นางสาวจารุวรรณ ริ้วลายเงิน รหัสนักศึกษา 515100004

 

 

 

   flower Glitter Photos flower 

      

                สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านทุกท่าน .......

           ดิฉันก็มีปะสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริงอยากจะมาถ่ายทอดให้ท่านผู้อ่านได้รับรู้

           บางครั้งประสบการณ์นี้อาจจะเป็นประโยชน์แก่ท่านบ้างไม่มากก็น้อย 

           ดิฉันเคยใฝ่ฝันว่าอยากจะเป็นครูตั้งแต่ตอนยังเป็นเด็ก  ดิฉันมักจะชวนเด็กแถวบ้านมาเล่นครูนักเรียนกันอยู่เสมอๆ  โดยที่ดิฉันจะขอแสดงเป็นบทคุณครูทุกครั้ง

           เมื่อตอนที่ดิฉันเรียนอยู่ม.ปลาย ดิฉันอยากเรียนต่อทางสายครูมาก

           แต่มันมีเหตุให้ดิฉันไม่ได้เรียน ดิฉันขอไม่พูดถึงเพราะอาจจะพาดพิงไปถึงใครหลายๆคน

           จนวันหนึ่งมันเหมือนฝันที่มันไม่น่าจะเป็นไปได้ ดิฉันจบปริญญาตรี สาขาการท่องเที่ยว มันห่างไกลจากคำว่าครูมาก แต่ดิฉันก็มีโอกาสได้มาสอนที่โรงเรียนพณิชยการหัวหิน

           ความรู้สึกตอนแรกนั้นรู้สึกดีใจมาก ทำอะไรไม่ถูก โทรศัพท์ไปบอกพ่อ พ่อพูดกับดิฉันมาหลายประโยค ดิฉันรู้สึกได้ว่าพ่อปลื้มใจมาก แต่มีประโยคหนึ่งที่พ่อพูดมาแล้วดิฉันรู้สึกสะดุดมากๆ พ่อพูดคำว่า

            "หนูจำได้ไหม???? ตอนเด็กๆหนูชอบเล่นเป็นคุณครู "

           มันทำให้ดิฉันรู้สึกว่า เราจะต้องทำให้ดีที่สุด แต่แล้วชีวิตการเป็นครูมันไม่เหมือนตอนที่เราเล่นตอนเด็กๆ มันมีอะไรหลายๆอย่างให้เราได้เรียนรู้มากมาย แต่ถึงเหนื่อยและท้อยังไงดิฉันก็รู้สึกชอบมาก

           หน้าที่ที่ดิฉันต้องทำคือ-เป็นครูผู้สอนในสาขาวิชาการท่องเที่ยว

                -เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ปวช 1/5  เรื่องมันเริ่มตรงนี้แหละค่ะ!!!!! ตรงที่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ปวช 1/5

           ตอนแรกที่ดิฉันได้มาเป็นที่ปรึกษาเด็กนักเรียนห้องนี้ เขาเหมือนว่าจะไม่ค่อยยอมรับดิฉันเท่าไร  เพราะดูเหมือนว่าอายุจะไม่ห่างกันสักเท่าไร และเขาก็รู้ว่าดิฉันคือครูใหม่

           ดิฉันจำได้ว่าดิฉันเคยร้องไห้ครั้งหนึ่งเมื่อตอนโฮมรูมวันที่ 2 และนับตั้งแต่นั้นมา.........

           ดิฉันรับรู้ได้เลยว่าดิฉันได้ชนะใจเด็กนักเรียนห้องนั้นไปเสียแล้ว เพราะปฏิกิริยานักเรียนได้เปลี่ยนไป

           ดิฉันรู้สึกรักเด็กนักเรียนห้อง ปวช 1/5 มากๆ ดิฉันมีความรู้สึกว่าอยากจะทุ่มเทชีวิตให้กับเด็กนักเรียนห้องนี้

           ดิฉันได้เข้าใจคำว่า เมตตา เด็กห้องนี้ทำให้ดิฉันได้รู้จักแก้ไขปัญหาหลายๆอย่าง ทั้งเรื่องหนีเรียน  เรื่องทะเลาะวิวาท เรื่องไม่ยอมนั่งสมาธิตอนเช้า เรื่องคุยกันในขณะทำกิจกรรมหน้าเสาธง

           และที่สำคัญเรื่องที่ไม่อยากจะเรียนต่อ ต้องการออกจากการเรียนกลางเทอม ตามเหตุผลต่างๆนานาของเขา

           ดิฉันได้แก้ไขปัญหาด้วยการพูดและการกระทำหลายๆอย่าง จนเด็กนักเรียนหลายๆคนมาสัญญากับดิฉันว่าเค้าจะเรียนให้จบภายใน 3 ปีให้ได้ บางคนก็มาบอกกับดิฉันว่า เขาจะตั้งใจเรียน จะกลับตัว

           แต่แล้วมีช่วงหนึ่งดิฉันรู้สึกท้อถอยกับการที่จะต้องทำงานและเรียนไปด้วยมาก(ดิฉันลืมบอกท่านผู้อ่านว่าดิฉันได้เรียนป.บัณฑิตไปพร้อมๆกับสอนหนังสือด้วย)

           ดิฉันรู้สึกท้อถอยอย่างบอกไม่ถูก มันมีอะไรหลายๆอย่างที่ทำให้ดิฉันอยากจะหยุดเรียน

           ดิฉันต้องทำงานหลายๆอย่างที่คั่งค้าง จนทำให้ดิฉันไม่ได้มาเรียนหลายอาทิตย์

           ดิฉันรู้สึกว่าไม่ไหว เพราะบางทีดิฉันจะต้องเลือกที่จะทำงานของโรงเรียนให้เสร็จก่อน เด็กนักเรียนรออยู่

           ทำให้ดิฉันไม่ได้มาเรียนติดต่อกัน จนวันหนึ่งนักเรียนคนหนึ่งมาถามดิฉันว่า "อ.ไม่ไปเรียนหรือ" มันทำให้ดิฉันได้คิดได้ว่า ทำไมเราให้กำลังใจเด็ก เราให้เด็กสู้ เราบอกเด็กว่าจะต้องเรียนให้จบนะ  แต่พอถึงทีของตัวเรา เราทำไม่ได้ มันเหมือนกับว่าเรายังเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็กไม่ได้เลย  มันเหมือนกับว่าปัญหาที่เกิดกับเด็กเราสามารถแก้ไขได้ แต่กับเรื่องของเราเรากลับแก้ไขมันไม่ได้

           จากเหตุการณ์ดังกล่าวมันทำให้ดิฉันต้องการที่จะสู้ สู้กับตัวเราเอง เพื่อความฝันของเรา  และเพื่อให้สมกับคำว่า ครู

            เราต้องอดทน

            อดกลั้น

           ไม่รู้จักคำว่าเหนื่อย

           ไม่รู้จักคำว่าท้อ

           เราต้องพยายามต่อไป!!!! 

 

.......ใช่ไหมค่ะท่านผู้อ่านทุกท่าน  ดิฉันคิดถูกหรือเปล่า อยากฟังข้อเสนอแนะของท่านผู้อ่านนะค่ะ

.................................ครูผู้สำนึกได้เพราะศิษย์.........