ความยากของการทำงาน สำหรับข้าพเจ้า ณ วันนี้ คือ ความรู้สึกภายใน... ที่ข้าพเจ้าต้องก้าวข้ามผ่านไปให้ได้เพื่อให้ได้ทำงานตามที่ปรารถนา...
เมื่อใดที่อุปสรรคเข้ามา ข้าพเจ้าจะน้อมใจพิจารณาหาความแง่งามของอุปสรรคนั้นให้เจอว่ามีทางออกที่ไม่เบียดเบียนในใจตนเองได้อย่างไรบ้าง... วันนี้ ข้าพเจ้าได้ทบทวนบทเรียนนี้อีกครั้ง พักหลังๆ ได้โอกาสเรียนรู้ต่อปัญหาอุปสรรคนี้บ่อยครั้งมาก... ความต้องการกับการตอบสนองที่ไม่สอดคล้องกัน หลังจากที่องค์กรมีผู้บริหารเข้ามาใหม่ ... พลังความคิดมากมายถูกสกัดกั้นไว้ เหมือนโดน Block ทำให้คนหน้างานหลายๆ คนท้อไปบ้างก็มี ... ข้าพเจ้ารู้สึกเหมือนว่าตนเองว่ายน้ำมาแบบมาราธอน ตอนนี้อยู่ในช่วงเวลาพยุงตัว ประคองตัวให้ลอยไป เพื่อไม่หมดแรง แต่ลึกๆ ข้าพเจ้าก็เชื่อในตนเองอยู่แล้วว่าไม่ท้อ เพียงแต่กำลังครุ่นคิดหาหนทางเท่านั้นเองว่า จะแวกว่ายไปในกระแสน้ำเชี่ยวนี้ได้อย่างไร เพื่อให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุดทั้งต่อตนเองและผู้อื่น...
เวลาที่ต้องพิจารณาอะไรก็ตาม...
ข้าพเจ้าตอบต่อตนเองว่า โชคดีแล้วกะปุ๋มเอ๋ย... ที่เจ้าได้มีโอกาสได้มองเห็นใจตนเองว่าเป็นอย่างไร ใจที่จะต้องไม่ตกต่ำลงไป ต้องเป็นใจที่มีความเจริญก้าวหน้าที่นำไปสู่ความเบิกบานและงดงามในชีวิตของการได้เกิดมาเป็นมนุษย์...
วันนี้...ก็เฉกเช่นเดียวกันที่ข้าพเจ้าได้มองเห็นในใจตนเอง ทันการณ์ ได้รู้เท่า... ทำให้ยั้งไว้ได้ "อุเบกขาบารมี" -----> วางเฉยเข้าไว้ เมื่อร่างกายมันไม่ทรงตัว ใช้คำว่า "ช่างมัน" ไว้ในใจ ...
เป็นเรื่องราวเมื่อเราต้องโดนอุปสรรคเข้ามาทดสอบใจให้ได้คิดดี พูดดี และทำดี...ไม่ทำแย่ไปกว่านี้ เมือก่อนเคยมองว่าความยากของการทำงาน คือ การทำให้คนอื่นเข้าใจในงาน ในความคิดของเรา ... แต่ ณ ขณะ ข้าพเจ้ามองว่าความยากที่ว่านั้นเบาบางลงมาก... มันโน้มเข้ามาภายในมากกว่า
ความยากที่ว่า คือ การทำใจไม่ให้หนักหน่วง... ไม่ผูกโกรธ หรือพอใจ หรือไม่พอใจผู้อื่น...
เหตุปัจจัยเดิมเราไปแก้ไขไม่ได้ เรามีหน้าที่เพียงสร้างเหตุปัจจัยใหม่ที่ดีและงดงามกว่า...
----------------------------------
สวัสดีครับ พี่กะปุ๋ม
มาอ่านความยากของการทำงานครับ
ผมก็เจอความยากอย่างหนึ่งเหมือนกัน
ไม่รู้ควรจะทำอย่างไร
ระหว่าง ขับช้าๆเพราะต้องระวังอันตราย
หรือว่าควรรีบขับเร็วๆจะได้ไม่เกิดอันตรายครับ
รักษาสุขภาพด้วยครับ
วันนี้ เหนื่อยมาก ๆ เลยครับ...
โดนเรียกเข้าห้อง (เย็น) ...แบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว ...
ผู้บริหารมอบหมายให้กลับมาสู่ตำแหน่งเดิม เพราะมีอะไรให้ทำเยอะแยะไปหมด ทั้งภารกิจเก่าและภารกิจใหม่ยังรอให้ไปต่อยอดและบุกเบิก
สถานการณ์บีบรัดมากเลย.. ผมไม่ค่อยมีทางเลือกมากนัก แต่ก็กำลังคิดและขบคิดอย่างใจเย็น ๆ ...
.....
ขอบคุณครับ
ขอบคุณน้องเอ๊ะมากนะคะ...พี่กะปุ๋มได้เข้ามาอ่านเจอความเห็นของน้องเอ๊ะแล้วขำก๊ากเลยค่ะ
นะ...ขับอย่างไรดี...?
เมื่อเช้าพี่กะปุ๋มปั่นจักรยานมาทำงาน และมีแดดจ้ามาก...ถนนไม่ลื่น เลยไม่ต้องระวัง ก็ปั่นมาแบบสบายๆ ลมโชย รับวิตามิน D อย่างเต็มที่เลยค่ะ
(^___^)
น้องจิ...เป็นอย่างไรบ้าง.. สบายดีนะ ดีใจจังที่น้องจิแวะมาส่งสัญญาณว่าอยู่สบายดี
อยู่ที่มหาวิทยาลัยเรียนอย่างเดียวหรือทำกิจกรรมด้วยจ๊ะ...เขียนเล่าให้ฟังด้วยนะคะ
คิดถึงนะ
(^____^)
คุณแผ่นดิน...
อารมณ์ร่วมเลยนะคะ.... บางอย่างเป็นสิ่งที่เราไม่ปรารถนา แต่สิ่งนั้นก็เข้ามากระทบเรา โดยที่เราไม่ได้ปรารถนาเลย แต่เราก็เพียงน้อมรับด้วยใจงามงามเท่านั้นเอง...
ไม่มีสิ่งใดที่ดำเนินไปได้ตามหวังของเราหมดเสียทุกอย่าง ... สิ่งที่เข้ามากระทบก็เป็นเพียงโอกาสอันดีและงดงามที่ทำให้เราได้ก้าวเดินผ่านไป ด้วยใจที่เบิกบาน ไม่ตกอยู่ในห้วงแห่งความขุ่นมัว...นั่นเอง
....
....
ขอบคุณนะคะสำหรับการแลกเปลี่ยนนี้มีคุณค่ามากเลยค่ะ
(^____^)
ขอให้กำลังใจกะปุ๋มนะคะ พี่เองก็เจอแบบนี้มาก่อน ลองอ่านเรื่องเล่าของพี่ตอนเป็นผู้จัดการงานวิจัยที่ส.เด็กดูซิคะ แต่ถ้าเราก้าวฝ่าไปได้ จะเป็นบทเรียนอันยิ่งใหญ่ที่ทำให้เราเรียนรู้และแข็งแกร่งขึ้น กะปุ๋มน่าจะได้แลกเปลี่ยนกับอ.อัครินทร์นะคะ ว่าจะก้าวผ่านอุปสรรคไปได้อย่างไร คงต้องใช้ทั้งพรหมวิหาร 4 และอิทธิบาท 4 ค่ะ
เป็นกำลังใจให้นะคะน้องกะปุ่ม คนทำงานมักจะเจอปัญหา ลองคิดกลับไปอีกมุมหนึ่ง คนไม่ทำงาน มักจะไม่เจอปัญหานะคะ... ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์อันเลวร้ายเพียงใด สุขุมเยือกเย็นเข้าไว้ คงไว้ซึ่งความเป็นคนเปิดเผย อ่อนโยน อยากรู้อยากเห็น และมีความสุข ปิติตลอดเวลา คือตัวตนเนื้อแท้ของน้องกะปุ่ม ขวัญใจชาว R2R ทั่วประเทศ
ขอบพระคุณ อ.หมอลัดดา และ พี่ อ.แต้ม...มากเลยค่ะ
....
กระทบ แต่ไม่กระเทือน ... แต่อาจเซๆ ไปบ้างก็ตั้งหลักได้ค่ะ
"การเดินทางไปข้างหน้าอาจมีวิธีการเดินทางไปได้หลายทาง เดินบ้าง ปั่นจักรยานบ้าง วิ่งบ้าง นั่งรถยนต์บ้าง มากมายหลากหลาย... และ ณ ขณะนี้กะปุ๋ม...อาจหยุดพิจารณาสักชั่วอึดใจว่า จะก้าวเดินต่อไปได้เช่นไร ในเส้นทางการก้าวเดิน...เพื่อการแบ่งปัน "
กะปุ๋มรู้สึกซาบซึ้งใจในความห่วงใย... ดีใจที่ค่ำคืนนี้ได้ตื่นและเข้ามาอ่านเจอความเห็น...
หากว่าไปแล้ว...กะปุ๋มไม่ค่อยได้หรือเสียอะไรต่อการทำงานมาก เพราะได้ปวารณากับตนเองแล้วว่า "เป้าหมายการทำงานและการดำรงอยู่ของตนเองเพื่อการแบ่งปัน"... ความก้าวหน้าในงานจึงไม่ได้อยู่ในความสนใจ อยู่แบบข้าราชการผู้น้อยมานานเกือบสิบปี ... สองขั้นไม่ขอรับ ความดีความชอบไม่ขอเอา... จึงทำให้เกิดสภาวะใจเบาเบา ในการทำงานได้เสมอ...
(^___^)