ลานเสวนาประชาธิปไตยสไตล์เฮฮาศาสตร์!

  

                       (ฟ้าสีทองผ่องอำไพ แต่คนไทยหน้ามืดทั้งแผ่นดิน)

 

เมื่อวานนี้ นักศึกษา เสริมสร้างสังคมสันติสุขรุ่นที่1 ได้รับการบ้าน เรื่องการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาวิกฤติชาติในปัจจุบัน สาเหตุมาจากอะไรคนไทยก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจ พวกเราได้เฝ้าดูผู้สันทัดกรณีการเมือง นักการเมือง คอการเมือง ขาใหญ่การเมือง มะรุมมะตุ้มแก้ไขปัญหากันอย่างสุดฤทธิ์สุดเดช งัดกลยุทธ์ใส่กันจนหมดหน้าตัก อ่อนระโหยโรยรา น้ำตาปริ่มน้ำลายยืดหน้ามืดโผเผ ประดาบกันมาหลายยก สู้กันมาหลายกระบวนท่า วุ่นวายกับการหาเหตุผลมาหักล้างกัน ..จนแล้วจนรอด..ยอดยาหยีก็จนมุมจนใจ

 

 

พัฒนาไปถึงขั้นยึดค่ายคูประตูหอรบของอีกฝ่าย ปักป้ายเขตของข้าใครอย่าเตะ โดนจับ โดนกล่าวโทษ โดนมาตรการต่างๆ ยังยืนหยัดชุมนุนขึ้นเวทีร้องเพลง ปราศรัย ทำนา ส่งส่วยข้าวปลาอาหาร ชวนบริวารมานั่งตีมือกันทุกค่ำคืน กระตุ้นเตือนกัน ..พี่น้องครับ สู้ไม่สู้ ..อยู่ยั้งยืนยงมาจวบจนเท่าทุกวันนี้ วันไหนแรงดีก็ออกไปยั่วแก๊สน้ำตา เจอเข้าไปหลายนัด ตาลายหน้ามืด บาดเจ็บไปหลายร้อย ถึงขั้นสูญเสียชีวิตสังเวยโศกสลด ..ใช้อาหลั่ยประชาธิปไตยสิ้นเปลืองเหลือเกินเสียแล้วพี่น้อง 

  

อีกฝ่ายก็เปิดเปิงกระเจิงกระจาย กว่าจะคัดเลือกรัฐมนตรีได้ กว่าก๊วนจะยอมสมานไมตรีมีรัฐบาลได้ กว่าจะแถลงนโยบายได้ ทุลักทุเลเต็มที ต้องปีนรั้วไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ พรรคพวกที่ตกค้างในสภาฯตับหดตดหายไปตามๆกัน กว่าจะหาทางหนีทีไล่ออกมา ท่านสส .ผู้ทรงเกียรติเหงื่อตก ตอนนี้ถอยไปปักหลักที่ดอนเมือง เปิดตำราแก้สถานการณ์หน้าดำคร่ำเครียด พักถอนหายใจหายเหนื่อย ก็ไปรวมพหลพลยุทธเสนา โผล่มาในชุดเสื้อแดง ประกาศเจตนารมณ์จะปกป้องรัฐธรรมนูณสุดใจขาดดิ้น กำลังหาทางออกด้วยการมี สสร.3

 

วันนี้บ้านเมืองเราเดินทางถึงทาง 2แพร่ง

เกิดความลังเลใจไม่รู้จะไปทางไหน

เส้นทางเปลี่ยว อ้างว้าง เพื่อนร่วมทางผลุบๆโผล่ๆ

ทั้ง 2ฝ่ายที่ว่าแน่ๆก็หมดแรงข้าวต้มแล้ว

จะพลิกแพลงลีลาอีท่าไหนอย่างไรก็ไม่เป็นผล

กลยุทธ กลย่อง เสื่อมพลัง หนังหน้าไฟเหี่ยวย่นเหยาะแหยะ

 

น้ำลาย น้ำตา แก้ปัญหาบ้านเมืองไม่ได้ฉันใด

กำปั้นก็แก้ปัญหาการเมืองไม่ได้ฉันนั้น

ศีรษะนอกจากมีไว้สวมหมวกกันน็อคแล้ว สมองมีไว้คิด คิด

คิดได้คิดดี..กดแป้นพิมพ์ความเห็นออกมาเสวนาอักษรกันหน่อย

 

จากที่เคยเป็นสยามเมืองยิ้มก็แยกเขี้ยวใส่กัน

พุทธบริษัท พระสงฆ์สวดอธิฐานกันไปหลายหมื่นจบ

ความเมตตากรุณากระพร่องกระแพร่ง

สมาคม องค์กร สถาบัน เป็นเหมือนตะเกียงขาดน้ำมัน

นักวิชาการ นักวิจัย ใช้ความรู้เกไปจนหมดหน้าตักแล้ว

ทหาร ตำรวจ ไม่รู้ที่จะตัดสินใจทำอะไรได้

เล่นบทช้าๆได้พร้าเล่มงาม รอดูสถานการณ์ เพราะต้องยืนอยู่ตรงกลาง

โดนด่าบ้าง ชมบ้าง เหน็บแนมบ้าง ก็ต้องทน และอดทน

.ทหารอดทน ท.ทหารอดทน ท.ทหารอดทน  

แนะให้ลาออก ที่รักก็ยังตัดใยสวาทอำนาจวาสนาไม่ได้

ต่อรอง ..ขอแถมอีกสักป้ายสองป้ายคงไม่ว่ากันนะคุณทหาร

 

เรื่องที่เล่ามาทั้งหมดนี้เขารู้กันตั้งนานแล้วละลุง

ถึงจะยังงั้นก็เถอะนะ คนไทยชอบฟอร์ม

ก็ต้องว่ากันตามฟอร์มนิดหน่อย

คนไทยอีก 60ล้านคนที่ยังไม่ขยับเขยื้อนอะไร

นั่งทอดหุ่ย บ่นเป็นหมีกินผึ้ง พึมพำไปวันๆ

เพราะไม่รู้ว่าฉันจะทำอะไร ตรงไหน อย่างไร กับเหตุการณ์ทั้งหมดนี้

หน้าที่ของพลเมืองไทยจะช่วยชาติตรงไหน

ช่วยแบบไม่เข้าใครออกใคร

ช่วยแบบไม่ด่าว่าใคร

ช่วยแบบมีเหตุมีผล มีความเป็นไปได้

ช่วยแบบเกิดผล เกิดพลัง นำไปสู่ความปกติสุขของคนในชาติ

ช่วยหาทางเข้า และเปิดทางออก

ช่วยอะไร ช่วยอย่างไร ช่วยเพื่อวัตถุประสงค์ใด? เสนอ เสนอ ..

 

ไม่มีคำตอบสำเร็จรูปหรอกนะครับ

คำตอบที่เคยมีมาทั้ง 2ฝ่ายงัดเอาไปใช้แล้ว และก็หมดน้ำยาไปแล้ว

 

การบ้านดังนี้

 

1.    เราจะมีบทบาทอย่างไรในส่วนของการดำเนินงานและกิจกรรมของ   ”เครือข่ายสานเสวนาเพื่อสันติธรรม” ต่อจากนี้ไป

2.    เราจะ มีวิธีการ ที่จะทำบทบาทดังกล่าวอย่างไร?

3.    เราจะทำงานด้วยกันใน ประเด็น ใดบ้าง เพื่อให้เกิดพลังทางสังคม ในการยุติความรุนแรง และเกิดสันติด้วยการเสวนา

4.    เราจะจัดเวทีหรือเปิดพื้นที่เพื่อ สร้างความเข้าใจ ต่อสังคมไทยโดยรวมอย่างไร?

 

เอาอย่างนี้ดีไหมพี่น้องแซ่เฮทั้งหลาย

พวกเราก็ธรรมดาที่ไหนละ

อาเหลียงไฟแรงจนมีรถดับเพลิงหน้าบ้าน ช่วยทำมาหากินเรื่องนี้หน่อย

คอนดรั๊กเตอร์ คงมีเวลาช่วยเต็มที่ ในการชี้มุมให้เรา

หมอชอบวิ่ง ทีมนักการ นักการเมืองทั้งตัวหัวใจ ซึมเข้าไปถึงกระดูก

หมอเบิร์ดนี่ลูกหลานการเมืองมาแต่อ้อนแต่ออก

ท่านบางทราย ปาลียอน เม้งตานี โก๋แก่การเมืองรุ่นลายคราม

.Handy ขยันคิดเขียน สะท้อนมากขึ้นละแจ่มเลย

อัยการชาวเกาะ เกาะแกะสถานการณ์จัดจ้านยิ่งนัก

สิงห์ป่าสัก ทีมกล้วยไข่กำแพงเพชร เด็ดสะระตี่อยู่แล้ว

ครูอึ่ง ครูอาลัม ทีมลำพูน ละเอียดหมดจดทุกวลีเชียวแหละ

.หลินฮุย อ.อุ้ยจันดา นักเลงการเมืองเรียกเจ๊

.แป๋ว ป้าแดง ลูกหว้า เหมาะให้ยืนตรงกลางยกธงเขียว ธงแดง

หนูตาหวาน หนูแป๊ด ครูสุ พี่นิด คุณน้าแห่งชาติ เหมาะที่จะเป็นกองเลขา

ป้าแห่งชาติ โห นี่ธรรมดาที่ไหนละ ถ้าไม่ดึงไว้ลุยเละไปแล้ว

พวกหนุ่มหล่อ ดร .ขจิต สายลม ออต แผ่นดิน หนุ้ย แก่นจัง ช่วยยั่วยุความคิด

กลุ่มหน้าตาดี มีอะไรใส่ความเห็นได้เลย

ครูแอน มีหลายแอนหลือเกิน เหมารวมทุกแอนนั่นแหละ เทความคิดมา

ครูปู ครูอ้อย ตะหลิวทองคำ ทีมสุพรรณ รู้แล้วทำการบ้านด้วย

ยังมีอีกพะเรอ อย่าน้อยใจนะ จะเจ๊าะแจะไปถึงทุกท่านอยู่แล้ว

วงศาคณาญาติท่านอื่นได้ข่าวแล้วช่วยกันทำมาหากินด้วย

 

เรามาสร้างจินตนาการร่วมกัน

ต้นทุนเรื่องใจก็มีแล้ว สมองก็มีแล้ว ปัญญาก็ใช่ว่าจะด้อยที่ไหน

เครื่องมือก็มีแล้ว ในบล็อกของแต่ละคน

เพื่อเป็นเอกภาพเราน่าจะเปิดบล็อกกลางดีไหม

ให้พวกเรามาลงขันความคิด

ท่านใดมีข้อเสนอแนะในการออกแบบกระบวนการ ช่วยหน่อย!

เราจะเริ่มสร้างฝัน ..จากโจทย์จะร่วมกันสร้างสังคมสันติสุขได้อย่างไร

เราอยากเห็นอะไร เรามีข้อเสนอแนะอะไร เราทดลองทำอย่างไร

ฝันให้เป็นตัวหนังสือกระโดดโลดเต้นลงมาในหน้าจอแห่งนี้

ฝันให้เต็มที่ …ใช้จินตนาการนำ..บรรเจิดได้ไม่มีที่สิ้นสุด

 

วันนี้เอาแค่นี้ก่อน

บ้านนี้ยินดีต้อนรับทุกความคิดเห็น

ช่วยเสนอแนะ ชี้แนะหน่อย ทางแก้วิกฤติทำยังไง!

บ่นได้ ..รำพึงรำพันได้..ในหลักการ

ใครคิดได้คิดดีมีรางวัล ..

จะ ขอกอดของลุงเอก ไปแจก อิ อิ ..

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KM ในมหาชีวาลัยอีสาน

คำสำคัญ (Tags)#ลานปัญญา#มหาชีวาลัยอีสาน#เฮฮาศาสตร์#เสริมสร้างสังคมสันติสุข

หมายเลขบันทึก: 217933, เขียน: 21 Oct 2008 @ 09:46 (), แก้ไข: 06 Sep 2013 @ 19:44 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 60, อ่าน: คลิก


ความเห็น (60)

เขียนเมื่อ 

กราบงามๆอีกทีครับพ่อ

  • ไอเดียนี้สุดยอดจริงๆครับ
  • ผมก็เคยคิดในเรื่องดังกล่าว แต่คิดแล้วต้องเก็บไว้ในใจ เพราะไม่รู้จะไปเสนอที่ไหน  เพราะเกรงว่าจะกลายเป็นฝ่ายที่ 3-4-5- 6 ที่ร่วมรุมยำประเทศไทยไปอีก
  • จะเขียนผ่านทางบล๊อกส่วนตัว  ก็ติดขัดในเรื่องข้อกำหนดเกี่ยวกับการเมือง
  • แต่เมื่อมีช่องทางนี้  และมีเจ้าภาพหลัก  ก็น่าจะได้ไอเดียดีๆจากชุมชนชาว G2K รวทั้งนักท่องเน็ตขาจรด้วย
  • ไม่แน่ครับ  บทบาทของ G2K ในเรื่องนี้  อาจช่วยให้ประเทศชาติและทุกฝ่ายมีทางออกก็ได้ครับ
  • สวัสดีครับ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะพ่อ

แวะมาทักทายค่ะ สบายดีนะคะ

ภาพด้านบนสวยจังเลยค่ะ

ตอนนี้นุ้ย พี่นัส พี่ยะ นุ พี่เจี๊ยบ มางานเทา-งามสัมพันธ์ที่ ม.บูรพาค่ะ

ตอนบ่ายจะเดินทางไปยังสระแก้วเพื่อทำกิจกรรมร่วมกันค่ะ

ช่วยกันออกความเห็น มากๆ ในช่องแสดงความเห็นก็ได้นะครับ  กองเลขาจะรวบรวมไปสรุปอีกชั้นหนึ่ง

 

เขียนเมื่อ 

ครูฯครับ  เรื่องนี้ค่อนข้างละเอียดอ่อน  ขอใช้เวลาหน่อยครับ

อยากให้ได้สาระต้องใจเย็นๆ  ..........  ฮ่าๆๆๆๆๆ

สวัสดีค่ะพี่ชายใหญ่

  • ทำการบ้าน มานานแล้ว  แต่ไม่ค่อยมีครูตรวจการบ้านให้เลยค่ะ
  • เดี๋ยวจะทำ รายงานแบบรวมเล่มส่งครูนะคะ  จะได้รู้ว่า  นักเรียน อ้อย คนนี้  ขยันรักบ้านรักเมืองขนาดไหน...ตื่นมานานแล้วค่ะพี่ชาย
  • นักเรียนคนนี้ตั้งใจทำการบ้าน  แต่ขอ..สละสิทธิรางวัลที่ะแจก..ไม่น่าสนใจ

คิดถึงค่ะ

 

P

 

เอารางวัลใหม่ก็ได้ มีให้เลือกไม่อั้น ถ้าฝันเป็นจริง

 

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะ พ่อ ลานสองแคว ขอร่วมเข้าเครือข่ายลานเสวนาประชาธิปไตยสไตล์เฮฮาศาสตร์ ด้วยคนค่ะ
  • ทำการบ้าน และขออาสา จะสรุป รวบรวมให้นะคะ
  • ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะผ่านบันทึกของพ่อเลย ดีมั้ยคะพ่อครูฯ

 

นักการอิ่ม
IP: xxx.19.23.38
เขียนเมื่อ 

·       ทำการบ้านค่ะ

·       ไตเติ้ล : ก่อนที่จะเกิดภาวะวิกฤติ มักจะมีลางสังหรณ์ หรือมีการส่งสัญญาณบางอย่างออกมาก่อน เราละเลยสัญญาณหรือลางสังหรณ์นั้นใช่ไหม... ถึงเกิดภาวะวิกฤติ....หรือเราไม่มีแรงพอที่จะต้านทานบางสิ่งบางอย่าง....จนทำให้เกิดภาวะวิกฤติ...

·       เมื่อเกิดภาวะวิกฤติแล้ว.... นั่นหมายความว่าเราต้องเข้าไป...แก้ไข...บรรเทา....ความรุนแรงของมัน....

·       ในมุมมองของนักการอิ่ม : ความขัดแย้ง นับวันยิ่งบานปลาย....วันนี้ ลองขยับตัวออกจากคำว่า เราเป็นส่วนหนึ่ง ...มาเป็นการมองดู....ทำให้ไม่รู้สึกว่า...เราเป็นพวกใคร.. นึกถึงคำว่า กินทีละคำ...และ... ไม่จำเป็นต้องหาคำตอบให้ได้ทั้งหมดในครั้งเดียว.. แล้วจะกินคำไหนก่อนดีล่ะ....อืมม...คิด คิด คิด....

เด๋วมาต่อค่ะ....

 นักการอิ่ม

 

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะ พ่อ ลานสองแคว ขอร่วมเข้าเครือข่ายลานเสวนาประชาธิปไตยสไตล์เฮฮาศาสตร์ ด้วยคนค่ะ
  • ทำการบ้าน และขออาสา จะสรุป รวบรวมให้นะคะ
  • ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะผ่านบันทึกของพ่อเลย ดีมั้ยคะพ่อครูฯ

 

P

 

มาทันเวลาเลยพี่นิดเอ๋ย ช่วยหน่อยเถอะ

จัรวบรวม หรือรวบหัวรวบหาง ตามสบาย

จะรอชื่นชมฝีมือ อิอิ

ไม่มีรูป

 

นักการอิ่มเริ่มต้นได้ดี

แต่อ่านแล้วยังไม่อิ่ม ทำไงดี

ขออีกๆ

เขียนเมื่อ 

 

สวัสดีค่ะ พ่อครู

  • ถาพสวยจังเลยคะพ่อค่ะ
  • พ่อสบายดีนะค่ะ
  • แวะมากอดๆๆๆๆ คิดถึง
  • พ่อดูแลสุขภาพด้วยนะคะ

 

P

 

จะกอด ต้องออกความเห็นเรื่องสมานฉันท์ก่อน อิอิ

เขียนเมื่อ 
  • Pคุณครูพี่อ้อยจ๋า ส่งการบ้านมาเล้ย
  • น้องจะให้รางวัลคนดีศรีแซ่เฮ กอดอุ่นๆๆ และ 1 จุ๊บ อีก จุ๊บ คุณครูพี่อ้อยมอบให้พี่สะมะนึก นะคะ อิอิ
  • นักการอิ่ม จ้า สกัดจุดสุดยอดมาเลย เร้วววววว พ่อไม่อิ่ม
  • ทุกๆๆๆคน ช่วยกันๆๆ เร้วววววจ้า
P

การเคารพคนจะเห็นทุกคนมีเกียรติ

เห็นความสำคัญของประสบการณ์ชีวิต

จะไม่มีการแบ่งพวกเหมือนกลุ่มอื่นประพฤติกัน

พระอาจารย์ยกตัวอย่างถ้าให้คนขายก๋วยเตี๋ยว

มาสอนวิธีทำก๋วยเตี๋ยว สอนได้ทันที

แต่ถ้าให้ครูสอนจะต้อง..เตรียมแผนการสอนก่อน

และก็อาจจะสอนไม่ได้ดีเท่าแม่ค้าก๋วยเตี๋ยว

  • ขอตรงนี้อีกนิดหนึ่งครับพ่อ
  • ข้อความไม่กี่ตัวอักษรเหล่านี้ อธิบายสภาพการณ์ด้านการศึกษาของไทยได้อย่างลึกซึ้ง และตรงเผ็งมากเลยล่ะครับ
  • ในส่วนของโคกเพชรนั้น ได้พยายามสอนแบบแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวเป็นส่วนใหญ่ (สอนแบบครูเท่าที่จำเป็นจริงๆเท่านั้น)  แต่ก็สะดุดลงเมื่อเด็กจบ ป.6 ออกไป  แล้วเข้าสุ่วัฒนธรรมการศึกษาแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับชาวบ้านหรือแบบสุนัขหางด้วนในระดับที่สูงขึ้น  หลายคนเลยร่วงผล็อยไม่จบ ม.3 เพราะวัฒนธรรมการเรียนรู้ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง
  • และไม่แน่ใจว่าการศึกษาแบบแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวของโคกเพชรจะเหนื่อยเปล่าหรือเปล่า?  เพราะยังเห็นชุมชนส่วนใหญ่ก็ยังชอบแบบเอาวิชาการเป็นตัวตั้ง  อยากให้ลูกสอบได้คะแนนสูงๆ เอาชนะคนอื่นได้ และหนีให้ไกลความเป็นชาวไร่ชาวนาให้ได้อยู่เหมือนเดิม  ส่วนจะเป็นคนดี มีประสบการณ์ ทำงานเป็นหรือไม่  เป็นเรื่องท้ายๆ
  • เรื่องนี้พอๆกับการที่เราสอนให้ลูกเขารังเกียจนักการเมืองที่ซื้อเสียง  แต่พ่อแม่ปู่ย่าตายายอาวอาว์และคนในชุมชนกลับชื่นชอบนักการเมืองที่หอบเงินมาแลกคะแนน  เรียกว่าคนละทางกันเลยล่ะครับ
  • สวัสดีครับ

 Logos 21 ตุลาคม 2008 เวลา 13:03   

ความวุ่นวายที่เกิดขึ้น มาจากความยึดมั่น ถือมั่น ว่าตนเท่านั้นที่ถูกต้อง และอีกฝ่ายหนึ่งผิดเสมอ –(1)– ในเมื่อตนเท่านั้นที่ถูกต้อง คำว่าคนกลาง จึงไม่กลาง ดังที่เคยกล่าวมาแล้วว่า คนอยู่ทางขวา ก็ว่าคนกลางอยู่ทางซ้าย ส่วนคนที่อยู่ทางซ้าย ก็ว่าคนกลางอยู่ทางขวา

ประชาธิปไตย มาจากคำว่า ประชา สนธิกับ อธิปไตย คืออำนาจของประชาชน; คำนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหา หากคิดเพียงว่าประชาชนเลือกตัวแทนเข้าสู่ศูนย์กลางอำนาจ เพื่อปกครอง เพื่อจัดการ ฯลฯ

อธิปเตยฺย พจนานุกรมฉบับราชบัญฑิตยสถานแปลว่า ความเป็นใหญ่ยิ่ง ซึ่งไม่ได้หมายถึงอำนาจเท่านั้น แต่ยังมีนัยรวมถึงหน้าที่ที่มีต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด –(2)– คือประชาชน

สิ่งที่ผู้ที่แสดงอำนาจไม่เข้าใจ คืออำนาจนั้น ยิ่งแสดงก็ยิ่งเห็นชัดว่าไม่มี ยิ่งแสดงก็ยิ่งเสื่อม (แต่พวกตอแหล สามารถหลอกตัวเองได้ว่าชอบแล้ว ถูกต้องแล้ว ซึ่งกลับไปสู่ประเด็นแรก) — อำนาจมาจากบารมี บารมีมาจากความยอมรับ หากมีบารมี ก็ไม่ควรจะใช้อำนาจในเวลาที่ไม่ควรใช้ แต่ใช้เพื่อประโยชน์ของสังคมที่เลือกตนมาเป็นตัวแทน ซึ่งในการเลือกมานั้น เป็นฉันทามติที่ให้มากระทำการแทนกลุ่มคน เพื่อประโยชน์ของกลุ่มคน ไม่ใช่มอบหมายมาให้กระทำการอะไรก็ได้เพื่อตนเอง (อีกครั้งหนึ่งกับพระราชดำรัส เมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๓๕) –(3)–

สังคมไทยแม้โครงสร้างทางวัฒนธรรมจะแสดงถึงการรวมกลุ่ม มีความเป็นญาติ มีครอบครัวใหญ่ ฯลฯ แต่เรากลับใช้โครงสร้างที่ขยายความแตกแยก แบ่งขั้ว และไม่ไว้ใจกัน เช่นระบบราชการ –(4)– ซึ่งไม่เอื้ออำนวยให้คนทำงานได้ทำงาน ขยับตัวไม่ได้เลยเดี๋ยวโดนสอบ ทำงานเหมือนถูกขังอยู่ในสุ่มไก่แห่ง “ขอบเขต” อำนาจองค์กร — ผมเข้าใจผิดไปเอง นึกว่าองค์กรราชการทำเพื่อประชาชน ไม่นึกว่าคิดถึงตัวเองก่อน!

ผู้นำไม่เคยนำ ไม่คิดในสิ่งที่ต้องคิด ไม่ทำในสิ่งที่ต้องทำ แถมไม่รับผิดชอบเสียอีก แต่ดันไปให้นำหนักกับเหลี่ยมเชิง สำนวนโวหาร หรือเรื่องบ้าบออื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับการทำงาน เช่นสายสัมพันธ์ –(5)– ผู้นำเพียงแต่แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าก็เป็นคำที่ผิดอีกนั่นแหละครับ ที่จริงแล้วการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ได้เป็นการแก้ไขอะไรเลย เพราะว่ามันเป็นเพียงการบรรเทาเพื่อเลื่อนปัญหาไปในอนาคตเท่านั้น เลื่อนไปเลื่อนมา ก็หมักหมมกันขึ้นเรื่อยๆ รอเวลาพังทลาย –(6)–

เปิดไว้ 6 ประเด็นก่อนนะครับ

  1. 1. ความยึดมั่น ถือมั่นในตัวตน
  2. 2. การไม่เข้าใจในหน้าที่ ความรับผิดชอบ
  3. 3. การใช้อำนาจเพื่อตัวตน (และพวกพ้องที่สนับสนุนตนและผลประโยชน์เฉพาะกลุ่มซึ่งตนมีเอี่ยวด้วย)
  4. 4. ความไม่ไว้ใจกัน ระบบจับผิด
  5. 5. การไร้ภาวะผู้นำ
  6. 6. การไม่แก้ไขปัญหาที่สาเหตุ

หกประเด็นนี้ไม่แก้ ก็ยากจะคลายเกลียวครับ

  • ปัญญาเกิดจาก ความเข้าใจที่ถูกต้อง+ความคิดที่ถูกต้อง
  • ทางออกนั้นอยู่ที่ ปัญญา+การกระทำที่ถูกต้อง

ผมขอเสนอว่าเข้าใจปัญหาก่อนหาทางออก และแนะนำลานสันติสุขครับ

bangsai 21 ตุลาคม 2008 เวลา 13:01  

ตบขาตัวเองดังป๊าบหนึ่งทีแล้วรำเพยว่า   เดินหน้าเกียร์ห้าเลยท่านครูบา เพื่อนพ้องน้องพี่

อิอิ  แค่มาส่งเสียงไว้ก่อนเหมือนจอมป่วนแหละ  ทำมาหากินด้านหลักก่อน อิอิ
แล้วจะมาทำมาหากินรำไพ่พิเศษ อิอิ…

แต่ท่านที่ 3 ทำไมมืดจัง ดำดินมาเลย  ห้าห้า..

จอมป่วน 21 ตุลาคม 2008 เวลา 12:18  

มันเหมือนทางสองแพร่ง ( Bifurcation ) ของทฤษฎีไร้ระเบียบ ( Chaos Theory ) เลย

จองที่ไว้  ไปกินข้าวก่อน  แล้วจะมาคุยต่อเหมือนคนข้างบน  อิอิ

Iem 21 ตุลาคม 2008 เวลา 12:16   

·       ทำการบ้านค่ะ

·       ไตเติ้ล : ก่อนที่จะเกิดภาวะวิกฤติ มักจะมีลางสังหรณ์ หรือมีการส่งสัญญาณบางอย่างออกมาก่อน เราละเลยสัญญาณหรือลางสังหรณ์นั้นใช่ไหม… ถึงเกิดภาวะวิกฤติ….หรือเราไม่มีแรงพอที่จะต้านทานบางสิ่งบางอย่าง….จนทำให้เกิดภาวะวิกฤติ…

·       เมื่อเกิดภาวะวิกฤติแล้ว…. นั่นหมายความว่าเราต้องเข้าไป…แก้ไข…บรรเทา….ความรุนแรงของมัน….

  • ·       ในมุมมองของนักการอิ่ม : ความขัดแย้ง นับวันยิ่งบานปลาย….วันนี้ ลองขยับตัวออกจากคำว่า เราเป็นส่วนหนึ่ง …มาเป็นการมองดู….ทำให้ไม่รู้สึกว่า…เราเป็นพวกใคร.. นึกถึงคำว่า กินทีละคำ…และ… ไม่จำเป็นต้องหาคำตอบให้ได้ทั้งหมดในครั้งเดียว.. แล้วจะกินคำไหนก่อนดีล่ะ….อืมม…คิด คิด คิด….

     

    เด๋วมาต่อค่ะ

สวัสดีค่ะพ่อครู

สังคมในปัจจุบันมันยุ่งเหยิง มั่วไปหมด จนเดี๋ยวนี้คนกลายเป็นแบ่งพวก แบ่งก๊ก แบ่งเหล่า ลามไปถึงเทือกเขาเหล่ากอหมด กลายพันธ์กันไปหมด


ประเด็นแต่ละฝ่ายก็ยืนยันว่าของตนถูกต้อง ใช้หลักกูบ้าง หลักกฎหมายบ้าง ซิกแซกบ้าง ตรงไป อีกฝ่ายก็ไม่ออก ดึงดันกันไป อีกฝ่ายก็ไม่จบไม่สิ้น  จนเกิดความไม่พอดี แต่ละคนทำได้แต่ปาก อ้างหลักการของแต่ละฝ่าย ยืนหยัดจะสู้ไม่ถอย อย่างนี้ก็พังซิค่ะพี่น้อง (ประเทศชาตินะคะที่จะพัง)…. แต่ละคนแต่ละฝ่ายก็หลังชนฝากันทั้งนั้น จนประเทศจะตกขอบเวทีโลกแล้ว คิดกันบ้างไหมว่าจะมีความเสียหายตามมาอีกเท่าไร

……….


คำว่า
สามัคคี  มันเริ่มเลือนหายไป ไม่รู้จักความยืดหยุ่น ไม่รู้จักที่จะยิ้มเข้าหากัน แต่ละคน ก็ถือมีดไว้ข้างหลัง คอยแต่จะแทงกัน หรือกระทืบ ให้อีกฝ่ายพังกันไป โดยลืมนึกถึงคนในชาติ มองแต่กลุ่ม แต่พวกของตนเป็นหลัก


อย่างนี้ใคร จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกหลานได้ อนาคตของชาติจะไปอยู่ที่ไหน ต่อไปเราจะร้องเพลงชาติให้ใครฟัง  ฝากช่วยกันคิดด้วยนะคะ


อิอิ.เดี๋ยวมาใหม่ค่ะ

สวัสดีเจ้าค่ะ พ่อครูจ๋า

อิอิ น้องจิช่วยอะไรได้มั่ง อิอิ จะเสวนาอะไร ไม่เป็นเลย ได้แค่ป่วนศาสตร์ อิอิ....แต่อยากพูดเหมือนกัน แต่เป็นเสียงเด็กพลังเด็ก เสียงเล็กๆ แต่แหลมนะซิบอกไห๋

น้องจิจำได้ว่า คุณครูให้พวกเราแข่งกีฬาสีเพื่อเพิ่มความสามัคคีกัน...ตอนนี้ประเทศชาติไม่ค่อยจะสามัคคีกัน น้องจิก็จะเสนอให้มาแข่งกีฬาสีกันเลยดีไหมเจ้าค่ะ ตอนนี้ก็มีอยู่หลายสีแล้วด้วย ทั้งแดง เหลือง ชมพู แต่ละพรรค ละฝ่ายลงมาเตะบอล(ห้ามเตะกันเอง) ชักเย่อ แสดงน้ำใจความเป็นนักกีฬาไปเลย อิอิ

กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ (ฮ้า ไฮ้ ฮ้า ไฮ้ ) แก้กองกิเลสทำคนให้เป็นคน

รักและคิดถึงพ่อนะเจ้าค่ะ เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ....หนูจิ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ  ครูฯ

ระดับความขัดแย้ง อยู่ในระดับสูงแล้วครับ เกินกว่าที่พวกพวกเราจะสมานกันได้  ทำไมหรือครับ

คู่ความขัดแย้ง ได้พัฒนาไปแล้ว  ระดับความขัดแย้งเข้าขั้นวิกฤต

เรามาดูคู่ความขัดแย้งกันดีกว่าครับ  แล้วเราอาจคิดออกว่าควรทำกันอย่างไร

ย่อๆดังนี้

ขั้วที่หนึ่ง   พัฒนาการจาก ทุน ทุนนายหน้า ทุนสามานย์

ขั้วที่สอง  พื้นฐานจาก นายทุนชาติ นายทุนน้อย  และชุมชนบางส่วน

 

พันธมิตร แนวร่วม .......

 

ขั้วที่หนึ่ง  นายทุนนายหน้าทั้งปวง  ทุนต่างประเทศ  กลุ่มอิทธิพล  กลุ่มผลประโยชน์ร่วม  หัวคะแนน และ ประชาชนรากหญ้า ที่ผ่านการเชื่อมต่อ(โดยทางหนึ่งทางใดเช่น การซื้อเป็นต้น)  อื่นๆ     

ขั้วที่สอง  กลุ่มนายทุนชาติ กลุ่มนายทุนน้อย กลุ่มอำมาตย์ กลุ่มชนในเมือง กลุ่มนักวิชาการที่ไม่ได้อิงผลประโยชน์  ประชาชนที่รับรู้ข่าวสารทั่วด้าน  อื่นๆ

 

เส้นทางพัฒนา และฐานอำนาจ 

 

ขั้วที่หนึ่ง 

นโยบาย แผนปฏิบัติการ ที่ได้ดำเนินการมา เป็นเวลา หลายปี  ได้ประกาศนโยบาย และพัฒนาอำนาจ การวางเครือข่ายอย่างจัดตั้งและต่อเนื่อง  หลังจากได้อำนาจรัฐ  ได้ระดมทุน และใช้นโยบายทุน

เบื้องล่าง   สร้างฐานอำนาจโดยใช้ระบอบทุน    เช่น   กองทุนหมู่บ้าน  OTOP SME SML แปลงสินทรัพย์ให้เป็นทุน สร้างโปรเจคมหีมา  สลากบนดิน     วัฒนธรรมใหม่  (เช่นกรุงเทพฯเมืองแฟชั่น)  เป็นต้น  

เบื้องบน  ได้ใช้อำนาจการโยกย้ายขุมตำแหน่ง สร้างฐานความแข็งแกร่งโดยเฉพาะ ตำรวจ และทหาร  รวบรวมกลุ่มการเมือง เข้าเป็นปึกแผ่น ด้วยทุน

 

ขั้วที่สอง

ก่อกำเนิดด้วยกลุ่มทุนชาติ ที่มีผลกระทบโดยตรงจากระบอบทุนสามานย์  การแปลง ทุนเข้าสู่การรวมศูนย์   เข้าข่าย ปลาใหญ่กินปลาเล็ก  ไม่เปิดโอกาสนายทุนชาติได้เติบโต    กลุ่มทฤษฏีพอเพียง  กลุ่ม องค์กรชุมชน กลุ่มนายทุนน้อย ทีประสบปัญหาการค้าผูกขาด  กลุ่มอำมาตย์ และกลุ่มประชาชนที่มีผลกระทบโดยตรง กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม 

ได้ก่อกำเนิดอย่างหลวมๆแล้วค่อยๆเจริญเติบโตภายใต้ตัวแทนการนำโดยใช้ชื่อ กลุ่ม พันธมิตรฯ   การเคลื่อนไหวตลอดมา  โจมตีอำนาจรัฐ  ชูสถาบัน ฯ 

ฐานล่าง ผ่านการเคลื่อนไหว ชุมชนเข้มแข็ง  ทฤษฎีพอเพียง  องค์กรศาสนาที่ไม่คั่วกลุ่มผลประโยชน์  ข้าราชการที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากนักการเมือง (ข้าราชการที่ทำตามหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์)

การเคลื่อนไหวสองขั้ว ล้วนเป็นความขัดแย้ง ทางการเมือง สังคม การศึกษาและเศรษฐกิจ วัฒนธรรม  โดยที่ไม่สามารถปรองดองกันได้ ด้วยเหตุผล   

ทางการเมืองที่ไม่สามารถร่วมมือกันได้อย่างเด็ดขาด

 ทางเศรษฐกิจ สองเส้นทางอำนาจล้วนเป็นเส้นทางที่เป็นการสวนทางอย่างเด็ดขาด  (พัฒนาโดยทุน กับ ทฤษฎีพอเพียง)

ทางสังคม  โดยวัฒนธรรมดั้งเดิมได้ค่อยๆถูกทำลาย ถูกแปลงให้เป็นระบอบทุน การ ระดมเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมได้ถูกกระทำอย่างต่อเนื่อง

ทางการศึกษา  ระบอบทุนได้ค่อยๆเข้าครอบงำการศึกษา จากดูแลโดยรัฐฯมาเป็นการครอบครองโดยเอกชน  ซึ่งกำลังจะนำเข้าสู่กระดานตลาดหุ้น  (โดยองค์กรเอกชน และรัฐฯหลายๆส่วนถูกทำลายไปแล้ว) 

เงื่อนไขความขัดแย้งต่างๆ ล้วนเป็นเงื่อนไขความขัดแย้งที่ไม่สามารถปรองดองกันได้  ส่วนหนึ่ง เป็นแนวทางการพัฒนาของระบอบทุน กับ กระแสทฤษฎีพอเพียง เดินสวนทางกัน  หลายคนที่ออกรายการอย่างเปิดเผยของการระดมทุน ทฤษฎีเพิ่มเงินเดือน สร้างอำนาจการซื้อ การจ่าย ใช้ตัวเลข GDP  การกระตุ้นเศรษฐกิจกระทำอย่างครอบคลุม    และการกระจายความรู้ทฤษฎีพอเพียงโดยกลุ่มที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง  จากหลายๆภาคส่วน ยังคอยเป็นก้างขวางคอของระบอบทุน

ยังไม่ได้พูดถึงหลายๆด้านของความขัดแย้ง  เช่น การศึกษา การรับรู้ การสื่อสาร

แต่จะพูดถึง ความขัดแย้งไม่มีทางแก้ไขด้วยสันติวิธี  มันมาไกลเกินจะเยียวยา

ภาพที่เห็นๆ   ทำไมเหตุการณ์ตรึงเครียดระดับนี้ ไม่มีใครสามารถมารับผิดชอบได้   เกมส์กำลังถูกลากไปเรื่อยๆ  ลากไปจนถึงฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะหมดแรงก่อน

ไม่มีใครลงได้เด็ดขาด  ไม่สามารถถอยได้เด็ดขาด  เสียงเตือนจากต่างประเทศดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า   เสียงเตือนจาก(ทำเนียบ)...........ก็ส่งเสียงและหนุนเนื่อง  ฐานใครเท่านั้นที่จะใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น  ระยะยาวใครจะเป็นฝ่ายชนะ  ยังต้อง ดูกัน หรือ ร่วมมือกัน   หรือร่วมกันสู้เท่านั้นครับ จะอยู่ฝ่ายไหนเท่านั้น

เงื่อนไขความขัดแย้งต่างๆวันๆจะยิ่งพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ ความขัดแย้งจะขยายตัวไปอีก ขอภาวนาว่าจะไม่มีสงครามการเมือง ที่สยดสยอง

ขอบคุณมากๆครับครูฯ

 

 

 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ

  • คงต้องระดมสรรพกำลังทั้งความรู้ ความคิด และการกระทำกันให้มากขึ้นครับ
  • เขียนอะไรยังไม่ค่อยออกเพราะกำลังฟังคำพิพากษาคดีสำคัญครับ
  • สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม .. ทั้งฝ่ายกุศล และ อกุศล
  • ศัตรูตัวแท้ของความสับสนวุ่นวายคือ "ความเห็นแก่ตัว" ครับ
  • ยุทธศาตร์ใดๆก็ตาม ที่เราจะช่วย ทำให้คนเห็นแก่ตัวน้อยลง หรือให้ผู้คนเห็นพิษภัยของความเห็นแก่ตัว .. คือทางที่ต้องรีบเลือกเดินครับ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับท่านพ่อครูบาฯ

  • ก็ได้ติดตามเหตุการณ์มาตลอดครับทั้งสื่อต่างๆ ของฝ่ายรัฐบาลฯ และฝ่ายเผด็จการนอกสภาฯ
  • จากเหตุกาณ์ทุกวันนี้ตามความคิดของผมเข้าใจว่าปัญหาจากหลายๆกลุ่มที่มารวมกัน โดยใช้ชื่อว่าพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นั้นรุมโจมตีคนฝ่ายเดียว และไม่กล้าอยู่เผชิญหน้ากับระบบฯเช่นทุกวันนี้
  • เมื่อฝ่ายที่คิดว่าตัวเองทำถูกโดยมีผู้อยู่เบื้องหลังและประชาชนบางส่วนเข้าข้างเลยทำการรุกคืบเป็นการใหญ่
  • อยากให้คนไทยให้ความยุติธรรมกับคนที่เคยจงรักภักดีและทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนมาหลายปีจนเป็นที่รักยิ่งของคนในชาติและเป็นที่นับถือของอนาประเทศ ด้วยนครับ
  • ควมเป็นธรรมของคนไทยคนหนึ่งที่ต้องการทำเพื่อประเทศชาติ แต่กลับกันเป็นคนที่ถูกมองว่าต้องการโค่นล้มระบบต่างๆ
  • อยากให้พวกเรามองย้อนอดีตไปเมื่อก่อนหน่อยนะครับว่า ทำไมคนภาคเหนือ ภาคอีสาน ได้ไปทำงานประเทศซาอุดิอารเบียแล้วนำเงินตราเข้าประเทศปีละหลายๆหมื่นล้านบาท
  • พวกเราคงลืมคนชื่อ นายเกรียงไกร เตชะโม่ง หนุ่มชาวเหนือกันหมดแล้วกะมังครับ
  • ช่วยกันมองอดีตกันไปไกลๆหน่อยครับ แล้วเราจะเห็นวิธีแก้ปัญหา
  • http://www.serichon.com/index.php?topic=17506.msg23565#msg23565

ขอบคุณครับ

มีคนแอบใช้เครื่องผม ช่วยลบ คห.24 ด้วยนะครับ

บันทึกนี้ งอกออกมาจากบันทึกลานเสวนาประชาธิปไตยสไตล์เฮฮาศาสตร์ครับ แยกบันทึกเพราะไม่เกี่ยวกับบันทึกหลักโดยตรง

คำว่า Tipping Point มีความหมายที่ซ่อนอยู่หลายนัย แถมดูจากรากศัพท์ก็จะงง คำว่า tip ที่เป็นคำนาม แปลว่า ยอด หรือ เงินทิป

ในความหมายกว้างทางสังคมวิทยานั้น Tipping Point หมายถึง “เวลา” ที่เหตุการณ์อันหนึ่งซึ่งเคยเป็นเรื่องพิเศษ กลายเป็นเรื่องธรรมดา เช่นความละอายเปลี่ยนเป็นความไม่อาย ความท้าทายกลายเป็นความจำเจ ฯลฯ ซึ่งในปี 2543 Malcolm Gladwell เขียนอธิบายความไว้ว่าแม้ปัจเจกบุคคลจะไม่สามารถควบคุมสังคมได้ แต่การกระทำบางอย่าง สามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้ ในหนังสือยอดนิยมชื่อ The Tipping Point: How Little Things Can Make a Big Difference

ความหมายในแนวกว้างนั้น ทำให้ Thomas Schelling ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ในปี 2548

ในความหมายของสภาวะอากาศ หมายถึงจุดที่การเปลี่ยนแปลง(อุณหภูมิ)ไปจนถึงจุดที่ไม่สามารถจะย้อนกลับได้อีก ซึ่งตอนนี้ก็ใกล้ความพินาศมากแล้ว

ทฤษฎี Tipping Point ยังแตกย่อยออกไปอีกหลายแขนงเช่น

  • ทฤษฎีพินาศ​ (Catastrophe theory) เป็นทฤษฎีทางคณิตศาสตร์ ซึ่งไม่น่ากลัวเหมือนชื่อ
  • มวลวิกฤติ (Critical mass) ปริมาณที่น้อยที่สุดที่ทำให้เกิดผลที่ต้องการ เช่นปริมาณยูเรเนียม/พลูโตเนียมที่ใช้ในการผลิตระเบิดปรมาณู หรือจ่ายเงินเท่าไหร่จึงได้ควบคุมอย่างแน่นอน
  • ผลต่อเนื่อง (Domino effect) เมื่อเกิดอะไรขึ้นสักอย่าง ก็อาจมีผลกระทบต่อผู้ที่อยู่รอบข้าง ล้มตามๆ กันไป
  • Emergence ผลรวมเมื่อสิ่งเล็กๆ มารวมกัน เช่นจอมปลวก รังนก ซึ่งเกิดมาจากชิ้นส่วนเล็กๆ มาประกอบกัน ดูส่วนเล็กๆ จะไม่เข้าใจเลยว่าเมื่อประกอบกันออกมาแล้ว จะออกมาเป็นอย่างไร คล้ายตาบอดคลำช้าง
  • ปรากฏการณ์ลิงร้อยตัว (Hundredth Monkey Effect) หมายถึงพฤติกรรมบางอย่างเกิดขึ้น และแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว เช่น “กระแส” แฟชั่น ข่าวลือ (รวมทั้งสิ่งห่วยๆ ที่สังคมไทยชอบ)

เขียนเมื่อ 

สว้สดีค่ะ พ่อครูบา ครูต้อย งง งง ค่ะ รู้ว่าบ้านเมืองวุ่นๆ นึกไม่ออก จะคิดอะไร ในเมื่อใจมันป่วยตามบ้านเมือง ตั้งสติ สะดุ้งๆ เมื่อวานไปซีเอ็ด ไปหยิบมติชนรายสัปดาห์ฉบับประจำวันที่ 17 -23 ตุลาคม พรู่งนีแล้วน๊ะ วันปิยะมหาราช ก็มาอ่าน ๆ หน้า 10 ความว่า"......"มันเป็นอะไรไปแล้วพี่น้องชาวไทย นี่ ต่างฝ่ายก็หา บรรณานุกรมมาอ้างอิง มันไม่หยุดกัน เพราะมันไม่อาย ไอ้พวกนี้มันจะสอบธรรมะได้ไหมหว่า มันรู้จักหิริ โอตัปปะ อะปล่าวหละ สงสัยจังทำไมคนชอบอ้างอิง หรือว่ามันเป็น.... อ้างอิงไปน้ำขุ่นๆ เออ ถ้าไปน้ำ ใสๆก็โดนฉมวกซินะ

เอางี้ไหม ประเทศเรามีประชากร สมมตินะ สมมติสัก 60 คน แล้วเราก็มีที่ดินทำกิน สัก 100 ไร่เศษๆ แล้วเราก็มาแบ่งกันทำสวนทำไร่ เกษตรผสม เอาแค่คนละไร่ก็พอ ที่เหลืออีก 40 ให้เจ้าหน้าที่ ที่บริการจัดการ แต่ตกลงกันก่อนนะ กองกลางนี่คุณไม่มีสิทธิ์นะ แล้วเราก็ใช้ชิวิต แต่พอดี อาหารไม่มีพิษ โรคไม่มี อย่าโลภนะ ถ้าโลภปึ๊บ เกิดเลย ปัญหา เพราะ ไอ้คนโลภมันจะหาทางเอา ไอ้กองกลางมาเป็นของตัวมัน แล้วมันก็ต้องลงทุน ใช่ไหมเพื่อที่จะได้ในสิ่งที่มันต้องการ ทีนี้ หากมีใครรู้เรื่องมัน ก็จะเกิดเรื่องให้มันปวดกระบาลว่า มันจะจัดการกับคนที่เห็นมันคิดไม่ดีอย่างไร มันก็คิดแค่จะปิดปากไง ทีนี้บางคนปิดปากต้องใช้ของแข็ง ไงบางคนแค่ใช้ของอ่อน แต่ไม่ว่าจะอ่อนจะแข็ง มันก็ต้องคิดอีกแหละ ว่าจะเอาแข็ง หรืออ่อนแบบไหน ดี ทีนี้ ระหว่างที่มันคิด ฝนที่ตกลงมาเป็นระยะๆ ก็ หยุดตก แมงเม่ามันมา มันบินมาจาก ไหนหล่ะ มาได้ตั้งหลายทาง แมงเม่ามันก็อยาก ตามประสามัน ไอ้เวรนี่ก็กำลังคิดหาทางปิดปากพวกเจอแมงเม่าบินเข้าปาก ก็อมไว้ก่อนซิ มันเคยนี่ อำไรๆผ่านมามันเคย นะ ไอ้แมงเม่าที่เหลือก็ไปซิ บินหนีก็มี ไอ้ที่ชนกันเองปีกหลุดก็มี โอ๊ย มากหลาย ไม่อยากบรรยาย ทีนี้ ไอ้ที่ตกลงมาตายก็เยอะ ก็อาหารมดไง มันก็มากันใหญ่เลย ทั้งมดเล็ก มดใหญ่ รวมทั้งไอ้มดเอ็กซ มันก็มา ยังมดปาทังก้าอีก พอมดมา นกก็มาแล จิกกินมด ไอ้เจ้าตัวมัน ข้างต้น ก็ไม่ต้องคิดหาวิธีปิดปากใครแล้ว มันเผ่นตั้งแต่แมเม่าเข้าปากแล้วไม่ต้องรอมดมาหรอก นกมา แมวมา สันัขมา เสือ สิงห์ กระทิง นางแรด ก็มา มากมาย ทางนี้ก็ล่อกันนัว แล้วไอ้ตัวมัน มันก็ไปหาวิชาพัฒนาให้ตัวมันยิ่งใหญ่ไง เพื่อว่าจะได้มีส่วนในไอ้ 40กว่า เปอร์เซ็น ที่นี้ เป็นไง ก็กลมไง หาวิชาจนหัวหมุน จนกลม หัวหมุน แกะไม่ออก ยิ่งนานวันก็ยิ่งเหนียวแน่น ไปโดนเข้า เป็นไงไอ้ตัวกลมนี่ก็มีอะไรเหนียวๆ ออกมา สงสัยเป็นเหงื่อมัน ยะเยือย...ไม่อยากเข้าไกล ก็เลยนอนอยู่บ้านเฉยๆ

เขียนเมื่อ 
  • พ่อครูครับ
  • ขอเวลาทำการบ้านหน่อยนะครับ
  • เดี๋ยวจะกลับมา

ผมเป็นกลางที่ไม่เข้าข้างทั้งพันธมิตรฯและรัฐบาล ถ้าใครผิดก็ว่าตามผิด ใครถูกก็ว่าตามถูก จะให้บอกว่าข้างใดข้างหนึ่งทำถูกทั้งหมด ผมพูดไม่ได้เพราะมีทำผิดทั้งคู่ จะว่าผิดทั้งหมดก็ไม่ได้เพราะที่ทั้งคู่ทำก็มีสิ่งที่ถูกทั้งคู่อีกเหมือนกัน หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่เลือกข้างครับ จะไม่ยอมให้ผมอยู่ข้างไหนก็ไม่เป็นไร เพราะผมอยู่อย่างพอเพียงอยู่แล้ว

กำลังมึนกับคดีวันนี้ว่าความทั้งวัน พรุ่งนี้พยานสำคัญอีก ๑ วัน ต้องเลือนประชุมไป ๑ งานเพื่อว่าความอย่างเดียว พรุ่งนี้ว่าความเสร็จค่อยส่งการบ้านครับ

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะ พ่อครู
  • ทัวร์เฮฮาศาสตร์อินคอนเสริต ดีมั้ยคะ
  • เครือข่ายมีทั่วประเทศแล้วนี่คะ
เขียนเมื่อ 
  • ปลูกต้นประชาธิปไตย
  • อะไร ทำไม เมื่อไร เพราะอะไร เพื่ออะไร และต้องการอย่างไร
  • ปลูกต้นมะม่วงจะให้ได้ลูกมะพร้าวได้อย่างไร
  • ทุกคนมี หนึ่งสมอง สองมือ และหนึ่งหัวใจ เท่ากัน
  • แต่ศักยภาพหลากหลายแตกต่างกัน อย่างธรรมชาติที่จัดสรร
  • แต่ทุกคนอยู่ภายใต้กฏธรรมชาติทั้งนั้น
  • ความขัดแย้งเป็นเรื่องธรรมชาติ
  • แต่มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ระดับมันรุนแรงเพิ่มขึ้นเพราะอะไร
  • ความจริงของความขัดแย้งอยู่บนฐานของข้อมูลที่เชื่อถือได้หรือไม่
  • การทำให้แจ้ง คือเอาข้อเท็จจริงที่เชื่อถือได้มาเปิดให้ทุกฝ่ายได้รับทราบ
  • ผิดเป็นผิด ถูกเป็นถูก
  • อะไรจะเกิดก็ต้องยอมให้เกิด
  • เกิดเพื่อปรับให้สังคมดีขึ้นประเทศชาติต้องเป็นไท
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ

  1. อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา สิ่งปรุงแต่งทั้งปวงไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน
  2. สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ไม่ชดใช้ชาตินี้ ก็ต้องชดใช้ชาติหน้า อาณาจักรขอม รัสเซียโซเวียต หรือแม้แต่อเมริกา ย่อมเดินไปตามเส้นทางแห่งพระธรรมชาติด้วยกันทั้งสิ้น นั่นคือ one world
  3. การที่เราจะไปทาสีเมืองทั้งเมืองให้เป็นสีเขียวทั้งหมดคงยากลำบากยิ่ง สู้เราใส่แว่นสีเขียวน่าจะเหมาะกว่า

 

ในวาระเฉลิมฉลองปีแห่งความปิติแห่งชาติ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระชนมายุ80พรรษา

ชาวไทยสร้างวัตถุมากมาย อาคาร ศาลา ถนน สะพาน

ทำโครงการเทิดพระเกียรติ

เปิดป้ายฉลองกันทั้งปี

ในขณะเดียวกันสังคมแตกแยกบานปลายไปเรื่องๆ

ถามว่าเราจะเฉลิมฉลองกันด้วยสถานะอย่างนี้หรือ

พลังเงียบ ลุกขึ้นมาเป็นพลังงานกันเถิด

ไม่เข้าข้างซ้ายข้างขาวมีแต่ข้างเรา

 

แนะนำให้แต่ละฝ่ายถอยกันคนละก้าว

แล้วนั่งดูเฉยๆ อยู่เฉยๆ

ให้คนอื่นแสดงบ้าง รักประเทศไทยได้บ้าง

เราต้องการสันติสุข สันติธรรม ความชอบธรรม

ลุกกันขึ้นมาเถิด ช่วยกันพูด ช่วยกันเขียน ช่วยกันบอกดังๆ ว่าพอเสียที

ดันทุรังไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น

บริหารประชาธิปไตยให้ปกติไม่ได้ ก็ควรจะพักได้แล้ว

ปล่อยให้คนอื่นมีโอกาสแสดงเหตุผลบ้าง

เราจะถวายความสงบของบ้านเมืองเป็นของขวัญแด่พ่อพระแผ่นดินดีไหมครับ?

IP: xxx.19.23.38
เขียนเมื่อ 

·       มาคุยต่อค่ะ   เพราะอึ๊ยังไม่ออก...

·       นึกถึงคำพูดที่ว่า  สิ่งที่เกิดขึ้นจริง มันอาจจะไม่เลวร้ายเท่าสิ่งที่เกิดขึ้นในจินตนาการ  ...น่าจะกล่าวถึง ในประเด็นที่เป็นความคิดเชิงลบ….

·       กินทีละคำ... เริ่มกระพือปีก....ให้ปีกน้อยสามารถโบยบิน...

·       คำพูดของใครบางคน แว๊บ แว๊บ เข้ามา….

·       ถ้าประชาชาชนมีคุณภาพดี ประชาธิปไตยก็คุณภาพดีด้วย

ถ้าประชาชนมีคุณภาพต่ำ ประชาธิปไตยก็เป็นประชาธิปไตยอย่างต่ำด้วย

เพราะคุณภาพประชาธิปไตย ขึ้นอยู่กับคุณภาพของประชาชน

แล้วคุณภาพของประชาชนขึ้นต่ออะไร?  ก็ขึ้นต่อการศึกษา

·       แล้ว...การศึกษาที่ดี มีคุณภาพ เป็นแบบไหน...จำเป็นไหม ที่จะต้องเป็นไปตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด...ไม่รู้สึกบ้างหรือว่า...โลกมันแคบ...

·       เปลี่ยนตัวตนข้างในของคน...ได้ไหม...เพื่อให้มีโลกใบใหม่ที่กว้างขึ้น....ฟังดู..น่าจะทำยาก... แต่เชื่อในศรัทธา และความมุ่งมั่นไหม...ความรัก...ความเข้าใจ...มันสามารถเหนี่ยวนำใครบางคน...หันมามองเรา..และฟังเราอย่างตั้งใจ...ได้ไหม...ผีเสื้อกระพือปีก...ว่าแต่ว่า.... เรา เปลี่ยนตัวตนข้างในของเรา ...อย่างแท้จริงหรือยัง

·       ดูแลคนอื่น ด้วยการดูแลตนเอง

 

นักการอิ่ม

IP: xxx.19.23.38
เขียนเมื่อ 
  • ใจ “แคบ” โลก “แคบ”
  • ใจ “กว้าง” โลก “กว้าง” ใ
  • จ “ไร้พรมแดน” โลก “ไร้พรมแดน”

 

  • และเราจะเป็นจักรวาล “นักการอิ่ม”

สวัสดีครับ

ผมอยากจะเล่าเรื่องที่เพิ่งเดินทางไป ตจว. เพื่อทอดกฐินมาให้ฟังสักหน่อย เผื่อว่าจะเข้าเค้าตำตอบของการบ้านข้อ ๔ ครับ

เรื่องราวก็มีอยู่ว่า ช่วงเดินทางไปงานกฐินตามต่างจังหวัด ก็เป็นธรรมดาที่แขกก็จะทยอยมานั่งกินข้าว ปลา อาหาร ที่เจ้าภาพเตรียมไว้ ซึ่งญาติสนิท มิตรสหายก็ต่างทยอยมาจากหลายๆ ที่ บางคนก็นานๆ เจอกันที จึงเกิดวงเสวนากันขึ้นหลังคุยสารทุกข์สุกดิบกันได้ที่

และแน่นอน เรื่องเด่นประเด็นร้อนก็ต้องเหตุบ้านการเมือง นั่งโต๊ะไหนก็เสวนาที่นั่น ไม่เว้นแม้แต่ขณะที่อาจารย์กำลังฉันเช้า ซึ่งบางคำถามก็มาจากอาจารย์เองนั่นแหละ!!!

คำถามที่ผมเจอก้เช่น

๑. กรุงเทพฯ ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง

๒. ไปประท้วงกับเขาหรือเปล่า และอยู่ฝ่ายไหน

๓. ทำไมหมอถึงทำอย่างนั้น (กรณีหมอจุฬาฯ ออกแถลงการณ์วันแรกๆ)

๔. จะเชื่อใครดี

บอกตรงๆ พูดจริงๆ เพื่อลดความขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกขณะ ผมพยายามหลีกเลี่ยงการเสวนาที่ฟังธง (ซึ่งจริงๆ เราก็ฟังธงไม่ได้หรอก) แต่พอครั้นที่จะพยายามสร้างบรรยากาศการสนทนาแลกเปลี่ยนของ ๒ กลุ่มแนวคิด ก็ท่าจะลำบากเพราะสถานการณ์ไม่ค่อยอำนวย เลยคุยแบบธรรมดาๆ ตามประสาคนรู้จักมาเจอกันซะมากกว่า

แต่ช่วง ๒-๓ วันที่ว่า จากการนั่งหลายวง หลายหมู่บ้าน (พอดีเดินทางทั้งไปงานและไปทอดกฐินด้วย) ก็ได้ข้อสังเกตเล็กๆ ดังนี้

๑. ทุกวงเสวนาก็ไร้ซึ่งข้อสรุป แถมบางวงก็ออกจะขัดแย้งกันนิดๆ เพราะต่างฝ่ายต่างยึดติดข้อมูลที่ตนเองมีอยู่ ซึ่งไม่ใช่ข้อเท็จจริง แต่เชื่อเพราะชอบ 

๒. ถ้ามีการเสวนากันนานกว่าครึ่งชั่วโมงขึ้นไป อาจจะสร้างความขัดแย้งขึ้นได้

๓. วงเสนามีทุกอาชีพ ทุกรายได้ แต่ผู้ชายจะมากกว่าผู้หญิง

๔. คนต่างจังหวัดสนใจการเมืองด้วยการรับข่าวสารมากขึ้น

๕. บางวงพูดถึงนักการเมืองท้องถิ่นว่าเข้ามีบทบาทมากขึ้นในการกระตุ้นความเชื่อ

๖.  ส่วนใหญ่ใส่เสื้อแดง !!! (คำพูดจากพระอาจารย์ขณะฉันเช้า)

ทั้งหมดนี้ อาจจะเป็นสรุปสั้นๆ ช่วงที่เดินทางไปทอดกฐิน ซึ่งจริงๆ ตั้งใจว่าจะไม่พูดเรื่องการเมือง แต่ก็ได้เห็นอะไร มากขึ้น ท้ายที่สุด คือ อยากเห็นบ้านเมืองสงบเสียที เหมือนทุกๆ ท่านครับ

ด้วยความเคารพรัก

IP: xxx.147.74.4
เขียนเมื่อ 

1.หัวเมืองทั้งหมด ทั้งประเทศ โปรดรวมตัวเป็นพลังกลุ่มย่อย หัวเมือง+หัวเมือง = พลังเพื่อประชาธิไตย ของชาติ ไม่ใช้ความรุนแรง

2ขอให้คนไทยในชาติ สนับสนุนแนวทางสันติ โปรดใช้ป้ายข้อความ "ยุติความรุนแรง แสวงสันติ ด้วยการสานเสวนาประชาธิปไตย"

3.การสิ่งใดก็ตาม เน้นรูปธรรม แนวทาง คือ "ยุติความรุนแรง แสวงสันติ"  จ้า

  • ทั้งที่มีศูนย์รวมดวงใจ ส่องสว่างไสวมาเป็นเวลาช้านาน
  • หากสำเหนียก สำนึกตามคำทูล ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ไฉนจึงได้ ใหญ่โต โอ่โถง ผลิตได้บ้างก็แต่น้ำยาง (อาย) คุณภาพต่ำ
  • บ้างก็ออกทีวี ให้สัมภาษณ์สื่อกันอย่างไร้สำนึก เพราะตั้งสมมติฐานกันว่าคนดูมีเพียง 3 กลุ่ม จึงสื่อ ให้บรรลุเพียง 3 วัตถุประสงค์ 1. โจมตีศัตรู   2. สะใจพวกตรู   3. โน้วน้าวพวกไม่รู้ 
  • ไม่ระลึกรู้บ้างเลยหรือว่าประเทศนี้ มี "ใคร" บ้างที่นั่งอยู่หน้าจอ และรอคอยรับข้อมูลจาก สื่อทุกรูปแบบ ด้วยความห่วงใยในประชาชนและผืนแผ่นดิน
  • ส่วนที่ดีที่ตั้งใจคงมี แต่ไม่เด่นไม่ดัง และแน่นอน เรื่องเหม็น ๆ ไปได้ไกลกว่า และถูกพูดถึงได้ออกรส ออกชาติกว่ากันแยะ
  • แค่เด็กเรียนจบจะแยกย้ายไปประกอบอาชีพ ยังต้องกล่าวคำสัญญาต่อแผ่นดิน ว่าจะนำความรู้ไปสร้างแต่สิ่งดีมีประโยชน์แก่สังคมส่วนรวม
  • นับประสา กับคนเข้าถวายสัตย์รับตำแหน่ง คืนก่อนหน้านั้น ได้เตรียมตัวเตรียมใจ เตรียมความตั้งใจอะไรมาบ้าง หรือมัวแต่เลือกเสื้อผ้าเฟอร์นิเจอร์เพราะตีค่าโอกาสในตำแหน่ง ผิด (บ่นๆๆๆ)
  • ครูปูขอยกมือด้วยกับวิธีสันติ อหิงสา เพราะทำได้นั้นน่าจะดี แต่ต้องชาญฉลาดและมั่นใจว่าจะสำเนาถูกต้องและควบคุมขอบเขตแห่งสาระนี้ได้
  • ครูปูยังนึกติงระบบการศึกษาของบ้านเราอยู่ดีแหล่ะค่ะ
  • ที่น่าจะเน้นการสร้างสำนึก ในบทบาท ในหน้าที่ สิ่งที่ต้องกระทำ สิ่งที่พึงกระทำ ด้วยความเข้าใจ และด้วยหัวใจแห่งประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
  • การพัฒนาทักษะทางวิชาการ วิชาชีพนั้นดี ยิ่งผ่านการรับรองคุณภาพมาตรฐานก็ยิ่งเท่ พาคณะกรรมการไปเลี้ยงดูปูเสื่อ พอรุ่งเช้าก็ขึ้นป้ายแห่งความภาคภูมิใจ จัดการตีพิมพ์เผยแพร่ เผลอ ๆ จัดงานเลี้ยงฉลองไปนู่น...
  • แต่สภาพสังคมแสดงผลลัพท์ที่แท้จริงให้เห็นแล้วใช่หรือไหม จะยอมรับโดยดี หรือคิดอีกที ไม่เกี่ยวกับฉันนี่หว่า?
  • ถ้าเด็กเราเก่งน้อยลงนิด แล้วเน้นทักษะการใช้ชีวิตอีกหน่อยจะดีไหม
  • อาจมีวิชา หรือหลักสูตรเด่น ๆ หรือเสวนาวิชาการก็ได้ เช่น  วิชาตอบแทนผู้มีพระคุณ   วิชาผูกไมตรีสะสมมิตร   วิชารู้เท่าทันความขัดแย้ง   วิชาการส่งมอบความรักแก่ผู้อื่นด้วยความเข้าใจ    วิชาการส่งมอบสิ่งแวดล้อมดี ๆ สู่ลูกหลาน   วิชาแก้ไขอย่างปราชญ์เมื่อพลาดทำผิด   วิชาว่าด้วยคุณสมบัติผู้กล้าอาสาทำเพื่อบ้านเมือง   วิชาบริหารปัญหานำไปพัฒนาโอกาส  วิชาภาวะผู้ใหญ่  เป็นต้น
  • โอย เขียนยังไงก็ไม่หมดค่ะ พ่อครูขา ฯ ทำไงดี 

 (ฟ้าสีทองผ่องอำไพ แต่คนไทยหน้ามืดทั้งแผ่นดิน)

พี่นิด
IP: xxx.28.21.4
เขียนเมื่อ 

พ่อครูค่ะ สรุปส่งเมลล์ให้พ่อแล้วนะคะ ไปตจว. เยี่ยมคุณยาย ค่ะ กลับมาจะทำต่อให้นะคะ ดำเนินการทวงการบ้านให้แล้วนะคะ ใคร ใคร่ส่งเมลล์ กรุณาส่งที่พ่อครูนะคะ ขอบคุณ เพื่อนพ้องน้องพี่ สันติวิธี นะคร้าบท่านๆๆทั้งหลาย

สวัสดีครับพ่อครู

เห็นด้วยกับการวิเคราะห์ของหมีแพนด้าจริง ๆ ครับ

สำหรับผมแล้ว ป่วยการที่จะสนใจเรื่องการเมืองและทุน ถ้าหากเรายังไม่เข้าใจเรื่องการปกครองที่ดีพอ

คงปล่อยให้ยุคที่ผู้คนเหล่านี้เขาพูดถึงอำนาจและทุนกันไปก่อน การปฏิวัติเข้าสู่สังคมแห่งการฟื้นฟูกำลังจะมาถึง

ด้านศาสนา ด้านการเมืองประชาชน ระบบสหกรณ์ ระบบเศรษฐกิจพอเพียง ต้องทำให้เป็นแผนการเมืองการปกครองใหม่ครับที่ พูดกันเรื่องความเอื้อเฟื้อต่อกันของคนในสังคม ไม่ใช่แผนที่จะทำความมั้งคั่งให้ผู้คนให้ประเทศ

คนไทยเราส่วนใหญ่จน และทำงานเพื่อหาเลี้ยงชีพ เป็นชนกรรมาชีพเสียส่วนใหญ่

ส่วนน้อยที่รวยและทำงานเพื่อยังความมั่งคั่งร่ำรวยถ่ายทอดเพื่อชาติตระกูล และพวกพ้องเครือข่ายครอบงำ และอำนาจ

เราส่วนใหญ่ต่างมุ่งเข้าหาคนส่วนน้อย เลือกพวกเขา เคารพ เชื่อถือพวกเขา ปล่อยให้พวกเขาลากเราเข้าไปสู่จุดอับ

และเมื่อพวกเขาทะเลาะกัน แบ่งกันไม่ได้อีกต่อไป เขาก็ยังลากพวกคนจนอย่างเราเข้าไปอีกจนได้

พอเถอะคนจน เลิกที่จะเลือกคนรวยที่ไม่เคยเสียสละ เสียที รู้ได้ไม่ยาก ลองหารายชื่อนักการเมืองย้อนหลังไปสิบกว่าปี พวกเขายังอยู่ และกำลังทำความยุ่งยากอยู่

หากจะทำการเมืองใหม่ ต้องเลือกใหม่

หากจะทำการปกครองใหม่ ก็ต้องเลือกผู้ปกครองใหม่

และต้องไม่ใช่คนรวยพวกนั้น

สวัสดีเจ้าค่ะ พ่อครูจ๋า มาอีกรอบกับความคิดอันน้อยนิดของมันสมองเด็ก อิอิ

ในความคิดเด็กอย่างน้องจิกับสภาพสังคมไทยในปัจจุบัน....ตอนนี้ภาพสังคมปัจจุบันช่างเป็นเสมือนฝันร้ายสำหรับเด็กและเยาวชนอย่างมาก....เด็กคืออนาคตของประเทศชาติ แต่ตอนนี้ผู้ใหญ่กำลังจะทำให้เด็กอย่างหนูรู้สึกว่า ชาติจะเหลือให้เด็กพัฒนาหรือเปล่าก็ยังไม่รู้

ทำไมผู้ใหญ่ไม่เปิดใจต่อกันล่ะค่ะ ทั้งสองฝ่ายก็บอกประกาศว่า รักประเทศชาติมากที่สุด แต่รู้หรือไม่ว่า ความรักชาติของผู้ใหญ่เหล่านั้น หมายความว่าอะไร...

ใครไม่ได้คิดตามข้า ก็ถือว่าอยู่คนละฝ่ายกับข้า.....ทำไมต้องเอาความคิดของตนเองเป็นใหญ่ด้วย ทั้งๆที่สมองความคิดของตัวเองก็ไม่ได้เด่นไปกว่าคนอื่น....

คนเราสามารถอยู่ร่วมกันได้ด้วยความแตกต่าง แต่ต้องไม่แตกแยก...ถ้าชาติใดไม่มีความคิดที่แตกต่าง คงจะเจริญไม่ได้ แต่หากแตกต่างแล้วแตกแยกด้วย ก็เจริญมิได้เช่นกัน ดังนั้น เราจะต้องรับฟังความคิดของคนส่วนใหญ่แต่จะไม่ทิ้งความคิดของคนส่วนน้อย

ลองมาจับเข่านั่งคุยกันดีไหม....น้องจิคิดว่า น่าจะให้ผู้ใหญ่ทุกคนลองถามใจตัวเองกันก่อนดีกว่าว่า เราพร้อมหรือยังที่จะรับฟังคนอื่น พร้อมหรือยังกับคำว่าเสียสละ พร้อมหรือยังกับคำว่า ยอมแพ้เพื่อเอาชัย....

ไม่มีใครยอมใคร ข้าต้องชนะ ไม่งั้นข้าไม่ถอย...เลือดนักสู้มาเต็มร้อย ทุกคนชนะหมด ไม่มีใครแพ้ แต่สิ่งที่แพ้ก็คือ ประเทศชาติ แพ้อย่างย้อยยับเพราะคนที่คิดว่าตัวเองชนะทั้งนั้น

ก่อนที่จะแก้ไขปัญหาประเทศ ก่อนที่จะคิดว่าตัวเองจะพาประเทศผ่านวิกฤตไปได้ ...ลองเปิดใจให้กับตัวเองเสียก่อนดีกว่า...เปิดใจรับสิ่งต่างๆที่ไม่ใช่ตัวตนของเรา แต่เป็นตัวตนของคนอื่นที่เราจะต้องศึกษา ไม่ใช่เพื่อตัวเรา แต่เพื่อประเทศชาติ

ชาติไทยเป็นประชาธิปไตย....คือประชาชนทุกคนคือเจ้าของประเทศ..แต่ตอนนี้เจ้าของประเทศคือใคร..คือคนเพียงคนเดียวอย่างนั้นหรือ....อย่าใช้มืออันเล็กเพียงน้อยนิดมากุมแผ่นดิน...ดูดีแล้วหรือยังว่ามือของคุณสะอาดพอไหมที่จะใช้กุมแผ่นดิน

ลองมาจับมือประสานความสามัคคี หันหน้าเข้าหากัน รับฟังซึ่งกันและกัน ช่วยกันแก้ไขปัญหาซิ ลองนึกภาพง่ายเพียงนิดเดียว ก็ลองนึกว่าเราเป็นครอบครัวเดียวกันซิ เวลาทะเลาะกันจะคืนดีกันจะทำได้อย่างไร ...ซื้อเค้กซิ ขนมซิ อ่ะเราขอโทษนะ ยกโทษให้หน่อยนะ ...เพียงเท่านี้เอง ก็มีความสุขแล้ว แต่ทำไม่ได้ใช่ไหม โตๆกันแล้วมาให้ขนมอะไรเป็นเด็กๆไปได้....ก็ลองให้หัวใจ ให้ความรัก ความเอื้ออาทรต่อกันซิเจ้าค่ะ แล้วคุณจะมีความสุข

บ่นมานาน...เสียงเด็กพลังเด็ก...เสียงเล็กๆ แต่แหลมนะจะบอกให้...555++ น้องจิแวะมาแสดงความคิดเห็นแค่นี้ค่ะ อารมณ์พาไป เขียนไม่ดีหรือไม่ได้เรื่องก็ขออภัยด้วย อิอิ ก๊ากๆๆ

รักและคิดถึงพ่อเสมอเจ้าค่ะ...หนูจิ

เขียนเมื่อ 

เด็กบ่นมากระวังแก่เร็วนะเด้อ หลานสุดรักในใส้

น้ำฟ้าและปรายดาว

มาแว้วววว

อืม มีหลายท่านได้นำเสนอและทิ้งประเด็นไว้ว่าเราจะ ” เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ คิดทำทีละอย่าง ” และ ” ไม่จำเป็นต้องหาคำตอบทั้งหมดให้ได้ในครั้งเดียว ” แต่จะเริ่มจากอะไรก่อนดี..อิอิอิ

และก็มีอีกหลายท่านที่มาชี้ให้เห็นถึงรากของปัญหา ตั้งแต่คน ระบบ ที่มาของความขัดแย้งในปัจจุบัน ผลกระทบ และทางออก

งั้นเบิร์ดเสริมในเรื่องของพลังเงียบค่ะ..เราอาจจะเห็นว่าเหมือนมีสองฝ่ายเท่านั้น แต่ ” ไม่จริงเลย ” ยังมีคนอีกจำนวนมากที่อาจมากกว่าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดซะอีกที่จับตาดูและกดดันทุกฝ่ายด้วยคำว่า ” ไม่ใช้ความรุนแรง ” ซึ่งเบิร์ดว่าได้ผลแฮะ..เพราะความเข้มข้นเอาจริงของความกดดันอันนี้เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ภายหลังเหตุการณ์ ๗ ตค. ที่ว่าได้ผลเพราะมีการขยับจากหลายภาคส่วนที่นอกเหนือจากกลุ่มฝ่ายที่เย้วๆกันอยู่ ตั้งแต่สถาบันพระปกเกล้า สภาพัฒนาการเมือง สมาคมสื่อสารมวลชน องค์กรเอกชน และเครือข่ายภาคประชาชนอีกหลายองค์กรอย่างเด่นชัดและเอาจริงเอาจัง ซึ่งถ้าพลพรรครักเธอทั้งหลายไม่สำเหนียกก็คงมีอะไรดีๆตามมาอีกเยอะ แต่นี่ทุกฝ่ายเริ่มนิ่งและระวังตัวมากขึ้นเป็นสิ่งที่น่าสนใจนะคะ

การประสานเสียงที่เริ่มสานเครือข่ายทางสังคมแบบลานเสวนาประชาธิปไตยฯของพ่อ หรือลานเสวนาในที่อื่นๆที่จะเปิดตัวในวันที่ ๒๖ ตค.นี้ เป็นการแสดงให้ทุกกลุ่มฝ่ายรู้อย่างชัดแจ้งว่า ถึงจะยังตกลงกันไม่ได้ แล้วจะประท้วงกดดันกันไปอย่างไรก็ตาม  ก็ห้ามใช้ความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดทั้งสิ้น และจะเปิดพื้นที่ในที่ต่างๆทั้งนสพ. โทรทัศน์ วิทยุ เน็ต และเวทีสารพัด เพื่อให้กลุ่มฝ่ายมาพูดคุยกัน  แบ่งปันพื้นที่แบบเสมอภาค และให้เกิดการหาทางออกร่วมกันอย่างแท้จริง..พลังที่สอดประสานนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น และเป็นพลังที่ทรงอิทธิพลพอควร เพราะมองที่จุดเดียวกันคือการยุบสภา ลาออก หรือสสร.๓เป็นความคิดที่สั้น ตื้นเกินไป..

เรามีรัฐธรรมนูญมาสิบกว่าฉบับแต่ไม่ได้ช่วยให้การเมืองดีขึ้นมากนัก รวมทั้งยังมองไม่เห็นว่าการร่างรัฐธรรมนูญใหม่มีความคิดใดที่ ” ตกผลึก ” …เพราะในการร่างรัฐธรรมนูญปี ๔๐ สภาร่างฯมีการประชุมเพื่อถก เถียง และหาข้อยุติที่เป็นการตกผลึกทางความคิดร่วมกันก่อนจะร่างแนวทางออกมา แต่นี่ ?!?!

และการเมืองใหม่ของพธม.ก็เป็นสิ่งที่ควรนำมาคิดเช่นเดียวกันเพื่อดูว่าจะมีการปรับเปลี่ยนอย่างไรให้ลงตัว เพราะอย่างที่ทราบกันอยู่ถึงยุบสภาก็มีโอกาสที่จะต้องมาตั้งป้อมไล่กันใหม่ได้เพราะระบบเลือกตั้งของเรามีปัญหา ..แต่การเมืองใหม่แบบที่พธม.เสนอก็ยังมีข้อขัดแย้งและไม่เห็นด้วยในหลายๆส่วนซึ่งถ้าสามารถปรับให้สอดคล้องกันได้ก็น่าสนใจ จะได้มีที่ลงให้กับทุกฝ่ายและเห็นทางร่วมกันได้บ้าง โดยผ่านการกดดันของพลังเงียบที่กล่าวมา

นิยามการเมืองใหม่ที่น่าจะเป็นคือ การเมืองระบอบประชาธิปไตยที่พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และประชาชนมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง.. อยากเห็นพระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชอำนาจตามประชาธิปไตย เหมือนรูปแบบของอังกฤษ ซึ่งที่ผ่านมาเราไม่เคยมีนะคะ เพราะมีคำกล่าวว่า ” กษัตริย์อยู่เหนือการเมือง “ 
ชักง่วง..ขอไปนอนก่อนนะคะ แล้วจะมาติดตามใหม่ค่ะ

ฉะนั้น น่าจะมีการปรับปรุงจุดนี้ค่ะ เพราะพระองค์ท่านควรมีพระราชอำนาจหากประเทศอยู่ในภาวะการณ์ที่วิกฤตมากๆ จะได้มีการเว้นวรรคเพื่อให้หยุดฟื้นตัวและยุติเรื่องราวต่างๆ รวมทั้งได้นายกฯพระราชทาน..อย่างอังกฤษเมื่อประเทศไปไม่รอด ( แบบเราในตอนนี้ ) ก็มีช่วงหนึ่งที่มีนายกฯพระราชทานจากสมเด็จพระราชินีนะคะ เพราะท่านมีพระราชอำนาจตามรัฐธรรมนูญ..รวมทั้งประชาธิปไตยไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องมีการเลือกตั้งค่ะ..

อย่าปล่อยให้ความขัดแย้งเรื่องรัฐธรรมนูญ และรัฐบาล ทำให้เกิดนองเลือดอีกครั้ง อยากจะขอให้ทุกฝ่ายฟังข้อมูลให้ครบถ้วนและตัดสินใจ เพราะวันนี้ต่างฝ่ายต่างฟังข้อมูลของตนเองซึ่งก็ไม่ถูกต้องทั้งหมด และคิดว่า ควรสนับสนุนให้คนมีส่วนร่วม แสดงความเห็น และตัดสินใจค่ะ เพราะการเปิดพื้นที่จะทำให้ได้ความคิดที่หลากหลาย มีการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ซึ่งจะพาเราออกจากภาวะติดขัดเหล่านี้ได้ 

คนนิรนาม :: Iem 22 ตุลาคม 2008

·       มาคุยต่อค่ะ   เพราะอึ๊ยังไม่ออก…

·       นึกถึงคำพูดที่ว่า  “สิ่งที่เกิดขึ้นจริง มันอาจจะไม่เลวร้ายเท่าสิ่งที่เกิดขึ้นในจินตนาการ”  …น่าจะกล่าวถึง ในประเด็นที่เป็นความคิดเชิงลบ….

·       กินทีละคำ… “เริ่มกระพือปีก”….ให้ปีกน้อยสามารถโบยบิน…

·       คำพูดของใครบางคน แว๊บ แว๊บ เข้ามา….

·       ถ้าประชาชาชนมีคุณภาพดี ประชาธิปไตยก็คุณภาพดีด้วย

ถ้าประชาชนมีคุณภาพต่ำ ประชาธิปไตยก็เป็นประชาธิปไตยอย่างต่ำด้วย

เพราะคุณภาพประชาธิปไตย ขึ้นอยู่กับคุณภาพของประชาชน

แล้วคุณภาพของประชาชนขึ้นต่ออะไร?  ก็ขึ้นต่อการศึกษา

·       แล้ว…การศึกษาที่ดี มีคุณภาพ เป็นแบบไหน…จำเป็นไหม ที่จะต้องเป็นไปตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด…ไม่รู้สึกบ้างหรือว่า…โลกมันแคบ…

·       เปลี่ยนตัวตนข้างในของคน…ได้ไหม…เพื่อให้มีโลกใบใหม่ที่กว้างขึ้น….ฟังดู..น่าจะทำยาก… แต่เชื่อในศรัทธา และความมุ่งมั่นไหม…ความรัก…ความเข้าใจ…มันสามารถเหนี่ยวนำใครบางคน…หันมามองเรา..และฟังเราอย่างตั้งใจ…ได้ไหม…ผีเสื้อกระพือปีก…ว่าแต่ว่า…. เรา “เปลี่ยนตัวตนข้างในของเรา” …อย่างแท้จริงหรือยัง

·       “ดูแลคนอื่น ด้วยการดูแลตนเอง”

นักการอิ่มหมายเหตุ  ไม่ได้ดำดินมาแล้วนะคะ พี่บางทราย

 

 

#15:: มิสเตอร์สะตอฯ 22 ตุลาคม 2008

กราบสวัสดีครับท่านครูฯและท่านผู้รู้ทุกท่านครับ

ผมขอตอบในสิ่งที่ผมคิดส่วนตัวละกันนะครับ

เมื่อวานผมได้รับการบ้านดังนี้

1. เราจะมีบทบาทอย่างไรในส่วนของการดำเนินงานและกิจกรรมของ ”เครือข่ายสานเสวนาเพื่อสันติธรรม” ต่อจากนี้ไป

*** ผู้สานสันติธรรมควรศึกษาและเข้าใจของคนส่วนใหญ่ก่อน ก่อนที่จะนำไปสู่การพูดคุยแบบถอดหมวกครับ หากเราสร้างพลังขึ้นมาโดยพลังที่สร้างใหม่ยึดตัวตนของเราอัตตาเราเป็นหลัก โดยไม่เห็นใจของสังคม เราก็ไม่ต่างอะไรกับกลุ่มอื่นๆที่เราไม่โดนใจครับ แล้วคราวนี้ก็จะเกิดกลุ่มมากมาย ตอนนี้อาจจะมีสามกลุ่มหรือห้ากลุ่ม หรือเอ็นกลุ่มครับ กลุ่มที่เงียบก็มี อยู่ เอ็มกลุ่มเช่นกันครับ เราจะมีบทบาทอย่างไร อันนี้ผมว่าเราควรจะบูรณาการเรากันเองให้ได้กันเสียก่อน แล้วใช้กลยุทธแบบคลื่นกัดเซาะชายฝั่ง ในการกัดเซาะความเป็นตัวตน และอคติในอีกฝ่ายลด ทำแบบระยะยาว หลักสูตรที่ท่านครูเรียนอยู่ผมว่า ก็อยู่ในข่ายนี้เช่นกัน ที่จะทำความเข้าใจ แล้วสานใจบูรณาการใจ ลดช่องว่างให้แคบลงครับ มีปัญหาแต่ไม่ใช่ว่าจะแก้ไม่ได้
หากเราสองคนตาบอด เดินมาเจอกัน เราจะสือสารกันอยางไร
หากเราสองคนหูหนวก เดินมาเจอกัน เราจะสื่อสารกันอย่างไร
หากเราสองคนใจบอด เดินมาเจอกัน เราจะสื่อสารกันอย่างไร
หากเราสองคน ตาบอด หูหนวก ใจบอด เดินมาเจอกัน เราจะสื่อสารกันอย่างไร
หากเราเห็นคนอื่นอยู่ในสภาวะนั้น แล้วเรามีครบสามสิบสองทุกประการ เราจะยื่นมือหรือทำอย่างไรให้เค้าสื่อสารกันได้ ผมว่าสังคมเราขาดการพูดคุยที่จรรโลงสังคม สื่อทำหน้าที่นี้ได้ดีมากหากจะทำ องค์กรการศึกษาทุกๆ องค์กร ทำได้หากจะทำ แต่เราถนัดการแยกแบ่งพวก แล้วหาเหตุผลมาทำคะแนนเพื่อให้ภาพของเราดูดี แล้วบ้านเมืองจะอยู่อย่างไร พูดคุยกันเพื่อทำใจให้สว่าง ตาจากที่เคยบอดให้เห็นเลือนลาง หูที่เคยหนวกให้ค่อยๆ ได้ยินเสียงดีขึ้น แล้วจะดีขึ้น
เราไม่ต้องไม่วิ่งหาหรอกนะครับ ว่าใครคือคนๆนั้น คนๆนั้นก็คือทุกคนที่จะทำให้สังคมนี้ดีขึ้นนะครับ กลยุทธจับผิดตัวเอง จับถูกคนอื่น จับความดี ความมีธรรมมาใส่ใจ ใจเขาใจเรา คนที่จะเปลี่ยนบทบาทของสังคมได้ก็คือสมาชิกในสังคมนั้นแหล่ะครับ เพียงแต่ว่าจะมีมากน้อยแค่ไหนในชุมชนนั้น ที่พร้อมจะทำ หรือพร้อมจะเลือกฝ่าย ซ้ายขวา หน้าหลัง บนล่าง หรือนิ่งเฉยๆ อยู่ที่ตัวเราครับ
ดังนั้นในส่วนนี้ หากจะทำ เริ่มที่ใจครับ บูรณาการใจไม่ได้ ยากที่จะฉุดมากๆ ครับ เพราะภาวะตอนนี้ไปไกลที่เกินจะถอย มีอยู่อีกอย่างที่ทำได้แบบหักมุมคือ สร้างศึกนอกให้รุกไทย แล้วคนไทยจะรักกัน

2. เราจะมีวิธีการที่จะทำบทบาทดังกล่าวอย่างไร?

**** คิดไปทำไป คิดเลยทำเลย ททท.ทำทันที เริ่มในกลุ่มเล็กๆ ก่อนครับ วันก่อนคนเล่าให้ฟังว่า มีการปิดถนนในถนนสายหนึ่ง กลุ่มแรกปิดถนนอีกข้างหนึ่ง อีกกลุ่มก็ออกมาปิดถนนอีกซีกหนึ่ง คราวนี้ทำให้เจ้าเมืองลงมาเจรจา จะเจรจาให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยุติและสลายก่อน ฝ่ายที่บอกให้ยุติก่อนก็ไม่ยอม แล้วหากเจรจาให้ยุติพร้อมๆ กันล่ะครับ จะได้ไหม? ตรงนี้ อยู่ที่ว่าถือประโยชน์สุขของใครเป็นสำคัญ บ้านเมืองเราก็เช่นกัน เรากำลังถือประโยชน์สุขของใครเป็นกิจที่หนึ่งกันอยู่ตอนนี้?

3. เราจะทำงานด้วยกันในประเด็นใดบ้าง เพื่อให้เกิดพลังทางสังคม ในการยุติความรุนแรง และเกิดสันติด้วยการเสวนา

**** ทำใจให้ผ่าน ทุกๆวัน เราควรหายใจเพื่อทำใจ ปกติเราก็หายใจเพื่อทำใจกันอยู่แล้วครับ หายใจเอาอากาศดีๆ ออกไปเพื่อให้ใจมันดี ทำงานได้ปกติ เรามาหัดตีใจหล่อใจเรากันเพื่อหล่อหลอมใจพลังที่ถูกต้องกันไหมครับ เมื่อวานผมไปเช่าพระหลวงปู่ทวดมา แม้เบ้าหลอมเดียวกัน องค์ท่านก็ยิ้มต่างๆ กัน นี่คือความหลากหลาย แต่ใจเดียวกันทำได้ไหมล่ะครับ หากทำได้ผมว่าระดับราชการ เอกชน ประชาชนรวมตัวกันในการทำสิ่งดีๆ เน้นกำไรทางสังคมเป็นหลัก บ้านเมืองก็จะอยู่ได้ ไม่ต้องรอคอยต่างชาติให้มาลงทุนอย่างที่เป็นอยู่ครับ

4. เราจะจัดเวทีหรือเปิดพื้นที่เพื่อสร้างความเข้าใจต่อสังคมไทยโดยรวมอย่างไร?

**** เปิดมันทุกที่ที่มีใจที่จะทำ(ใจ) นะครับ ทำได้อยู่ที่เรา วงแคบเล็กก็ทำได้ครับ ผมจะเริ่มอาทิตย์หน้านี้ในวงที่ผมดูแลก่อนครับ พลังและบารมียังมีน้อย ก็ทำเพียงแต่น้อยๆ แต่ก็ถึงกันได้ครับ

ขอตอบแค่นี้ก่อนนะครับ

ขอบพระคุณมากครับ

สังคมใดจะพัฒนาก็อยู่ที่สมาชิกในสังคมนั้นๆ พืช สัตว์ สิ่งแวดล้อม ก็มีส่วนช่วยให้สังคมดีขึ้นได้เท่าๆ กัน ขาดสิ่งใด อาจจะไม่ครบองค์ประกอบ

เม้งครับ

จอมป่วน 22 ตุลาคม 2008

เมื่อเกิดปัญหา ( เมืองไทยตอนนี้คงมีปัญหาแน่ๆ  อิอิ )  ก็ควรจะมีการเปลี่ยนแปลง ( โดนห้ามใช้คำว่าต้อง  เพราะเป็นคำหยาบ )

ถ้าคุยกันรู้เรื่อง  ตกลงกันได้  ก็จบ

ถ้าไม่คุยกัน  หรือคุยแล้วไม่รู้เรื่อง ( เพราะมีต้องอยู่ในหัวใจ )  ก็จบเหมือนกัน  แต่คง ( โดนห้ามใช้คำว่าต้อง ) จะจบแบบมีเจ็บตัวกันบ้าง  แล้วแต่ใครกล้ามใหญ่กว่ากัน

มันเป็นไปตามเหตุปัจจัย  ตามดูด้วยใจเป็นกลาง ? ( เอียงนิดๆ )

rattiya

เมื่อเช้า ตื่นมาเจอลุงเอก ออกรายการช่วยคิดช่วยทำ ของช่อง 3 คนอารัย ในทีวี ดูหล่อกว่าตัวเป็น ๆ อีก อิอิ

เอาคนหล่อมาล่อแล้วยังแห้วอีก

ขอให้ปลีกเวลามาเขียนหน่อย

มาช่วยคิดช่วยทำซ้ำด้ามพลอย

ช่วยตะบอยตะแบงแล่งใต้เอย

หมอเจ๊ คนสวย แซ่เฮ 

คนสวยว่าง ยังหนอ ขอความเห็น

ชี้ประเด็นการเมืองที่เคืองขัด

จะดำเนินอย่างไรให้รู้ชัด

จะบำบัดโรคนี้วิธีใด

 

jchrn

แป๊ดหนึ่งของอารมณ์นะพี่น้อง

เจองานด่วนอย่างหาที่เปรียบมิได้..(คือมันมากกว่าด่วนมาก ด่วนที่สุดไง)

ให้ไปสอนบ่ายนี้หัวข้อได้เก้าโมง..ก็ตอนนี้ไง

หลุดปากออกไป อะไรวะ..$&^@*(_

แล้วก็..เอ้อ…ออกปากขอดูเอกสารที่เกี่ยวข้องหน่อยจิ๊

หลุดอารมณ์ไปสองนาที (สูตรเฮียเหลียง….อิอิ)

ตารางสอนมีตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว..แต่ดั้นเจ้าหน้าที่กับอาจารย์ที่เกี่ยวข้อง..ลืมบอก…

แค่นี้เอง…พอรู้เหตุผล…ตอนนี้ก็..

นี่ก็อีกแป๊บหนึ่งนะอุ้ยจ๋า

ทวงถามหาความเห็นประเด็นใหม่

พยาบาลมองการเมืองเป็นอย่างไร

ช่วยขานไขได้ไหมอุ้ยจันตา

เขียนเมื่อ 

โดนแซวแล้วไงไม่ค่อยมาเขียน  คิคิ  กำลังจัดระเบียบชีวิตอยู่ครับ  ช่วงนี้ถูกลูกน้องใช้งานเอาหนักเลย  แถมบางครั้ง  ดันมาส่งค้อนใส่ลุงเอกอีก  แหมมีใครๆก็น่ารักไปหมด  ขนาดส่งค้อนมายังน่ารักเลย  คิคิ  แล้วลุงเอกจะแบ่งปันเวลามานั่งเขียนบ้างครับ

นั่งดูดนิ้วอยู่ได้ช่างร้ายเหลือ

ช่วยจุนเจือความเห็นเป็นไฉน

ช่วยเล่าเรื่องประชาธิปไตย

ที่ครูไทยเห็นดีชี้แนะเอย

 

ning.dss  ตอนนี้ตระเวณอยู่อเมริกา

เจ้าหมูกลิ้งหนิงหน่องไปเมืองนอก

ขอให้ออกความเห็นเช่นคนอื่น

ขอให้เขียนก่อนนอนตอนค่ำคืน

มะกันตื่นเลือกตั้งกันยังไง

เขียนเมื่อ 
  •  ขอ Copy มาจากบันทึกใน Blog "ลานปัญญา" ก็แล้วกันครับ
  •  เข้ามาอ่านครั้งแรกก็กลับไปขีดเขียนอะไรไว้หน่อยนึง
  • สาระสำคัญมีว่า....

" ...  มาถึงบรรทัดนี้  ผมมีคำตอบชัดเจนแล้วครับว่า  หลักสูตรการศึกษาภาคบังคับของเราขาดวิชาสำคัญไปจริงๆ  เป็นวิชาที่ไม่เคยเห็นที่ไหนเขาเปิดการเรียนการสอนกันเลย  และเพราะไม่เคยมีมาก่อน ผมจึงต้องตั้งชื่อวิชาดังกล่าวเองครับ

     วิชาบังคับที่ทุกคนต้องเรียนนั้นมีชื่อว่า " ศาสตร์และศิลป์ ของการเป็นมนุษย์ " ครับ 

     ครั้นมาคิดต่อว่าใครจะเป็นผู้สอน  ก็ให้หนักใจเหลือประมาณครับ  หนักใจที่ว่า จะมีครูผู้สอนสักกี่คน ที่สอบผ่านวิชาดังกล่าว  ครั้นจะหันไปพึ่งพาผลผลิตเก่าๆของระบบการศึกษา คือผู้คนในสังคม ที่จะทำตัวให้ได้เห็นเป็นแบบอย่าง เป็นบรรทัดฐานให้ลูกหลานได้เห็น ได้เรียนรู้  ก็ได้คำตอบที่ยังวังเวงคล้ายๆกัน

     แต่สมควรละหรือที่จะท้อแท้แล้วปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปเหมือนเดิม .. หากไม่เริ่มต้นแล้วเมื่อไรความสำเร็จจะบังเกิดมีเล่าครับ .. จึงถึงเวลาแล้วที่จะต้อง ทำจริงในเรื่องที่ผมนำเสนอ .. จัดการร่างหลักสูตร  จัดอบรมพัฒนาครูผู้สอน  ให้ความรู้แก่ผู้ปกครอง และผู้คนในสังคมว่า วิชา " ศาสตร์และศิลป์ ของการเป็นมนุษย์ " นั้นสำคัญยิ่งยวดอย่างไร  และที่สำคัญครูผู้สอนทุกวิชาก็ต้องได้รับการอบรม พัฒนา จนเห็นคุณค่าของวิชาบังคับดังกล่าว  และยังต้องจัดเวที สัมมนา แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างจริงจังในหมู่ครูผู้สอน เพื่อให้สามารถบูรณาการ " ศาสตร์และศิลป์ ของการเป็นมนุษย์ " เข้าไปกับทุกวิชาและทุกระดับชั้น ผสมผสานจนเป็นเนื้อเดียวกัน  เป็นวิถีชีวิต เป็นธรรมชาติให้มากที่สุด

    หากได้เริ่มทำ  ผมเชื่อของผมว่า  สังคมไทยในวันข้างหน้า จะเป็นสังคมอุดมปัญญา ที่คนรู้จักแสวงหาสุขจากการให้ และรู้จัก รักผู้อื่น กันมากขึ้น ... และเมื่อถึงวันหนึ่ง  จะอีกนานแค่ไหนผมไม่ทราบ  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้  จะกลายเป็นประวัติศาสตร์ที่คนไทยในอนาคตเหล่านั้น  อ่านแล้วต้องตกใจ  และถามตัวเองกันให้อื้ออึง ด้วยความงุนงงว่า " บรรพบุรุษไทยของพวกเรา ในอดีตกาลเมื่อปี พศ. 2551 ทำไมถึงเป็นกันได้ ทำกันได้ถึงเพียงนั้น "

* *  อ่านต้นฉบับ เต็มๆ คลิก ที่นี่ ครับ

P

 

ขอพระคุณพระอาจารย์มากครับ

วันนี้ตามมาส่งการบ้านอีกนิดหน่อย แล้วค่อยๆทะยอยส่ง เพราะเมื่อวานไปว่าความมาทั้งวันพอถามค้านพยานฝ่ายตรงข้าม รอบแรกปล่อยลูกน้องไปซัก วางหมากคำถามไปสี่ห้าข้อ พยานเป็นลมเพราะจับพิรุธบางสิ่งบางอย่างได้ พอถึงตาผมซักมั่ง ซักไปได้สี่ห้าคำถาม เสียงเรอ เอิ้ก ๆเอิ้ก....ใจอ่อนอีกแล้วหนอตู ก็เป็นคนแก่ อ้างว่าอยู่ในที่ดินมาตั้งแต่ก่อน ๒๔๙๗ แต่หลักฐานที่มีอยู่ในมือแถวนั้นเป็นหาดทรายชายทะเลน้ำขึ้นถึง แล้วใครมันจะปลูกบ้านอยู่ที่น้ำท่วมถึง เออ หนอ..มนุษย์ เพราะความอยากได้ แถมลุงแกให้การไว้ว่าขายที่ดินให้นายทุนเมื่อปี ๒๕๒๖ เพื่อเอาเงินไปทำศพ แต่เราซักไซ้ไล่เรียงว่าพ่อของลุงตายเมื่อปี ๒๕๑๐ ลุงแกใช้เวลาถึง ๑๖ ปีถึงจะขายที่เอาเงินไปทำศพพ่อ...ว่าแล้วลุงก็เรอ..เอิ้ก...ดมยาดม ต่อ...

ผมนั่งมองทั้งพันธมิตร ทั้ง นปช. อยากขอบอกทุกท่านว่าประวัติศาสตร์ชาติไทยนั้น เมื่อถึงคราวผลัดเปลี่ยนรัชกาล หรือมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง คนไทยอยู่สุขสบายจนถึงขีดสุด เราก็ไม่รู้จะทำอะไร เราก็เลยหาเรื่องทะเลาะกันเองมาทุกยุคทุกสมัย และทุกยุคทุกสมัยเช่นกันที่เมื่อเราเริ่มมีความแตกแยกเพื่อนบ้านใกล้เคียงก็จับจ้องมองดูอยู่ ก็ได้ทีขย่มเรามั่ง และคนที่เรียกตัวเองว่าไทยที่แหละก็จะแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนไปเข้าข้างเพื่อนบ้าง ทำตัวเนรคุณประเทศชาติ เข้าข้างเพื่อนบ้านให้กอบโกยผลประโยชน์ เป็นอยู่อย่างนี้มาตลอด แล้วเราไม่ยอมจดจำความเจ็บปวดในอดีตกันบ้างเลยหรือไงครับ

ถึงเวลาหรือยังครับ กัมพูชาฮึ่มฮั่มอยู่ตามแนวชายแดน เพราะเห็นว่าไทยกำลังแตกแยก ใช่ไหมหนอ ใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้กันครับพ่อแม่พี่น้อง....

นปช.,นปก.,ส.ส.ซีกรัฐบาล ครับ มีคนจำนวนไม่น้อยครับที่เห็นว่าการกระทำบางอย่างของรัฐบาลถูกต้อง อย่าทำลายคะแนนนิยมของตัวเอง โดยการออกมาแสดงท่าทีอยากจะขม้ำฝ่ายตรงข้ามเลยครับ เพราะยิ่งเกิดการใช้กำลังรุนแรงเท่าไหร่ รัฐบาลก็จะมีเสียงสนับสนุนน้อยลงเท่านั้น เพราะคนที่ได้รับคือประชาชนครับ เขามีญาติพี่น้อง อยู่ทั่วประเทศ ทางที่ดีผมว่านะ หยุดการใช้กิริยาวาจาที่แสดงท่าทีกระเหี้ยนกระหือรือ อิอิ ที่จะตีหัวฝ่ายตรงข้ามเสียทีเถอะครับ การพูดการจาใช้ท่าทีที่สุภาพดูบ้างเถอะครับ โฆษกรัฐบาลลองใช้กริยาท่าทางสมัยโต้คารมมัธยมศึกษาพูดกับประชาชนไม่ว่าฝ่ายไหนบ้างดีไหมครับ เลิกกิริยาที่แสดงถึงอำนาจเถอะครับ ผมไม่ชอบใช้อำนาจกับประชาชนแม้งานในหน้าที่ของผมเองผมก็ให้บริการประชาชนครับ

พันธมิตรครับ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ถูกศาลพิพากษาจำคุกไปแล้ว คุณหญิงพจมาน ก็ถูกศาลจำคุกไปแล้ว ตอนนี้ให้เวลาประชาชนได้หยุดพักสักหน่อยดีไหมครับ ท่านทราบไหมว่าเราเครียดกันมานานเท่าไหร่ ทุกวันพันธมิตรฟังข้อมูลความเลวของมนุษย์ ใช่ครับ ประชาชนควรต้องได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร ท่านครับ ข้อมูลที่มีแต่เรื่องเลวเรารับฟังทุกวันเครียดนะครับ อย่าโกรธผมนะครับที่ผมไม่ฟังคุณผู้หญิงอ่านข่าวของ เอเอสทีวี เพราะผมเครียดที่คุณเธอออกมาด่าชาวบ้านตั้งแต่เช้า ผมเลยหันไปเป็นแฟนคุณหญิงอ้น คุณพี่กิ๊ก รายการคันปากแทน เพื่อเช้าทุกวันของผมจะได้สดชื่น

ผมเคยถูก พ.ต.ท.ทักษิณ พูดออกข่าวหมิ่นประมาทอัยการที่ทำคดี ส.ป.ก.๔-๐๑ ว่าสงสัยอัยการแกล้งแพ้ ผมเจ็บปวด ผมทำคดีด้วยความบริสุทธิ์ใจ ทั้งๆที่ไม่ค่อยเห็นด้วยกับเรื่องราวในคดีสักเท่าไหร่ แต่ผมก็ปฏิบัติหน้าที่ของผมเต็มความสามารถ ผมยื่นฟ้องคดี ส.ป.ก.๔-๐๑ ที่จ.ภูเก็ต เป็นคนแรก และถูกศาลชั้นต้นยกฟ้องเป็นคดีแรก แต่ผมก็ยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ก็พิพากษาให้ ส.ป.ก.เป็นฝ่ายชนะคดี คุณทักษิณ ไม่ได้ชมผมว่าผมว่าความเก่ง เมื่อไม่นานมานี้ศาลฎีกาก็พิพากษาคดีนี้แล้วและ ส.ป.ก.ชนะคดี ฎีกาเรื่องนี้ผมเขียนเองกับมือ คุณทักษิณไม่สงสัยหรือว่าสงสัยจำเลยแกล้งแพ้ให้ผม ผมอยากจะเขียนเรื่องเบื้องหลังเรื่องนี้ให้ท่านทั้งหลายได้รับทราบเหมือนกัน และผมจะเขียนเพราะคดีที่ผมเป็นทนายว่าต่างนั้นชนะคดีแล้ว แต่ลึกๆแล้วผมยังสงสัยอะไรบางอย่าง รอไว้ผมมีเวลาว่างๆจะเขียนให้อ่าน

ผมยอมรับว่าคุณทักษิณ เก่งในเรื่องการบริหาร แต่ผมไม่ยอมรับในเรื่องคุณธรรม ผมไม่ยอมรับในเรื่องชอบใช้อำนาจทางปากกล่าววาจาเชือดเฉือนใครเพราะตัวเองมีอำนาจ และเป็นที่น่าสังเกตว่าคนที่อยู่เป็นพวกท่านก็มักมีนิสัยแบบนี้เหมือนนายว่า...พลอย...เติมกันเอาเองผมไม่ได้ว่า... ลดละกิริยาวาขาพวกนี้เสียบ้าง ผมอาจจะยอมรับพวกท่านได้มากขึ้นก็ได้กระมั๊ง....

ผมยอมรับท่านพลตรีจำลอง ท่านเป็นคนจริง ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ เวลาท่านพูดผมชอบฟังเพราะท่านไม่ใช้กิริยาวาจาที่ก้าวร้าว ไม่หยาบคาย ไม่ส่อเสียด ไม่เพ้อเจ้อ ถ้าพันธมิตรทุกท่านให้ข้อมูลแบบท่านจำลอง ผมอาจจะฟังทั้งวันก็ได้ กระมั๊ง...

ผมอยากเห็นทั้งสองฝ่ายไม่บังคับคนให้คิดเหมือนแต่ละฝ่าย เพราะการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายเดี๋ยวจะกลายเป็นว่าท่านรักประเทศไทย กับพวกไม่รักประเทศไทย เดี๋ยวจะยิ่งยุ่งไปกว่านี้ ขอรับกระผ๊ม...

P

 

อัยการเขียนก็มันส์ยังงี้แหละ

ขออีก

วันที่7 ชวนแม่บ้านมาได้ไหม ป้าจุ๋มจะเลี้ยงข้าวเย็นที่บ้าน

 

หากใครยังไม่เขียนขอเรียนว่า

ขืนเชื่องช้าฟ้าฟาดขนาดใหญ่

หมดโอกาสพลาดท่าจาระไน

ไทยช่วยไทย ไชโย ช่วยโม้เอย

เขียนเมื่อ 

มาเขียนว่า คิดเหมือนท่านอัยการอย่างมากๆๆๆๆ พ่อครูบาจะว่าอะไรไหมคะนี่ อิ..อิ...

อยากให้ฝ่ายรัฐบาล ทำตัวเป็นผู้ฟังที่ดีและตอบคำถามสังคมบ้าง ไม่ใช่ตั้งหน้าตั้งตาบอกว่าจะทำหน้าที่ แต่หน้าที่พื้นฐานในการรักษาความสงบของบ้านเมืองก็ยังทำไม่ได้ แต่ก็ยังคงรักษาเก้าอี้เอาไว้ไม่ยอมปล่อย ให้สงสัยงงงวยกับมาตรฐานทางจรรยาบรรณของผู้คนในฟากรัฐบาลเหลือเกิน ประชาธิปไตยที่เสียงส่วนใหญ่ไม่มีสมอง หรือไม่ใช้สมองให้เกิดประโยชน์นั้น น่าเสียดายโอกาสนะคะ

อยากให้ฝ่ายพันธมิตร คัดเลือกแต่ผู้คนที่มีเหตุผล พูดจาว่ากล่าวอะไรใครก็ขอให้มีหลักฐานชัดเจนหน่อย แบบท่านจำลองนี่พอรับได้ แต่อีกหลายๆท่านนั้น รู้สึกจะมีโมหะกันจนหาจุดยืนตรงกลางกันไม่ได้แล้วนะคะ อยากให้คุณสนธิลดการจุดไฟให้บ้านเมืองลงเสียบ้าง ท่านพ่อแม่พี่น้องที่เทใจไปร่วมทุกข์ร่วมสุขนั้น ท่านบริสุทธิ์กันทั้งนั้น อย่าเอาพวกเขามาเป็นเครื่องมือในการล้มล้างอะไรเถิด การทำลายไม่เคยให้ประโยชน์อะไร การสร้างสิ่งดีๆต่างหากที่คุณสนธิเองก็เคยทำมามากแล้ว กลับลำมาทำต่อจะดีกว่านะคะ

สำหรับพวกเราทั้งหลาย นึกยังไม่ออกค่ะว่าจะทำอะไรได้นอกจากช่วยกันสร้างสังคมใหม่อย่างที่อาจารย์ Handy ท่านว่า เพราะเสียงอะไรที่ไหนยังไง ทั้ง 2 ฝ่ายที่เขาตั้งป้อมกันอยู่นั้นเขาไม่เห็นฟังใครเลยค่ะ หนังสือแถลงการณ์จากสารพัดแหล่งที่แสนจะน่าเชื่อถือก็มีแต่พวกเราประชาชนคนไม่รู้จะทำอะไรนี่แหละค่ะฟัง คนที่เขาหน้ามืดตามัวยึดเก้าอี้ ผลักเก้าอี้ ล้มอธรรมอะไรอยู่เนี่ยเขาฟังกันเสียที่ไหน

ขอบคุณพ่อครูบาค่ะ ที่หาที่ให้ระบาย คืนวันที่ 8 พ.ย.นี้โอ๋อยู่ที่กรุงเทพฯค่ะ เดินทางกลับจากประชุมที่สุโขทัย ถ้าไม่ติดขัดอะไรคงได้ประสานกับอ.ธวัชชัยไปลงเรือด้วยนะคะ เพราะกำหนดกลับหาดใหญ่คือบ่าย 2 ของวันที่ 9 จะได้ไปกราบและกอดพ่อครูบากับลุงเอกอีกสักที ประทับใจในความพยายามน่ะค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีอีกครั้งครับ

  1. ...."ให้อภัย"... หรือ..."อภัยทาน".... คือ ทางออกครับ
  2. ให้อภัยกันและกัน ให้อภัยตนเอง
  3. อโหสิกรรมให้กันและกัน
  4. ชาติที่แล้วเขาเป็นเศรษฐีพวกเราทั้งเมืองก็ไปเอาของเขามา พอชาตินี้เขาตามมาทวงคืน มันเป็นกรรมเก่า กงกรรมกงเกวียน
  5. ถ้าไม่หยุดไม่อโหสิกรรมจะร้อยชาติพันชาติเราก็ยังจะต้องมารับกรรมมาชดใช้กรรม...

P

 

โอ๋ก็มา เจ้าข้าเอย เฉลยคิด

เป็นมิ่งมิตรมวลชนคนปักษ์ใต้

ร่ายความคิดปิดประเด็นเข่นทำสลาย

บอกมาได้วันที่8ฮ่อแรดเอย

 

P

ธรรมดา มารอบ2ทำนองว่า

อภัยทานนั่นหนาน่าจะใช่

อโหสิอหิงสาพาเข้าใจ

เกลียดทำไมไร้ประโยชน์โปรดคำนึง