บันทึกที่แล้วเล่าเรื่องทหารกล้าที่ประจำการอยู่แนวหน้าและพวกอาสารักษาดินแดน ที่คุณหมอธันย์ เจ้าของหนังสือขายดีที่ไม่มีวันเก่าเรื่อง เมื่อหมอเป็นมะเร็ง  ท่านเรียกว่า หน่วยเขมือบ (ฟาโกไซต์) ไปแล้ว 1 ตัวเอก คือเจ้านิวโทรฟิล ที่แม้จะดูจากรูปว่าเขาตัวเล็กๆ ในขณะที่มีเม็ดเลือดขาวแบบที่มีเม็ดแกรนูลอยู่ภายในแบบนี้อีก 2 ชนิดที่ตัวโตกว่าอย่างเบโซฟิล กับอีโอสิโนฟิล ยังทำงานครอบคลุมได้ไม่เท่าเจ้าตัวเล็กซึ่งเป็นชนิดที่มีมากที่สุดด้วย  

ผู้ร่วมงานในกลุ่มนี้อีกพวกที่คุณหมอธันย์ ท่านตั้งให้เป็นตำรวจเทศกิจเพราะเขาจะเลือกจัดการทั้งเชื้อโรคแปลกปลอมและพวกขยะทั้งหลายในเลือด ไม่ว่าจะเป็นเศษผง ซากศพ (เซลล์ที่ตายแล้ว) หรือชิ้นส่วนสกปรกเลอะเทอะอะไร เจ้ากลุ่มนี้เป็นเก็บเรียบ นั่นก็คือเจ้าตัวที่กำลังทำท่าเขมือบอยู่ด้านล่างซ้ายของภาพนี้ไงคะ เซลล์ยักษ์ (แมโครฟาจ) เจ้าตัวนี้เป็นอย่างที่อาจารย์บรรยายให้เห็นภาพว่า ปากกว้าง พุงโตจริงๆ ใช่ไหมคะ การเขมือบของเขานี่แหละที่มีบทบาทในการในการเริ่มกระบวนการตอบสนองอีกหลายๆอย่างต่อๆมา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาอายุยืนกว่า นิวโทรฟิลด้วย 

 แต่เจ้าตัวเขมือบพวกนี้นั้นไม่ได้ทำหน้าที่เทศกิจเท่านั้นนะคะ เพราะหน้าที่สำคัญของเจ้าแมโครฟาจอีกอย่างหนึ่งก็คือ เป็นตัวระดมกองกำลังเม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ (คราวหน้าจะพามาแนะนำค่ะ) คือสั่งให้เพิ่มจำนวนขึ้นและเตรียมพร้อม ด้วยการสร้างสารอินเตอร์ลิวคินซึ่งเป็นโมเลกุลผู้ส่งข่าวสารด้วย และเอาสารเคลือบผิวที่เรียกว่าแอนติเจนของสิ่งแปลกปลอมไปป้อนให้ลิมโฟไซต์ นี่คือความสลับซับซ้อนของกลไกของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ที่เอาไว้เล่าขยายเพิ่มเติมในบันทึกต่อๆไปนะคะ

และหน้าที่สำคัญอีกอย่างที่เยี่ยมมากๆของแมโครฟาจก็คือ เขาเป็นผู้ผลิต ทูเมอร์เนโครซิสแฟคเตอร์ (TNF) ซึ่งเป็นปัจจัยในการล้างผลาญมะเร็ง เป็นตัวฆ่ามะเร็งตามวิธีธรรมชาติของร่างกาย คล้ายๆกับการที่เราใช้สารเคมีเข้าไปฆ่าเซลล์มะเร็งนั่นเองค่ะ

เห็นไหมคะว่าเม็ดเลือดขาวของเราเก่งแค่ไหน อยากช่วยเจ้าแมโครฟาจก็อย่าเอา"ขยะ"เข้าไปในร่างกายเราให้เยอะเกินไปนะคะ