภายในตัวเรานั่นเอง   พอคิดให้ลึกๆ ก็สรุปได้ว่า หัวหน้ามาร ก็คือ ความอยากมี  อยากเป็น (ของกู ตัวกู) นั่นเอง      ผมอาจจะโชคดีที่ไม่ได้ให้อาหารพญามารทั้งสองตนนี้มากนัก    มันจึงไม่เติบใหญ่เรียกร้องจากผมมากนัก    ผมจึงไม่ต้องไขว่คว้าหาทรัพย์และชื่อเสียงมาเลี้ยงมัน     ที่จริงจะเรียกว่ามันก็ไม่ถูก เพราะมันอยู่ในตัวเรานั่นเอง     ในเมื่อพญามารภายในตัวผมไม่ใหญ่โต    ตัวผมก็ไม่จำเป็นต้องใหญ่โต    จึงดำรงชีพในฐานะคนเล็กคนน้อยได้อย่างเบาสบาย    ไม่ต้องหอบหิ้ว ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ไว้กับตัว    เท่ากับผมได้ใช้ชีวิตนี้เรียน วิชาตัวเบา มาตลอดชีวิต    ที่มีความสุขอยู่ได้ก็เพราะวิชาตัวเบา นี่เอง

           แต่คนรุ่นหลังไม่โชคดีอย่างผม    คนสมัยนี้ลำบาก    เพราะว่าสังคมโดยรอบช่วยกันทำนุบำรุง พญามาร ทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกนาที หรือทุกวินาที ด้วยการใช้เครื่องมือสื่อสารที่มนุษย์สร้างขึ้น    เครื่องมือสื่อสารเหล่านี้ถูกใช้ กำราบพญามาร ไม่ถึงหนึ่งในล้านส่วนของการใช้ ทำนุบำรุงพญามาร”    คนรุ่นใหม่มี พญามาร ตัวใหญ่มากอยู่ภายในตัว     จึงกินจุ    กินในที่นี้หมายถึงบริโภค    หมายความว่าเป็นคนที่อยู่ภายใต้วัฒนธรรมวัตถุนิยม บริโภคนิยม     มีความสุขเพราะการบริโภค    ยิ่งบริโภคมากก็คิดว่าสุขมาก    มีวัตถุมากก็คิดว่าสุขมาก    แรงกระตุ้นจากภายนอก ให้อยากมี อยากเป็น    นำไปสู่การแก่งแย่งแข่งขัน เอาชนะ เอาเปรียบ    คนที่มีความสามารถเอาเปรียบคนอื่น ได้รับยกย่อง     คนที่ทำสิ่งที่เป็นภัยต่อสังคมและล่อแหลมต่อการผิดกฎหมายแต่กฎหมายตามไปเอาผิดไม่ได้ ได้รับการยกย่อง และภูมิใจในความสามารถของตนเอง     สภาพเช่นนี้เป็นเครื่องหล่อหลอมคนรุ่นใหม่ให้มีระดับจริธรรม คุณธรรม ต่ำ    ทำให้เกิดความเดือดร้อนทั้งต่อตนเอง และต่อสังคม

           ผมกำลังบอกว่า คนรุ่นผมโชคดี ที่มีภัยรอบตัวน้อยกว่าสมัยนี้     คนสมัยนี้มีภัยรอบตัวมากกว่าคนรุ่นผมนับสิบเท่า     ภัยเหล่านี้มันเข้าไปเลี้ยงดูให้ พญามาร ภายในตัวเราเติบใหญ่ จนเราคุมไม่อยู่     พญามารกลายเป็นผู้ควบคุมความประพฤติของเราเสียเอง    หรือเท่ากับว่าเราถูกยึดอำนาจโดย พญามาร      เราจึงกลายเป็นอยู่ในสังคมพญามาร โดยไม่รู้ตัว

           การเรียนรู้ในสมัยปัจจุบัน จึงน่าจะต้องมีกระบวนการเรียนรู้ วิชากำราบมาร”  หรือจะเรียกว่า วิชาหลีกภัย   ก็ได้    แต่จริงๆ แล้ว วิชานี้คือ วิชาตัวเบา     ซึ่งน่าจะช่วยให้คนรุ่นใหม่มีความสุขขึ้นได้มาก

           ที่จริงผมอาจจะโชคดีกว่าอีกหลายคนที่มีลูกมาก คือ ๔ คน (เกิดจากภรรยาคนเดียว)    และมีลูกเป็นครู     คือลูก ๒ คน กำลังเรียนและปฏิบัติ วิชาตัวเบา อยู่อย่างขมักเขม้น    แต่อีก ๒ คน ก็กำลังฝึก วิชาตัวหนัก อยู่อย่างขะมักเขม้นเหมือนกัน

           เมื่อวานนี้มีการประชุมสภา มศว.     มีการอภิปรายเรื่องการเตรียมตัวเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐ     ผมได้อภิปรายให้ความเห็นไว้หลายประเด็น    ในบางประเด็นด้านการปฏิบัติผมเสนอแนวคิดและวิธีปฏิบัติที่ค่อนข้างซับซ้อน    และลงท้ายว่าไม่ทราบว่ามันเป็นอุดมคติเกินไปหรือไม่    ท่านนายกสภา ศ. ดร. เกษม สุวรรณกุล บอกว่ามันชักจะ ยูโทเปีย    ผมนึกในใจว่ายังดีที่ท่านไม่บอกว่า ยูโฟเรีย     ผมหวังว่าบันทึกฉบับนี้ก็คงจะไม่ถึงกับยูโทเปียหรือยูโฟเรีย

วิจารณ์ พานิช

๗ สค. ๔๘

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): kmธรรมะ
หมายเลขบันทึก: 2184
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 4
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (4)

 

     ชอบมากครับ  ขอบพระคุณและขออนุญาตท่านอาจารย์ นำไปเผยแพร่ต่อด้วยครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่กำลังทำหน้าที่ "ครู"

 

      ที่พิมพ์ผิดพลาดครับ

    ขมักเขม้น     และ   จริธรรม  ครับ

ขอขอบคุณที่ทำเพื่อบ้านเมือง

อยากให้มาสอนที่ รร ศึกษาสงเคราะห์เชียงใหม่