(พระ) ธรรมกถึก

BM.chaiwut
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
ธรรมกถึก

วันนี้ไปร่วมทอดกฐินวัดสุวรรณคีรี หลังจากฉันข้าวเสร็จก็ไปยังกองอำนวยการเพื่อจะร่วมอนุโมทนาตามธรรมเนียม ซึ่งกองประชาสัมพันธ์ก็อยู่ที่นี้... เมื่อพี่ท่านเจ้าอาวาสเข้ามา คุณโยมที่มาช่วยเป็นโฆษกงานวัดจึงเอาใบฏีกามาถามพี่ท่านว่า พระธรรมกถึกที่จะมาเทศน์นี้มีฉายาว่าอย่างไร ? พี่ท่านก็ยิ้มๆ แล้วบอกว่า พระธรรมกถึกไม่มีฉายา พลางหันมายิ้มกับผู้เขียนแล้วพูดว่า ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร ? ผู้เขียนจึงจำเป็นต้องสอดเข้าไปว่า พระธรรมกถึกก็คือพระนักเทศก์ พระนักเทศก์นั่นแหละเรียกว่าพระธรรมกถึก...

ธรรมกถึก เป็นคำที่มาจากบาลีว่า ธัมมกถิก (ธมฺมกถิโก) และคนโบราณคงจะออกเสียงไม่ค่อยคล่องนัก จึงได้เพี้ยนมาเป็น ธัมมกถึก หรือ ธรรมกถึก ... คงจะทำนองเดียวกับคำว่า กุญแจ ซึ่งเพี้ยนมาจาก กุญจิกา ซึ่งผู้เขียนเคยเล่าไว้ (คลิกที่นี้) หรืออาจเทียบเคียงกับคำว่า ไอศกรีม ที่เพี้ยนมาเป็น ไอติม

ธรรมกถึก หรือ ธัมมกถิก แปลว่า ผู้มีวาจาเป็นเครื่องกล่าวซึ่งธรรม ซึ่งถ้าแปลอย่างนี้จัดเป็นศัพท์ตัทธิตที่มาจากสมาสอีกชั้นหนึ่ง ดังอรรถวิเคราะห์ว่า...

  • ธมฺมสฺส กถา ธมฺมกถา
  • วาจาเป็นเครื่องกล่าว ซึ่งธรรม ชื่อว่า ธัมมกถา
  • ธมฺมกถา ตสฺส อตฺถีติ ธมฺมกถิโก
  • วาจาเป็นเครื่องกล่าวซึ่งธรรม ของภิกษุนั้น มีอยู่ ดังนั้น ภิกษุนั้น ชื่อว่า ธัมมกถิกะ

 

แต่บางมติก็บอกว่า ไม่ต้องวิเคราะห์เป็นตัทธิต โดยวิเคราะห์เป็นนามกิตก์ได้เลย ดังนี้

  • ธมฺมํ กเถตีติ ธมฺมกถิโก
  • ผู้ใดย่อมกล่าว ซึ่งธรรม ดังนั้น ผู้นั้น ชื่อว่า ธัมมกถิกะ

 

ตามที่วิเคราะห์มามี ๒ มติ คือ

  • ธมฺมกถิโก = ผู้มีวาจาเป็นเครื่องกล่าวซึ่งธรรม (ตัทธิต)
  • ธมฺมกถิโก = ผู้กล่าวซึ่งธรรม (นามกิตก์)

หรืออาจแปลยักย้ายไปอย่างอื่นได้อีก แต่ความหมายก็มิได้ต่างไปจากนี้... ในการเรียนบาลีนั้น สำหรับนักเรียนบาลีชั้นเริ่มต้น แปลทำนองไหนก็ได้ ถ้าอาจารย์ผู้ตรวจพิจารณาแล้วเห็นว่าสามารถตั้งวิเคราะห์ได้ก็ไม่ถือว่าผิด ส่วนบาลีชั้นสูงนั้น มักจะแปลทับศัพท์ว่า ธรรมกถึก ตามสำนวนนิยมในภาษาไทย...

อนึ่ง จากประสบการณ์วันนี้ จะเห็นได้ว่า คำศัพท์ (หรือเรื่องอื่นๆ) นั้น คนที่อยู่ในแวดวงนั้นๆ อาจคุ้นเคยและรู้เรื่องดี แต่ผู้ที่อยู่นอกแวดวงออกไป หรือเพิ่งเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่อาจไม่รู้ก็ได้... ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องธรรมดา ไม่ควรไปกล่าวหาหรือตำหนิว่าเรื่องแค่นี้ก็ไม่รู้...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เล่าเรื่องภาษาบาลี



ความเห็น (8)

เขียนเมื่อ 

นมัสการหลวงพี่

สระอิในบาลี มาเป็นอึได้ แปลกดีเหมือนกัน

แต่ก็มีอยู่หลายตัวนะครับ

สมัยเรียน ได้ยินว่า ถึกๆ ก็แปลกใจอยู่ ;)

เขียนเมื่อ 

P ธ.วั ช ชั ย

 

อาจคาดเดาว่า สมัยโบราณนั้น มีนักเรียนหรือครูบาลีคนหนึ่ง อาจ จมูกอี้ ปากเปรี้ยว หรือ เป็นไซนัส ทำให้ออกเสียงไม่ชัด จึงออกเสียงจาก ธรรมกถิก เป็น ธรรมกถึก บังเอิญสังคมนั้นล้อเลียน จึงได้สืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน (5 5 5...)

เจริญพร

IP: xxx.150.208.194
เขียนเมื่อ 

ดังนั้นการเรียนโดยไม่รู้รากจึงกลายเป็นท่องแบบนกแก้วนกขุนทองแต่นึกว่ารู้ไปได้ขอรับ

เขียนเมื่อ 

ไม่มีรูปไม่แสดงตน

 

เจริญพร

นมัสการพระคุณเจ้า

การออกเสียงไม่ชัด หรือเสียงเพี้ยน ถึงไม่เป็น รัดวงหมูกก็ออกเสียง เพี้ยน

อย่าง จำรัส มาเป็น มรัส

จำเริญ มาเป็น เมริญ และอีกหลายๆคำตามที่ได้ยินมาครับ

เขียนเมื่อ 

P บังหีม

 

  • 5 5 5...

เห็นด้วยกับบัง...

ส่วนลัดดวงหมูกนั้น อาจเป็นปัจจัยสนับสนุน ให้ข้ออ้างดูสมเหตุสมผล หรือมีความน่าจะเป็นยิ่งขึ้นเท่านั้น...

เจริญพร

เขียนเมื่อ 

นมัสการพระคุณเจ้า คำว่า โชดึก/โชฏึก ก็เช่นเดียวกันครับ

โชดึก/โชฎึก มาจากคำว่า โชติก(ะ)/โชฏิก(ะ) สอบจาก พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ออนไลน์ ได้ความว่า

โชดึก น. ผู้มีความรุ่งเรือง, ผู้มีความสว่างไสว. (ป. โชติก). (1)

ยกตัวอย่างการใช้คำ คำนี้ ที่โบราณท่านใช้ก็เช่น  พระยาโชดึกราชเศรษฐี/พระยาโชฏึกราชเศรษฐี (เศรษฐีแห่งพระราชาผู้มีความรุ่งเรือง)

สาเหตุที่ใช้ ด และ ฎ หรือ ต และ ฏ แทนกันก็น่าจะมาจากอักขระวิธีโบราณที่แตกต่างจากสมัยนี้นั่นเอง เช่นเดียวกันกับคำว่า โชดก/โชฎก หรือ โชตก(ะ)/โชฏิก(ะ) สอบจาก พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ออนไลน์ ได้ความว่า

โชดก น. ผู้รุ่งเรือง, ผู้สว่างไสว, ผู้ส่อง. (ป. โชตก). (1)

ยกตัวอย่างการใช้คำ คำก็เช่น พระธรรมธีรราชมหามุนี (โชดก ญาณสิทธิเถร ป.ธ.๙)


อ้างอิง

(1) พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542.[cited 2008 October 21]. Available from: URL; http://rirs3.royin.go.th/word8/word-8-a3.asp

เขียนเมื่อ 

Pกวิน


อาจารย์ขยันค้นจริงๆ... หลวงพี่คร้านจะค้น โดยมากก็อาศัยลูกมั่ว ซึ่งบางครั้งก็มั่วแบบนิ่มๆ (5 5 5...)

อีกอย่างหนึ่ง ต. และ ฎ. นั้น ในภาษาบาลีบางคำก็แปลงไปแปลงมาได้...

เจริญพร