แม่เล่าให้ฟังว่า
ครั้งหนึ่งพ่อกับแม่ ไปนอนสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง
ที่สำนักสงฆ์แห่งนี้มีพระรูปหนึ่ง
พวกเราเรียกท่านว่า พระอาจารย์ หรือ หลวงพ่อ
>หลายคนเคยสงสัยกับตัวเอง ว่าทำดีแล้วได้ดี จริงหรือ
>บางทีทำอะไรด้วยความเหนื่อยยาก แต่ไม่มีใครเห็นค่า
>บางที คงทำให้รู้สึกท้อ ขี้เกียจทำดีต่อ
ที่สำนักสงฆ์แห่งนั้น อยู่ในป่า ไกลจากตัวเมืองอยู่มาก
อาหารก็ได้จากญาติโยมนำเอาของสด ของแห้งขึ้นไปถวายบ้าง
ญาติโยมที่ปฏิบัติธรรมก็หมุนเปลี่ยนกันหุงหาอาหาร
ปีนี้หลวงพ่ออาพาธไม่ค่อยสบายนัก
หลักจากที่สอนธรรมะถึงดึกดื่นเที่ยงคืน
ทุกคนกำลังจะเลิกรา กลับกุฏิจำวัด เพราะดึกมากแล้ว
แม่เองก็เพลียมาก อยากพักหลักจากที่เดินจงกรม และปฏิบัิติธรรมมาทั้งวัน
หลวงพ่อเดินมาหาแล้วเปรยว่า หิวจัง ถ้าได้ข้าวต้มร้อน ๆ ก็คงดี
แม่จึงรีบกุลีีกุจอไปต้มข้าวต้ม ทำกับข้าวสองสามอย่าง
ทั้ง ๆ ที่แม่ทำกับข้าวไม่ค่อยเก่ง
ยิ่งต้องทำกับข้าวด้วยเตาถ่าน
ไฟจากตะเกียงเจ้าพายุก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนักกับการที่ต้องทำกับข้าวยามดึกเช่นนี้
แม่ทำกับข้าวด้วยความทุลักทุเล
กว่าจะเสร็จก็กินเวลากว่าชั่วโมง
นำอาหารไปถวาย
พระอาจารย์บอกว่า
ไม่ฉันแล้ว...
ไม่หิวแล้ว....
กับข้าวทั้งหมดเลยไม่มีใครเหลียวแล
แม่เคืองอยู่ในใจว่า ย่อมเหนื่อย อดหลับอดนอน
พยายามทำกับข้าว
ทำแล้วก็ไม่มีใครกิน
ไม่มีใครเห็นคุณค่าของข้าวต้มและกับข้าวที่ทำเลย
>หลายคนเคยสงสัยกับตัวเอง ว่าทำดีแล้วได้ดี จริงหรือ
>บางทีทำอะไรด้วยความเหนื่อยยาก แต่ไม่มีใครเห็นค่า
>บางที คงทำให้รู้สึกท้อ ขี้เกียจทำดีต่อ
สองสามวันผ่านไป
พระอาจารย์ สอนธรรมะยามค่ำคืน มองมาที่แม่
แล้วสอนว่า
อะไรที่ทำไปแล้ว มันก็ดีทั้งนั้น
ถ้าตั้งใจดี มันก็ดี
ไม่ต้องห่วง กังวลหรอก ว่าผลจะเป็นเช่นไร
ทำด้วยความตั้งใจดีแล้ว มันก็ดีทั้งนั้น
> แม่เล่าให้ฟัง พร้อมสอนว่า
> อย่าไปกังวล
> ทำ ๆ ไป เดี๋ยวก็ดีเอง
> ไม่เห็นผลของความดี ตัวเราเองก็ได้ดีไปแล้ว
มีคนสงสัยว่าพระฉันอาหารหลังเพลได้หรือ
พระที่ป่วยหรืออาพาธ ฉันยาหรืออาหารเพื่อประทังชีวิตได้ครับ
แต่เท่าที่เห็นมา ก็ไม่เคยเห็นพระอาจารย์ฉันหลังเพลสักที ปรกติท่านเคร่งมาก
แม่บอกว่า คิดว่าท่านป่วยไม่ไหวจริง ๆ จึงได้เปรยออกมา
จนถึงขณะนี้ เข้าใจว่าท่านก็ไม่เคยฉันหลังเพลครับ แม้จะป่วยหนักอาพาธมากขึ้นก็ตาม

ดีค่ะ ธรรมะวันละนิดพัฒนาจิต และเตือนใจ ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับ
นอนดึกจังเลย หรือ เพิ่งตื่นมาครับ
(ผมเข้านอนแต่หัวค่ำครับ จึงติ่นมาตอนนี้)
หลักการที่เขียนมาดังกล่าว ผมใช้ยึดในการทำงานครับ
นั่นคือ ทำงานโดยไม่ต้องหวังผล
เพราะ ทำดี ก็ดีเลยครับ (ดีในใจเรา)
ส่วนผลตอบแทนที่เป็นลาภ ยศ สรรเสริญ นั่นคนละเรื่องกันครับ
จึงมักมีคนที่คิดน้อยใจในความดีของตัวเองเขียนกลอนออกมาว่า
"คนทำดีได้ดีมีที่ใหน คนทำชั่วได้ดีมีถมไป"
ขอบคุณครับ
สวัสดีคะน้องพลัดถิ่น
ช่วยกันทำดี คิดดี ใก้กำลังใจคะ
บางครั้งก็ท้อแท้และเหนื่อยเหมือนกัน
ในการทำดีไม่มีใครเห็นแต่ใจเราก็เป็นสุขคะ
สวัสดีดีค่ะ คนพลัดถิ่น
คนคิดดี ทำดี พูดดี แล้วก็ต้องพิมพ์ดีด้วย
หลักจากที่สอนธรรมะ....
แฮะๆ ใยมดมาตรวจการบ้านให้คุงคูค่ะ
ล้อเล่นน่ะค่ะ ยิ้มๆๆๆๆ ยามเช้าค่ะ
ทำดีต่อไปน่ะค่ะ ให้กำลังใจค่ะคนพลัดถิ่น
ขอบคุณค่ะ
ปลุกพลังความดี ทำได้ดังนี้... จากพระไพศาล วิสาโล
พระไพศาล วิสาโล
สวัสดีค่ะ
ได้มาอ่านบันทึกดี ๆ
การทำดีเป็นเรื่องที่มาจากเจตนาของการกระทำ
ผลของการทำดีก็คือความอิ่มใจ
การทำดีคือสิ่งทำแล้วทำให้เราสบายใจ รู้สึกอิ่มใจ ปลอดโปร่งโล่งใจ เห็นคนที่เราให้เขามีความสุข เราไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนนั้นคือทำดี จงทำดีต่อไป
ขอบคุณครับ คุณพี่ตุ๊กตา
การทำดีนี้ให้ผลดีตลอดเลยครับ
ผมว่าเหมือนการลงทุนฝากธนาคาร ดอกเบี้ยน้อยแต่นาน
และเห็นผลอยู่แล้วว่าดีแน่นอน
เพียงแค่เก็บไปเรื่อยๆและสม่ำเสมอ เท่านั้นเองครับ