มีหลายคนคิดว่าการทำ KM อย่าพูดเรื่องปัญหาเลย ถ้าพูดก็จะมีปัญหาเต็มไปหมดจนไม่มีที่ว่าง และพยายามตั้งเป้าหมาย(หัวปลา) ให้ดี ชัดแคบ

         ผมยอมรับครับว่า  KM ไม่ทำไม่รู้ยิ่งทำยิ่งรู้ยิ่งเจออะไรอีกมากมาย  เหมือนกับที่ท่านอาจารย์ ประพนธ์ ผาสุขยืด และ ท่าน อาจารย์หมอวิจารณ์ พานิช ท่านบอกไว้เสมอว่าให้ลงมือทำ  อย่าลังเล สิ่งที่เจอบางครั้งไม่รู้จะเขียนเล่าอย่างไร  มีหลายคนที่บอกว่าการทำ KM  อย่าพูดถึงปัญหากันเลย  ถ้าพูดก็จะมีปัญหาเต็มไปหมดจนไม่มีที่ว่าง   และพยายามตั้งเป้าหมาย(หัวปลา)ให้ดี ชัดแคบ  ครับใช่อย่างที่บอกแต่บางครั้งในวงแลกเปลี่ยน มันไม่สามารถตั้งเป้ามาล่วงหน้าได้  และไม่สามารถงดการพูดปัญหาได้ บางครั้งเป้าหมายตั้งมาแล้วก็เบี่ยงเบนสิ่งที่พูดในเวทีไม่ตรงกับที่วางมา  ผมคงเป็นคุณอำนวยที่ไม่เก่งเท่าไหร่จึงไม่สามารถสกัดปัญหาได้

        ระยะหลังผมมักไม่คิดตั้งเป้าหมายมาก่อน  แต่จะดูบรรยากาศ  ที่ทำอย่างนี้ก็เพื่อให้เป็นธรรมชาติไปเลย เวทีล่มก็ล่มไป  ซึ่งก็ต้องใช้เวลาและมีสมาธิจับประเด็นในหลาย ๆ อย่าง ก็อย่างที่บอกไม่รู้จะเล่าอย่างไร  แต่ที่ใช้อยู่จะถูกผิดอย่างไรไม่แน่ใจท่านใดเจออย่างผมก็แลกเปลี่ยนกันบ้างครับ  คือ เมื่อเขาต้องการพูดปัญหาเรา(คุณอำนวย)ก็ไม่สามารถจะทัดทานได้  ก็ปล่อยไปแต่พยายามจับประเด็นที่เขาพูดแล้วยิงคำถาม  เมื่อมีคนอื่นเริ่มถามด้วยกับเรา ในเรื่องที่ตรงกันหรือใกล้เคียงกัน 2-3  คน  และมีแนวโน้มว่าเวทีเริ่มพุ่งเป้าไปที่นั่น แสดงให้เห็นหัวปลาเริ่มชัดขึ้น ซึ่งหมายถึงเป้าหมายที่คิดร่วมกันแล้ว

       ผมเคยคิดเอาเองแบบที่ว่ามา  และทดสอบยิงคำถามให้เป็นประโยชน์หากในเวทีครั้งนั้น  ผู้ร่วมสนใจมาก ๆ สรุปได้เลยเรา(ทุกคนในวง)ค้นหัวปลาเจอแล้ว  และมันคงเป็นปัญหาที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเป้าหมายของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนั้น และเป็นเป้าหมายที่ทุกคนต้องการเรียนรู้แล้ว  เวทีก็สนุก  แต่เรา(คุณอำนวย) ก็คงไม่ลืมเรื่องหลักหรือเป้าหมายที่ต้องการให้องค์ความรู้ออกมาตามที่อยากให้เป็น(งานที่ต้องทำ)ก็คอยจังหวะด้วยความใจเย็นเพื่อดึงเข้าเรื่องหลัก  เมื่อใจทุกคนติดปีกและบินมาทางเรา