กว่าจะได้พักก็วันนี้

เช้านี้ตื่นมารู้สึดปลอดโปร่งยังไงบอกไม่ถูกครับ (อัลฮัมดุลิลละฮฺ) อันเนื่องมาจากว่าตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาตรี ทั้งเรียนด้วยทำงานพิเศษสอนติวเอ็นท์ไปด้วยเอาทุกอย่าง พอจบปุ๊บก็ถูกเรียกตัวมาช่วยที่มหาวิทยาลัย คิดในใจตอนนั้นยังไม่ได้พักเลย พอมาอยู่มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา ก็เจอปัญหานานาที่แทบตั้งหลักไม่ทันที่จะหนักสุดก็เห็นจะเป็นที่นี่คลาดแคลนครูสอนภาษาไทย (ใครมีญาติมิตรสหาย เพื่อนพ้องน้องพี่ จบเอกไทย ช่วยดึงมารายงานตัวช่วยเหลือสังคทหน่อยครับ) ทำให้ ๒ ปีที่ผ่านมาเล่นเอาคนเดียวสอนทั้งมหาวิทยาลัย (เพราะมีครูตั้ง ๑ คนทั้งมหาวิทยาลัยสอนภาษาไทย)

     มิหนำซ้ำพอเรียนต่อ ป.โท อีกคราวนี้วุ่นเลยครับ เพราะรอบนี้แทบเป็นวุ้นเลย เพราะเกือบเละทั้งเรียนทั้งทำงาน แทบไม่ทันเพราะอย่างที่เข้าใจ ป.โท มีนำเสนองานทุกอาทิตย์ คราวนี้ภาระงานสอนก็เยอะแทบไม่มีเวลาทำงานแต่ก็อัลฮัมดุลิลละฮฺที่พยายมรักษามาตรฐานของตัวเองยังยืนอยู่ระดับต้นๆของเพื่อนที่ร่วมเรียน (อัลฮัมดุลิลละฮฺ) คิดว่าอัลลอฮฺคงตอบแทน

     พอเสร็จ ป.โท ก็ต้องคุมสอบต่อ เสร็จคุมสอบอีกไม่กี่วันก็ต้องเดินทางอีกแล้วครับ งานนี้ใช้ชีวิตคุ้มครับคุ้มจริงๆ กลับมาจากการเดินทางก็ต้องทำหน้าที่ครูที่ดีต่อครับ เพราะมหาวิทยาลัยก็จะเปิดเรียนเร็วๆนี้ แต่ยังดีครับวันนี้ไม่มีคุมสอบ เลยได้พักตั้ง ๑ วัน รู้สึกมีเวลาหายใจหน่อย กะว่าจะสูดอากาศรอบที่พักให้หนำใจเลย (อิอิ...มันโอกาสของเราแล้ว)

    ยังไงก็คงจะไม่หยุดทำงานปล่อยเวลาให้ผ่านพ้นไปเรื่อยๆแน่ครับ เพราะมีงานเขียนที่ตั้งใจจะเขียนอยู่ครับเพื่อรวมเล่มงานเขียนเล่มที่ ๒ ครับ ยังไงก็ฝากติดตามด้วยนะครับ มันเป็นผลพวงจากการได้รับรางวัลนักเขียนเมื่อปีที่แล้วครับ ปีนี้ก็เลยมีงานเข้ามาเยอะครับ เข้าใจแว่วๆมาว่าปีนี้งานเขียนเข้าชิงอีกครั้งนึงครับก็คอยติดตามครับประกาศผลเร็วๆนี้ แล้วจะมาประชาสัมพันธือีกครั้งครับ

    ขอตัวไปสูดอากาศให้ชื่นใจแบบเต็มๆปอดก่อนนะครับ เพราะหาโอกาศแบบนี้ยากครับ