และตั้งความหวังว่า สักวัน ผู้เขียนคงจะได้ ไปเยือนจิตตะกอง และเยี่ยมชาว "จักมา" ด้วยตนเอง ให้จงได้

   วันนี้คงจะได้เขียนบันทึกสุดท้าย ของประวัติศาสตร์ ชาว"จักมา" เพราะเรื่องราว ก็ได้ดำเนินมาจนถึง เวลา ณ ปัจจุบันแล้ว

 ทุกวันนี้ ชาวจักมา ได้อาศัยอยู่ที่จิตตะกอง อย่างที่มีอิสระพอสมควร ทั้งด้านการปกครอง และการดำรงรักษาพระพุทธศาสนาของตน และที่สำคัญ ชาวgotoknow ได้มีโอกาส ร่วมทำบุญกับชาวจักมาด้วยการถวายผ้าไตรจีวร จำนวน สองร้อยกว่าชุด เพื่อวัดพุทธในจิตตะกอง ดังที่ได้รับทราบและอนุโมทนากันมาแล้ว

 มาอ่านเรื่องราวตอนสุดท้าย ที่ผู้เขียน ได้รับความกรุณา จาก อาจารย์อ้อย ที่ท่านเป็นบุคคลสำคัญ ทำให้การส่งผ้าไตรจีวร เป็นไปด้วยความเรียบร้อยแล้วนั้น ท่านได้ส่งเรื่องราวมาให้ผู้เขียนได้รับทราบข้อมูล เพิ่มเติมอีกด้วย ไปอ่านต่อกันเลย...บันทึกสุดท้าย

***************************

                      ขณะนี้ ชาวจักมาส่วนมากอาศัยกันอยู่หนาแน่นแถบเมืองรังคมติ เลี้ยงชีพอยู่ด้วยการเกษตร หัตถกรรม เช่นจักรสาน , ทอผ้า และค้าขายเล็กๆน้อยๆพอจะเป็นสุขตามอัตภาพ เมืองราชนครอดีตเมืองหลวงถูกปล่อยทิ้งร้าง เป็นที่พวกอิสลามจับจองทำไร่ทำสวน พระราชวังกษัตริย์ปกคลุมไปด้วยต้นไม้เถาวัลย์ ทรุดโทรมลงทุกวันดูน่าอนาถใจ วัดมหามุนีราชวิหารที่สถิตย์ของสมเด็จพระสังฆราชก็เกือบจะเป็นวัดร้างยังดีที่มีพระภิกษุรูปหนึ่งมาอาศัยคอยดูแลปัดกวาดโดยมีชาวจักมาครอบครัวหนึ่งอาศัยอยู่ใกล้วัดคอยอุปัฏฐากไปตามมีตามเกิด

                      ปัจจุบันนี้ พระอัครวังสะมหาบัณฑิต อายุ 90 ปีเศษได้รับเลือกเป็นสังฆนายกของชาวจักมา ท่านพำนักอยู่วัดราชวิหาร ชานเมืองรังคมติซึ่งชาวจักมา ได้ย้ายพระมหามุนีอันเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองมาไว้ถือเป็นศูนย์รวมใจที่ชาวจักมาจะพากันมากราบไหว้ขอพร

                     เจ้าชายเทวศิษฐ์ซึ่งเป็นโอรสของกษัตริย์จักมาองค์สุดท้ายพร้อมกับเสนาบดีและเชื้อสายขุนนางบางท่านยังคงพำนักอยู่ในเขตเมืองรังคมติและเป็นที่เคารพนับถือในชุมชนชาวจักมาอย่าไม่เสื่อมคลายเมื่อมีงานประเพณีสำคัญทางพุทธศาสนา เช่น พิธีทอดกฐิน เป็นต้น ก็เชิญพระองค์มาเป็นประธานทุกครั้ง 

 

*****************************************

   ชาวจักมาต่อสู้ด้วยตนเองจนชนะใจผู้รุกราน สุดท้ายยอมเจรจาอย่าศึก และให้มีการปกครองตนเองได้ระดับหนึ่ง แต่ก็ยังอยู่ภายใต้รัฐบาลของบังกลาเทศ

  ขอกราบอนุโมทนา พระอัครวังสะมหาบัณฑิต สังฆนายก ผู้ดูแลพระพุทธศาสนา และเป็นที่รวมใจของชาว "จักมา"ในปัจจุบัน จนถึงวันที่ได้มีการเชื่อมสายใยบุญของพวกเรา ชาวไทย ต่อวัดพุทธในบังกลาเทศ เมื่อคณะทูตไทย ณ บังกลาเทศ ได้นำผ้าไตรจีวร ไปถวายถึงมือพระภิกษุสงฆ์แล้ว บุญสำเร็จเป็นอัศจรรย์

   นับเป็นเหตุการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต ของผู้เขียน ที่ได้มีส่วนร่วมในบุญครั้งนี้ ที่ไม่มีวันลบเลือน และตั้งความหวังว่า สักวัน ผู้เขียนคงจะได้ ไปเยือนจิตตะกอง และเยี่ยมชาว "จักมา" ด้วยตนเอง ให้จงได้

  จบบันทึกถึงชาว"จักมา" ด้วยความรู้สึกประทับใจ และศรัทธายิ่ง

ขอทุกท่าน ได้รับความสุขใจ กับการได้รับทราบเรื่องราวนี้โดยทั่วกันค่ะ

สวัสดี