หัวใจของการปฏิรูปการศึกษา อยู่ที่การกล้าให้คนอื่นคิด

 

 

          จากประสบการณ์ในการทำงานทางการศึกษาของผมที่ผ่านมา   ผมคิดว่าอุปสรรคและปัญหาอันยิ่งใหญ่ของการพัฒนาการศึกษา ไม่ได้อยู่ที่การขาดแคลนงบประมาณหรือการขาดบุคลากรแต่อย่างใด ปัญหาที่แท้จริงอยู่ที่การ ผูกขาดความคิด ครับ

เป็นการผูกขาดความคิดของทั้งผู้บริหาร นักวิชาการ และ ผู้ปฏิบัติงาน  ที่ส่งผลเป็นทอดๆ มาถึงเด็ก  ทำให้เด็ก คิดไม่เป็น ครับ

ผู้ผูกขาดความคิด  จะมีลักษณะดังนี้

1.  ชอบคิด

2.    ไม่ชอบให้คนอื่นคิด

3.  ถ้าตัวเองคิด ไม่ผิดอย่างแน่นอน

4.  ถ้าคนอื่นคิด ต้องผิดไว้ก่อน

ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลประเภท ผูกขาดความคิด ต่อไปพอนานเข้าก็ไม่อยากคิด  ทำให้เป็นโรค สมองฝ่อ ครับ ลักษณะของสมองฝ่อก็จะมีอาการในทำนอง  จะทำอะไรก็ขอให้สั่งมาเถิด

เมื่อวัฒนธรรมการผูกขาดความคิดดังกล่าวลุกลามมาถึงโรงเรียน ลุกลามมาถึงห้องเรียน  ก็จะทำให้เด็กติดเชื้อโรคสมองฝ่อตามไปด้วยครับ  และโรคนี้ก็จะติดต่อและลุกลามไปถึงเด็กอย่างรวดเร็ว   ต่อให้เอาสื่อที่ทันสมัยเพียงใด หรือคอมพิวเตอร์ชั้นดีอย่างไร   ก็เอามาแก้โรคสมองฝ่อของเด็กๆไม่ได้หรอกครับ

จะให้แก้โรคสมองฝ่อของเด็ก ต้องแก้ได้ด้วยการเปลี่ยนวัฒนธรรมการคิดเสียใหม่ครับ จากวัฒนธรรมการผูกขาดความคิด เปลี่ยนมาเป็นวัฒนธรรมการกล้าให้คนอื่นคิด

นั่นคือ ไม่ควรมองว่า  เด็กคิดไม่เป็น   ครูน้อยคิดไม่ได้   ครูใหญ่คิดไม่ออก

เพราะความจริงแล้ว  ทั้งเด็ก  ครู   ผู้บริหารโรงเรียน เขาคิดเป็น  คิดได้  และ คิดออก ครับ   ถ้ากล้าให้เขาคิด

อาจมีคำถามว่า ถ้าให้คนอื่นคิดหมดแล้ว ตัวเองจะเหลืออำนาจอะไร

คำตอบอยู่ตรงนี้ครับ  การให้คนอื่นคิด อำนาจของเราไม่หมดไปครับ เพราะจะใช้หลัก อำนาจร่วม นั่นคือ

เป้าหมาย  อยู่ที่ผู้บริหาร    วิธีการ    อยู่ที่ผู้ปฏิบัติ

เจ้าของเรื่อง จะมีอำนาจในการควบคุมเป้าหมายครับ  ส่วนการกล้าให้คนอื่นคิด  คือ กล้าให้เขาคิดวิธีการครับ

เป็นการใช้อำนาจร่วมกัน หรือ การบริหารแบบมีส่วนร่วมนั่นเอง

วิธีการใช้อำนาจร่วม หรือ การกล้าให้คนอื่นคิด จะนำไปใช้ได้ทุกระดับ  ดังนี้ ครับ

                             ระดับนโยบาย

  ผู้รับผิดชอบนโนบาย     คิด   เป้าหมาย    ผู้บริหารโรงเรียน คิด วิธีการ

                                          ระดับโรงเรียน

  ผู้บริหารโรงเรียน  คิด   เป้าหมาย    ครูผู้สอน  คิด วิธีการ

                                        ระดับห้องเรียน

        ครูผู้สอน  คิด เป้าหมาย            นักเรียน คิด วิธีการ

 

          ด้วยวัฒนธรรมแห่งการกล้าให้คนอื่นคิดดังกล่าว  ก็น่าที่จะเป็นการส่งเสริมให้ผู้อื่นได้ฝึกคิดขึ้นมาบ้าง   แม้บางคน  อาจจะคิดถูกคิดผิดไปบ้าง แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้คิด  และ  เมื่อได้คิดแล้ว  ต่อไปก็คงจะมีการพัฒนาการคิดให้ดียิ่งขึ้น ผ่านประสบการณ์การคิดของเขาเอง

 

          เรามาร่วมปฏิรูปการศึกษาด้วยการกล้าให้คนอื่นคิดกันดีกว่านะครับ

 

                                         ขอบคุณครับ