หลังจากกลับไปนั่งทบทวนความทรงจำและบันทึก ครั้งเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ก็ได้มาเล่าต่อจากตอนที่แล้ว ช่วงที่ไปที่ Bruce Bay Marae

Bruce Bay Marae

ภาพนี้เอามาจาก internet เพราะ Marae นี้ค่อนข้างใหม่ เพิ่งเปิดเมื่อปี 2005 เลยมีภาพใน internet ไม่มีใครได้ถ่ายรูปช่วงที่ไปที่นี่เพราะฝนตกตลอด มืดครึ้มไม่ได้ไปไหน อยู่แต่ในอาคารหลังเล็กสีขาว ที่ไว้ทำกิจกรรม กับด้านหลังเป็นโรงครัว ประตูสีฟ้าเล็กๆ เป็นห้องน้ำมีเยอะมาก ที่นี่รับแขกได้ราว 50 คน

อาคารที่มีรูปแำกะสลักเรียกว่า Wharenui ฟาเรนุย เป็นอาคารที่ใช้ทำพิธีต่างๆ รวมถึงตอนกลางคืนก็เป็นห้องนอนรวมขนาดใหญ่ เป็นอาคารที่ชาวเมารีถือว่าศักดิ์สิทธิ์ ตอนที่เหล่านักเรียนทั้งหลายจะแวะมาต้องผ่านพิธีต้อนรับจากเจ้าภาพก่อน

โดยแขกจะรออยู่ด้านนอก ผู้หญิงอยู่ด้านหน้า ผู้ชายอยู่คุมท้าย เดินอย่างสงบไม่พูดคุย เจ้าภาพก็จะอยู่บริเวณด้านหน้า Marae มีผู้หญิงที่จะเป็นคนกล่าวต้อนรับ เรียกว่า Kaikaranga ซึ่งจะต้องเป็นผู้หญิงเท่านั้น จากนั้นแขกก็จะมานั่งโดยให้ผู้ชายนั่งหน้า ผู้หญิงนั่งข้างหลัง ทางเจ้าภาพจะมีตัวแทนกล่าวต้อนรับ และร้องเพลงสนับสนุนเรียกว่า Waiata เพลงที่ร้องก็จะเลือกให้เข้ากับเหตุการณ์ ฝ่ายแขกหลังจากเจ้าภาพร้องเพลงเสร็จก็เริ่มกล่าวเล่าความเป็นมาและขอบคุณตามด้วยเพลง กลุ่มนักเรียน Ecotourism ก็ร้องเพลงที่อาจารย์สอนก่อนมา จากนั้นก็เข้าไปยัง Wharenui ก็มีการพูดเป็นภาษาเมารีอีกยาวพอสมควร จนถึงเวลากิน เย้

ชาวเมารีจะให้ความสำคัญกับการเลี้ยงดูแขก โดยเฉพาะอาหารต้องให้เต็มที่ แต่คราวนี้พวกเราก็ไปช่วยทำกับข้าวกันด้วย กลุ่มที่ว่างก็ไปขนที่นอนมาปูเรียงกัน ทั้งผ้าปู หมอน ปลอกหมอน มีครบ ก่อนรับประทานอาหารทุกมื้อก็จะสวดที่เีรียกว่า Karakia ซึ่งชาวเมารีก็จะสวดในเกือบทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็น Karakia ก่อนออกเดินทาง Karakia ตอนเก็บเกี่ยว และอื่นๆ อิ่มแล้วก็นั่งเล่นกัน อาจารย์ก็ขนหนังสือสารพัดมาให้เราอ่านกัน เพื่อรอเวลาที่เจ้าภาพจะเล่าเรื่องให้ฟังเกี่ยวกับประวัติของ Marae นอกจากนี้เราทุกคนต้องแนะนำตัวเป็นภาษาเมารีตามที่อาจารย์สอน เลยต้องวิ่งกลับไปท่องกันใหญ่ นอกจากนี้ก็มีการจัดเวรให้เป็นกลุ่มทำหน้าที่ ทำกับข้าว ล้างจาน เตรียมโต๊ะอาหาร เราอยู่กลุ่มที่ชื่อ Inanga เป็นปลาตัวเล็กๆ ที่เป็นอาหารอันโอชะของชาวเมารี

การแนะนำตัวแบบเมารีก็จะอ้างถึงภูเขา แม่น้ำ พาหนะหรือชื่อเรือแคนูที่บรรพบุรุษนั่งมา  เผ่าที่ตัวเองอยู่  ที่อยู่ และสุดท้ายคือชื่อ เราก็ใช้เขาสก แม่น้ำตาปี เครื่องบินสายการบินไทย ชาวไทย สุราษฎร์ธานี และชื่อจินตมาศ

Ko Sok toku Maunga มะอุงะ

Ko Tapi toku Awa อะวะ

Ko Thai airway rereraki toku Waka วะคะ

Ko Thai toku Iwi อิวิ

Ko Surat thani toku Kainga คะอิงะ

Ko Jin toku Ingoa (อิ งัว ไม่ใช่ อีวัว นะ) 

ซึ่งการแนะนำตัวเช่นนี้สำหรับชาวเมารีทำให้เขาสามารถลำดับญาติได้ถูก และเขาให้ความสำคัญเรื่องนี้มาก แบบว่านับย้อนบรรพบุรุษกันได้เป็นสิบรุ่น เพราะเขามีวัฒนธรรมการเล่าเรื่องที่ก่อนนอนแบบที่เรากำลังจะทำกันนี้ ตอนแนะนำตัวก็บนที่นอน แล้วเจ้าภาพก็จะเล่าประวัติตามภาพที่แกะสลัก และรูปถ่าย ของบรรพบุรุษ เราก็นอนฟังกันไป คนที่หลับก็หลับไป เหมือนมีคนเล่านิทานก่อนนอน แต่เป็นนิทานเรื่องบรรพบุรุษ รวมถึงตำนานต่างๆ ของชาวเมารี ก็นึกดูว่าเขาทำแบบนี้กันมานานจนจำได้ไม่ต้องเขียนบันทึก

ก็ฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง เพราะเขาจะพูดเป็นภาษาเมารีก่อนแล้วแปลเป็นอังกฤษ บางคนก็เล่าเป็นภาษาอังกฤษ และเปิดโอกาสให้ถามข้อสงสัย เรียกว่าเล่ากันทุกรูป ทุกลายใน Marae จนดึก เริ่มมีเสียงกรนลอดมาปะปน แล้วก็ได้เวลานอน มีัทั้งเสียงละเมอ เสียงคนที่ไม่ยอมนอนคุยกัน จนอาจารย์บอกให้เงียบ กว่าจะหลับก็ดึก พรุ่งนี้มีกิจกรรมรอทั้งวัน