แก๊สน้ำตา บุคลากรทางการแพทย์ฉุกเฉิน ภาวะทางสุขภาพที่ต้องระวัง

ข้อมูลเกี่ยวกับแก๊สน้ำตาสำหรับบุคลากรทางการแพทย์และผู้ที่เกี่ยวข้อง

แก๊สน้ำตาจัดเป็นอุปกรณ์เคมีอย่างหนึ่ง มีการพูดถึงบ่อยครั้งเนื่องจากมีการนำมาใช้ จุดประสงค์คือการหยุดยั้ง ขับไล่ หรือ ทำให้หมดสมรรถภาพ แต่ไม่ได้ให้ถึงแก่กรรม จัดเป็นอาวุธเคมีอย่างหนึ่ง

ทีมแพทย์ควรมีการเตรียมตัวเมื่อเผชิญกับอาวุธเคมีคือ

  • น้ำ ต้องมีน้ำปริมาณมาก ถ้าตั้งหน่วยแพทย์ต้องมีแหล่งน้ำ สำหรับล้างพิษสารเคมี ล้างตัว ล้างตา ซึ่งต้องใช้น้ำจำนวนมาก และที่สำคัญใช้ดื่มด้วย
  • ถุงมือไวนิล (ป้องกันเลือดและสเปรย์พริกไทย) ใช้ถุงมือลาเท๊กซ์ได้ แต่ระวังแพ้
  • เตรียมอุปกรณ์สื่อสารให้พร้อม ชาร์ตไฟให้เต็ม
  • ปากกา ผ้าเทป มาร์คเกอร์
  • ชุดปฐมพยาบาล
  • ไม้กดลิ้น
  • เสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยน ในกรณีมีการปนเปื้อน
  • น้ำเกลือ ชุด IV
  • ยาพ่นขยายหลอดลม อีพิเนฟฟริน เบนนาดริล

สิ่งที่นำไป จะบอกว่าเราสามารถอยู่ในสถานที่เกิดเหตุนานขนาดใหนด้วย

จะต้องแต่งตัวอย่างไร: ใส่เสื้อผ้าที่สบาย ใส่รองเท้า safety ใส่แว่นกันแดด หรือ แว่น goggles (สำหรับว่ายน้ำ) เพื่อป้องกันอันตรายต่อตา หน้ากากกันก๊าซพิษ ใช้หน้ากากแบบมีใส้กรอง หรือ N95 เนื่องจากใส้กรองจะเป็นเฉพาะสารเคมี  เสื้อกันฝน หรือหมวกป้องกันแดด เสื้อผ้าใหม่ๆ

สิ่งที่ไม่ควรทำ

  • อย่าใช้วาสสาริน น้ำมัน หรือยากันแดดที่มีน้ำมันเป็นตัวละลายเนื่องจากจะกักสารเคมีใว้ในผิวหนัง
  • อย่าใส่ contact lenses ซึ่งจะกักสารเคมีไว้ได้
  • พยายามพักผ่อนและดื่มกินให้เต็มที่

ก๊าซน้ำตา

ก๊าซน้ำตา (หรือเรียกว่า CS, CN หรือ CX) และสเปรย์พริกไทย (OC) เป็นสารประกอบทางเคมีซึ่งใช้ในทางทหารหรือตำรวจ เป็นสารที่ระคายเคืองเยื่อจมูก เยื่อปาก เยื่อตา และผิวหนัง ส่วนอื่นๆ ที่มีการสัมผัส สารเหล่านี้จะผสมกับตัวทำละลาย ซึ่งมีอันตรายต่อคนและสิ่งแวดล้อม ตัวทำละลายมีหลายชนิด เช่น Methylene chloride ทำให้มีฤทธิ์ต่อระบบประสาท เช่น มีอาการซึม สับสน ชา ใจสั่น มีอาการหลอนทางตาและกการได้ยิน เป็นต้น

สารเหล่านี้จะ บรรจุในภาชนะต่างๆ กัน ข้อควรระวังคืออย่าหยิบด้วยมือเปล่าเนื่องจากจะร้อนมาก และเวลาที่หยิบ เราจะหายใจเข้าไปมาก

 

 

ผลต่อร่างกาย

ก๊าซน้ำตาและสเปรย์พริกไทย จะระคายเคืองผิวหนัง ทำให้มีอาการเจ็บ ไหม้ และมีน้ำตาไหลพราก มีน้ำมูก และน้ำลายมาก มีเสมหะมาก

  • เจ็บ รู้สึกไหม้ในตา จมูก ปาก และผิวหนัง
  • น้ำตาไหลมาก ทำให้มองเห็นเบลอ
  • น้ำมูกไหล
  • น้ำลายมาก
  • ไอ หายใจลำบาก
  • มีอาการสับสน บางครั้งตื่นตกใจ

อาการเหล่านี้เกิดไม่นาน จะหายใน 5-30 นาที ขณะที่สเปรย์พริกไทยจะหายใน 20 นาทีถึง 2 ชั่วโมง อาการต่างๆนี้จะลดลงหลังการรักษา แต่เนื่องจากสเปรย์พริกไทยจะเข้าไปในปลายประสาททำให้มีอาการต่อหลังล้างจากผิวหนังแล้ว

การป้องกัน

ในคนที่แข็งแรง ผลของก๊าซน้ำตาและสเปรย์พริกไทยจะเป็นแบบชั่วคราว อย่างไรก็ตามในคนบางคน ผลอาจจะนานกว่า และอาจอันตรายแก่ชีวิตได้ ได้แก่

  • คนที่เป็นโรคระบบทางเดินหายใจ เช่นหอบหืด โรคถุงลมโป่งพอง
  • เด็ก คนชรา คนที่ภูมิคุ้มกันต่ำ
  • คนที่เป็นโรคเรื้อรังหรือกินยาซึ่งทำให้ระบบภูมิคุ้มกันต่ำเช่นยารักษามะเร็ง ยารักษาโรคอื่นๆ อาจทำให้การเจ็บป่วยที่เป็นอยู่เป็นมากขึ้น
  • ผู้หญิงและคนตั้งครรภ์ หรือคนที่อยากตั้งครรภ์ ต้องระวังแท้ง หรือทารกออกมาพิการ
  • ผู้หญิงที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่
  • คนที่เป็นโรคผิวหนัง (สิว เรื้อนกวาง หรือ ผื่นคันเรื้อรัง)  และ ตา (เช่น เยื่อบุตาอักเสบ) ซึ่งจะทำให้อาการเป็นมากขึ้น
  • คนที่ใส่คอนแทคส์เลนส์ทำให้มีการระคายเคืองตา และการทำลายจากสารเคมีซึ่งขังใต้เลนส์

การรักษา

  • ล้างตา เริ่มจากมุมในของตา (ติดจมูก) ออกไปด้านนอก โดยให้หงายคอและเอียงไปข้างที่ล้าง ใช้น้ำมากๆ พยายามเปิดตา ดูว่ามีอะไรติดในตาหรือไม่ เช่นคอนแทคเลนส์
  • ล้างตัว โดยเปลี่ยนเสื้อผ้า ถอดเสื้อผ้าออก ใช้ฟองน้ำเช็ดตัว ใช้น้ำมากๆ ล้างจากหัว ลงมาจนถึงเท้า อาจใช้ฟองน้ำถู ระวังอย่าให้ผิวหนังถลอก ต้องระวังผู้ถูกล้างตัวหนาวด้วย
  • ให้ระวังอุบัติเหตุอย่างอื่นที่ เกิดขึ้นด้วย เช่น บาดแผลที่ศีรษะ หรือการเสียเลือดบริเวณอื่น