เที่ยวทั่วไทยไปกับ(คนอื่นอ่ะครับ อิอิ)

หากพูดถึงสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่อยู่ใกล้ประเทศไทยมากที่สุดแล้ว...คงจะหนีไม่พ้น ปราสาทหินนครวัด ของประเทศเพื่อนบ้านอย่าง กัมพูชา นั่นเองซึ่งล่าสุดได้มีข่าวออกมาแล้วนะครับว่า...เตรียมจะปิดการท่องเที่ยวในปราสาทหิน หลังจากทรุดโทรมเพราะฝีมือนักท่องเที่ยว...

 

โดยทางการกัมพูชากำลังเตรียมแผนการที่จะปิดกั้นมิให้นักท่องเที่ยวเข้าไปในเขตปราสาทนครวัด หลังจากมีสภาพเสื่อมโทรมลงทุกวันๆ จากน้ำหนักตัวของนักท่องเที่ยวปีละนับล้านๆ คนจากทั่วโลก 

การเดินทางวันนั้นก็แสนจะรวดเร็วครับ ถามท่านอาจารย์ขจิตดู(มีรายงานข่าวผ่านทางโทรศัพท์อยู่ อิอิ) (กำลังทักทายบล็อกเกอร์หน้าใหม่ที่ไปศึกษาดูงานและอบรมบล็อกที่ หนองคาย ผ่านทางอินเทอร์เน็ตอยู่กับท่านผอ.บรรจง อยู่ ต้องมีเหตุให้รีบ หยิบผ้าผ่อนหนีตามเพื่อนๆชาวต่างประเทศไปแบบลวกๆ ไปแบบ ไปด่วนกลับด่วนครับ แต่เพื่อนๆก็ยังไม่กลับ โดยผมกลับคนเดียวเอง) เริ่มจาก

  • พร้อมกัน ณ จุดนัดหมาย พบเพื่อนชาว เยอรมัน 2 คน ฮอลแลนด์ 2 คน อีก 2 คนเป็นสาว อังกฤษ 2 คนแรกพูดไทยได้คล่องปรื๋อ ครับ
  • เดินทางสู่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยรถปรับอากาศ และรถเพื่อน(สองต่อครับ) และเข้าสู่เสียมเรียบโดยเฮลิคอปเตอร์แบบ เหมาลำ 8 คน ราคาก็ตกคนละพัน
  • อ้อ ลืมบอกไปครั้งนี้ครั้ง 10 แล้วครับที่มานครวัดนครธม แต่รอบนี้ผมไม่แวะนครธม เพราะต้องรีบกลับมาทำงานต่อครับ
  • นั่งสามล้อเสียมเรียบคันเท่ห์เข้าไปในนครวัดครับ
  • ค่าบัตรมีสามราคาครับ
    บัตรเข้าชมได้ 1 วัน ราคา 20 US.
    บัตรเข้าชมได้ 3 วัน ราคา 40 US.
    บัตรเข้าชมได้ 7 วัน ราคา 60 US.

    หน้าจุดตรวจบัตรมีสามล้อจอดอยู่เลยขอเค้าถ่ายรูปสักหน่อย
    ที่เสียมเรียบมีสามล้อหน้าตาน่ารักอย่างนี้แหละครับสนนราคาวันละ 30 US. ขับเที่ยวภายในอุทยานประวัติศาสตร์ นครวัด-นครธม นั่งได้ 4 คนต่อคัน
  • และก็ไปถึงยังปราสาทนครวัด ที่เปรียบเสมือนวิมานของเทพเจ้าสูงสุดที่บรรจงชะลอลงมาประดิษฐานไว้ในโลกมนุษย์ และถือว่าเป็นสถานที่สุดยอดในการเดินทางไปในครั้งนี้ ซึ่งสร้างขี้นเมื่อประมาณ พ.ศ.1650-1720 โดยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 โดยถวายเป็นพุทธบูชา ชมรูปสลักนางอัปสรนับหมื่นองค์ ชมภาพแกะสลักนูนต่ำ การกวนเกษียรสมุทร ซึ่งเป็นพิธีกรรมโบราณอันศักดิ์สิทธิ์น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ท่านจะได้ชมภาพการยกกองทัพของพระเจ้า สุริยวรมันที่ 1 โดยมีภาพกองทัพของเสียมกุก ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของพวกเราชาวไทยปรากฏอยู่
  • ไปถึงก็มืดแล้วครับ เห้นข้างหลังปราสาทนั่นหันหลังให้ประเทศไทยครับ
  • รอยยิ้มคนเขมรก็สวยใสไม่แพ้ยิ้มสยามเลยครับ
  • ไปไหนมาจ๊ะ น้องจ๋า โตวนาโม อิอิ (จำมาจากเพลงยิ่งยงครับพี่น้อง)
  • ลานแถวๆนี้หากเดินซอกแซกหาดีๆจะเจอภาพประติมากรรมม้า 5 หัว ซึ่งไม่พบที่ปราสาทอื่นใดอีกเลย ซ่อนอยู่ด้วยนะครับ
  • นอกจากนี้ตามผนังกำแพงยังมีแถวๆนั้นยังมีภาพแกะสลักนูนสูงรูปนางอัปสรา อสูร และเทวดาอยู่เป็นจำนวนมากครับ
  • ดูลายแกะสลักรอบๆลานพระเจ้าขี้เรื้อนสิครับ เยอะมากๆ

    ชื่อลานพระเจ้าขี้เรื้อนครับ ว่ากันว่าเกิดจากลานแห่งนี้เคยมีประติมากรรมลอยตัวรูปคนชันเข่าที่มีไลเคน และเชื้อราจับรูปจนเป็นด่างเป็นดวงไปเต็มหมด ซึ่งสอดคล้องกับตำนานที่กล่าวถึงกษัตริย์องค์หนึ่งได้หลับนอนกับนางนาค แล้วฆ่านางนาคตาย แล้วเลือดของนาคกระเซ็นถูกพระวรกายทำให้เป็นโรคขี้เรื้อน
  • -ลายสลัก เดินอ้อมเข้าไปด้านหลัง ช่างขอมจะทำกำแพงลับไว้ภายใน สร้างเป็นช่องขนาดกว้างสัก 3 เมตร ซิกแซกไปมาความยาวประมาณ 100 เมตร ผนังด้านหนึ่งจะแกะสลักพญายม นางอัปสร เทวดา พญานาคห้าหัว เจ็ดหัว และเก้าหัว ตลอดจนเทพและสรรพสัตว์ต่างๆพิสดารมาก
    -นาค รวมทั้งสะพานนาค
  • ลานพระเจ้าขี้เรื้อน
  • อาหารราคาโหด 3 USD
  • (อิอิ ไม่ได้จ่ายเอง ใครชวนก็เป็นคนจ่าย)
  • เพื่อนๆในกลุ่มขึ้นไปขี่ช้างแอ๊คท่าถ่ายรูปกันสนุกสนานมากครับ(ใครนะอยู่หลังสุด อิอิ)
  • ภาพแกะสลักนูนต่ำช้าง เรื่องเกี่ยวกับการทำยุทธหัตถี สวยงามมากครับ
  • ไปต่อที่พิมานอากาศครับ
  • เสียวดี
  • อิอิ ขอถ่าย(Take a photo to you Mich and Frince)LOL
  • มีสิ่งที่ผู้หญิงเห็นต้องวิ่งใส่ ไปให้ดู นั้นคือ หมอดู อิอิ
  • นอกจากนี้ยังมีนางอัปสราของจริง ซึ่งจะประจำอยู่ตามปราสาทใหญ่ๆคอยให้บริการถ่ายรูปคู่กับนักท่องเที่ยวด้วย แน่นอนไม่ฟรีครับ
  • ผมกลับออกจากนครวัดก่อนเพื่อนเลย
  • แวะกินอาหารจานเดียวที่ร้านนี้ครับ
  • มีการเที่ยวชมแบบ บอลลูนด้วยนะ
  • ก่อนกลับผมแวะซื้อของ(น้ำกับขนมอ่ะ โดนไป 10 USD) แล้วเดินทางอย่างด่วนจี๋ กลับสู่โรงเกลือยามเย็น
  •  
  • ข้างทางเสียมเรียบ (รถตู้ด่วน)
  • ข้างทางมีแม่ค้าขายขนมอะไรก็ไม่รู้ เดินเข้าไปดูแกจะให้ลองชิมครับ แต่ฝุ่นเยอะแบบนี้ เลยไม่ชิมดีกว่า
  • ถึงแว้ว
  • พอลงรถได้รีบจับรถ โรงเกลือ ถึงชลบุรี มาทันทีทันใดเลยครับ
  • เฮ้อ เพลียๆ
  •  
  •  
  • ขอนอนก่อนแล้วครับ ราตรีสวัสดิ์ครับ