if. only if. if and only if

ตรรกบทในหนังสือจริยศาสตร์ภาษาอังกฤษ จะเจอคำเหล่านี้เสมอ... ระยะแรกนั้น ผู้เขียนอ่านด้วยความไม่เข้าใจ จนกระทั้งเริ่มคุ้นเคยในภายหลัง เพราะหนังสือเล่มไหนก็จะพบเหมือนๆ กัน... ต่อมา จึงได้ทราบว่าตรรกศาสตร์จะแยกสาขาออกมาที่ศึกษาเพื่อใช้กับจริยศาสตร์โดยเฉพาะ แม้ผู้เขียนจะไม่เคยเรียนและไม่เคยเห็นหนังสือภาษาไทยที่กล่าวเรื่องนี้ไว้ แต่ก็ผ่านพ้นเรื่องนี้มาด้วยความคุ้นเคย (มิใช่ความรู้เรื่อง)

  • if แปลกันว่า ถ้า... บ่งชี้ว่าตรรกบทนั้นเป็น เงื่อนไขพอเพียง
  • only if น่าจะแปลว่า ถ้า... เท่านั้น บ่งชี้ว่าตรรกบทนั้นเป็น เงื่อนไขจำเป็น
  • if and only if น่าจะแปลว่า ถ้าและถ้า... เท่านั้น บ่งชี้ว่า ตรรกบทนั้น รวมเงื่อนไขพอเพียงและเงื่อนไขจำเป็น ไว้

คำแปลเหล่านี้ อาจมองไม่ยากนั้น เมื่อแปลเฉพาะศัพท์... แต่เมื่อจะแปลทั้งประโยคตรรกบท ก็เป็นการยากยิ่งนัก เพราะสำนวนภาษาไทยมิได้มีคำที่ระบุชัดเจนว่าเป็นเงื่อนไขพอเพียงหรือเงื่อนไขจำเป็นดังเช่นภาษาอังกฤษ... ลองสำรวจหนังสือจริยศาสตร์ภาษาไทยที่มีการแปลตรรกบททำนองนี้ ก็เจอแต่หนังสือของ ผศ. ชัชชัย คุ้มทวีพร เท่านั้น...

 

.........

ตัวอย่างของตรรกบทเหล่านี้ในภาษาอังกฤษก็เช่น หนังสือ Introductory Ethics (ปีค.ศ. 1978) ของ Fred Feldman หน้า 104 ได้แปลคำสั่งเด็ดขาดของคานต์ไว้ว่า

  • An act is morally right if and only if the agent of the act can constently will that the generalized form of the maxim of the act be a law of nature.

จากตรรกบทนี้ Feldman ให้ความเห็นว่าบางคนก็แปลความหมายว่าคำสั่งเด็ดขาดของคานต์รวมเงื่อนไขพอเพียงและเงื่อนไขจำเป็นไว้ว่า...

  • An act is morally right if and only if its maxim is universalizable.

แต่บางคนก็ให้ความเห็นว่าคำสั่งเด็ดขาดของคานต์จะเป็นเงื่อนไขจำเป็นอย่างเดียวเท่านั้นว่า...

  • An act is morally right only if its maxim is universalizable.

ตรรกบทเหล่านี้ แม้ยากต่อการทำความเข้าใจแล้ว ยากยิ่งขึ้นเมื่อต้องแปลมาเป็นภาษาไทย...

 

........

ส่วนในหนังสือเล่มอื่นก็เช่น Philosophical Ethics (ปีค.ศ. 1991) ของ Tom L. Beauchamp หน้า 129 ได้วางตรรกบทประโยชน์นิยมไว้ว่า...

  • An act is right if, and only if, it can be reasonably expected to produce the greatest balance of good or the least bance of harm.

 

และหนังสือ Ethics (ปีค.ศ. 1999) ของ Louis P. Pojman หน้า 112 ได้วางตรรกบทการกระทำประโยชน์นิยมไว้ว่า...

  • An act is right if and only if it results in as much good as any available alternative

 

.......

ตัวอย่างของเงื่อนไขพอเพียงก็เช่น สาเหตุที่เป็นโจรก็เพราะยากจน นั่นคือ ความยากจนเป็นเงื่อนไขพอเพียงให้คนเป็นโจรได้... แต่มิใช่ว่าคนยากจนทุกคนจะเป็นโจร นั่นคือ ความยากจนมิใช่เงื่อนไขจำเป็นในการเป็นโจร...

ส่วนตัวอย่างของเงื่อนไขจำเป็นก็เช่น สาเหตุที่กินอาหารก็เพราต้องการมีชีวิตอยู่ นั่นคือ ถ้าเราไม่กินอาหารเราก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ ดังนั้น การกินอาหารจึงจัดเป็นเงื่อนไขจำเป็น...


อนึ่ง ที่ผู้เขียนได้นำเรื่องนี้มาเล่า เพราะนึกไปถึงสถานการณ์บ้านเมืองปัจจุบันว่า...

  • การที่รัฐบาลใช้แก๊ซน้ำตาเพื่อสลายฝูงชนหน้ารัฐสภาเมื่อวันก่อนนั้น จัดเป็นเงื่อนไขพอเพียงหรือไม่ ?
  • การที่พันธมิตรยึดทำเนียบรัฐบาลนั้นจัดเป็นเงื่อนไขพอเพียงหรือไม่ ?
  • และการดำเนินการทางการเมืองของกลุ่มต่างๆ ในขณะนี้นั้น จัดเป็นเงื่อนไขจำเป็นสำหรับประเทศไทยในขณะนี้หรือไม่ ?