สำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่ใกล้ชิดผู้สูงอายุ จึงควรศึกษาเกี่ยวกับ
โรคกระดูกพรุนเป็นปัญหาใหญ่สำหรับผู้สูงอายุ เมื่อมีโรคกระดูกพรุน
ปัญหาต่อไปที่จะตามมาคือกระดูกหัก ซึ่งอาการเหล่านี้จะค่อยๆ เป็น สังเกตจากคนแก่อายุ
60-70 ปีขึ้นไป หลังจะค่อมซึ่งเราเคยเชื่อว่าคนแก่หลังจะค่อมตามธรรมชาติ แต่ที่จริงแล้วเกิดจากการเป็นโรคกระดูกพรุน จึงมีการส่งเสริมให้หันมากินแคลเซียม เพื่อป้องกันการเกิด
โรคกระดูกพรุน แต่แคลเซียมอย่างเดียวคงจะไม่เพียงพอ ต้องได้รับวิตามินดีด้วย
กระดูก คือ โครงสร้างหลักของร่างกาย นอกจาก "แคลเซียม" แล้ว "วิตามินดี" ก็มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความแข็งแรงของกระดูก หากได้รับวิตามินดีไม่เพียงพอ ร่างกายก็จะไม่สามารถดูดซึมแคลเซียม ซึ่งเป็นธาตุที่สำคัญต่อกระดูกได้ ซึ่งเป็นที่มาของการเกิด
"โรคกระดูกพรุน"
หากเด็กขาดวิตามินดี จะทำให้กระดูกโค้งงอ กร่อน และบาง จนทำให้เป็นโรคกระดูกอ่อนไม่โต โดยเฉพาะเด็กที่เกิดในประเทศเขตเมืองหนาว เพราะเด็กเหล่านี้จะไม่เจอกับแสงแดด โอกาสที่จะเกิดโรคนี้จึงมีมาก แต่ปัจจุบันโรคนี้เกิดได้จากกรรมพันธุ์ ผู้ใหญ่ที่อยู่ในภาวะนี้ จะมีอาการปวดกระดูก กล้ามเนื้อไม่มีแรง กระดูกหักง่าย หากได้รับการรักษาโดยการให้วิตามินดีเสริมเพียง 3 เดือน ก็สามารถกลับคืนสู่สภาวะปกติได้
เป็นที่รู้กันดีว่าคนส่วนใหญ่มักจะได้รับ "วิตามินดี" จากแสงแดด มากกว่าการรับประทานอาหาร การที่เราออกรับแสงแดดเพียง 10-15 นาที / วัน ก็เพียงพอต่อการได้รับวิตามินดี และขึ้นอยู่กับพื้นที่ผิวหนังที่โดนแสงแดดด้วย หากเราตากแดดเกิน 15 นาที ร่างกายจะมีกลไกป้องกันตัวเอง โดยเมลานินใต้ผิวหนังจะทำหน้าที่บล็อกแสงโดยธรรมชาติ ดังนั้น อัตราการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังจะเจอน้อยกว่าอัตราการเกิดโรคกระดูกพรุน
วิตามินดีนอกจากจะได้จากแสงแดดแล้ว ยังอยู่ในรูปแบบของอาหาร ปัจจุบันมักพบวิตามินดีในน้ำมันตับปลา สัตว์ทะเลที่มีไขมันมาก ไข่ปลา ไข่ปู แต่ข้อเสีย คือ อาหารเหล่านี้จะมีไขมันมาก วิตามินดีจะละลายในไขมัน หากได้รับไขมันเกินความต้องการจะส่งผลเสียต่อร่างกาย ส่วนวิตามินเสริมหากได้เกินความต้องการของร่างกาย จะทำให้แคลเซียมในเลือดสูงมีอาการซึม ปัสสาวะบ่อย ไม่มีสติ และอ่อนเพลีย แม้ว่าแคลเซียมจะมีส่วนช่วยให้กระดูกแข็งแรง แต่ยังคงต้องอาศัยวิตามินดีเป็นตัวดูดซึมแคลเซียมเข้าไปด้วย
โรคกระดูกพรุนเราจะพบในผู้ป่วยผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เพราะผู้ชายจะโชคดีที่มีต้นทุนกระดูกมากกว่าผู้หญิง เมื่อเทียบอายุของการขาดวิตามินดี ผู้หญิงจะพบโรคนี้ในคนอายุ 70 ปีขึ้นไป แต่ผู้ชายจะพบในอายุ 75 ปี เพราะมวลกระดูกของผู้ชายจะสูงกว่าในวัยหนุ่มสาว แล้วผู้หญิงมีภาวะของการขาดประจำเดือน ทำให้การขาดวิตามินดีเริ่มเร็วขึ้น สำหรับหญิงที่ตั้งครรภ์ยิ่งต้องการวิตามินดีมากกว่าปกติ จากเดิมที่ต้องการวิตามินดี 100-400 ยูนิต / วัน ต้องเพิ่มเป็น 600 ยูนิต / วัน
ดังนั้น เมื่อแสงแดดมีข้อดีแบบนี้ จึงควรรับแสงแดดตามข้อแนะนำเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะเพื่อกระดูกของตนเอง
พี่ตี่ครับ ไปรษณีย์ตีกลับมา
ต้องส่งไปใหม่ เขาว่า EMS ไม่ได้
แล้วตอนแรกเขาว่าได้ อะไรกันเนี่ย ผมล่ะงง
พรุ่งนี้ส่งใหม่ครับ
พักผ่อนบ้างนะครับ
รักษาสุขภาพด้วย
สวัสดีค่ะ คุณครูตี่ แวะมาเก็บความรู้ค่ะ เคยอ่านบทความเรื่องช่วงเวลาที่ควรรับวิตามิน D จากแสงแดด ควรเป็นช่วง เวลาก่อน 9โมงเช้า และหลัง 3โมงเย็น แต่ krutoiว่า ปัจจุบันนี้ 8 โมงเช้า ก็ร้อนมากแล้ว และหลัง 4 โมงเย็นก็ยังร้อนมากอยู่เลย
* ขอบคุณน้องเอ๊ะ พี่จะคอย
* หรือบางทีอาจไปเจอกันก็ได้นะ
* ขอบคุณค่ะ คุณkrutoi ที่ให้ข้อแนะนำ
* หวังว่าคงเจอกันอีกนะคะ
ขอบคุณครับ ตอนนี้เข่าผมมีปัญหามากเลยครับ ตั้งแต่เตะบอลล้ม
คิดถึงนะ