ความไม่พัฒนาของการจัดการศึกษา
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมพบว่า
ครู (บางคน)
ไม่ชอบเด็กเก่ง เด็กกล้าแสดงออก
ผู้บริหารโรงเรียน (บางคน)
ไม่ชอบครูเก่ง ไม่ชอบครูที่เป็นตัวของตัวเอง
ศึกษานิเทศก์(บางคน)
ไม่ชอบครู , ผู้บริหารเก่ง
ไม่ชอบครู , ผู้บริหารที่เป็นตัวของตัวเอง
เพราะกลัวจะ “เกินหน้าเกินตา”
จึงต้อง “สกัดดาวรุ่ง”
ด้วยหลักการและเหตุผลดังกล่าว
เราจึงได้ผลผลิตของการจัดการศึกษาที่ออกมา
เป็นแบบ “เสื้อโหล” ครับ
อูยยยยย สะใจ โดนใจ กระแทกใจ
สวัสดีค่ะ ท่าน ผอ...
เขียนแบบนี้อีกค่ะ ชอบชอบ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับอาจารย์ ผู้ปกครองก็มีส่วนร่วมด้วยครับ
ผู้ปกครองเองก็นิยมการศึกษาแบบ "บ้าใบ ไกลบ้าน" คือหมายความว่า
บ้าใบ = เมือนต้นไม้ ไครบอกมีปุ๋ยอะไรดีก้เอามาใส่ทุกอย่าง สรุปคือต้นไม้ไม่มีผลเพราะไปบำรุงใบหมด การเรียนแบบบ้าใบคือให้เรียนพิเศษทุกย่าง
ไกล บ้าน =ชอบส่งลูกไป รร ดังไกล๐ ผล คือไม่มีเวลาให้ลูก ( ข้อสังเกตจากคนมีตังค์ข้างบ้าน ) อาจอิจฉาเขามั้ง 55555555
ขอบคุณครับที่เข้ามาเยี่ยมแต่เช้า
ผมก็เขียนไปตามความเป็นจริงครับ
การศึกษาแบบ "บ้าใบ ไกลบ้าน"
จะขอนำไปใช้บ้างครับ
ขอบคุณครับ
ท่านผอ. เข้าใจเปรียบเทียบนะคะ
ผู้บริหาร หรือข้าราชการด้วยกัน ยังมีบางส่วนหน่วยงานและองค์กรที่คิดว่าใคร่เก่งกว่าตัวเองไม่ได้ ต้องกดไว้ ไม่ส่งเสริม
แต่ก็ยังมีผู้บริหาร หรือองค์กร ที่ให้การสนับสนุน มีลุกน้องเก่งยิ่งดี
งานจะได้พัฒนา มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ หัวหน้า ผู้บริหาร ก็ได้หน้ามีชื่อเสียงด้วย
ผู้บริหารควรจะคิดว่าลูกน้องเก่ง ตัวเองก็สบาย มีหน้าตาไปด้วย
ขออนุญาตพูดที่เกี่ยวกับคุณครูเท่านั้นค่ะ
เด็กเก่งมากหรือเด็กเก่งน้อย
เป็นปัจจัย ช่วยให้คุณครูได้ใช้ฝีมือ
ถูกใจครับ พูดปัญหาเป็นปรัชญา
เด็กน้อยคนนี้ชอบเช่นกันครับ
สวัสดีครับท่านรอง
สบายๆกับอากาศในวันดีดีครับ
รักประเทศไทยครับ
ถ้าได้ผู้บริหารใจกว้าง ชอบลูกน้องเก่ง ก็นำพาความก้าวหน้าไปด้วยกันครับ
ขอบคุณครับ
ดีครับ ที่ไม่ว่าจะเป็นเด็กเก่งหรือไม่เก่ง เป็นที่ท้าทายความสามารถของคุณครู
ขอบคุณครับ
ตอนนี้อากาศที่ตราดกำลังสบายๆครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ โดนใจวัยรุ่นตอนปลายสายอาชีพ รุ่นแรกแย้มฝา...อีกแล้วท่าน
คนเคยโดนสกัดบ่อยๆ มันก็ชาชินไปเองแหละ แต่นำน้อยย่อมแพ้ไฟวันยังคำนะ
วัยรุ่นเซ็งเหมือนกัน ลุงบังหีมท่านว่าไว้ดีจริง เช้านี้สุขใจได้ของดีมาใช้
โดนสกัดบ่อยๆ จะได้แกร่งครับ
ขอบคุณครับ