รอบนี้ได้กลับไปนอนบ้านสตูลจนอิ่มอกอิ่มใจครับ หลายวัน นับได้ว่าหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ ในขณะที่พี่ๆ กลับกันหมดแล้ว เหลืออยู่ก็แต่ครอบครัวผมและพี่สาวคนที่สี่ที่ยังอยู่ที่บ้านพ่อแม่ พอทุกคนกลับกันหมด อิลฮามเลยเริ่มเหงาครับ แล้วก็บอกออกมาว่า "อาบีย์! อิลฮามคิดถึงบ้านแล้ว" ก็เลยต้องตอบไปว่า อีกสองวันเราก็จะกลับเหมือนกัน ที่ยังกลับไม่ได้ก็เพราะวันศุกร์ ผมได้นัดพี่สาวจะไปอบรมให้กับเพื่อนๆ พี่เกี่ยวกับการใช้เพาเวอร์พอยท์ (เล่าไปแล้ว) และวันเสาร์ผมมีประชุมทีมวิจัยที่ ม.ทักษิณ

เช้าวันเสาร์ ผมจึงรีบเร่งออกเดินทางครับ รอบนี้จัดข้าวจัดของได้อย่างรวดเร็วมาก เพราะทั้งพ่อทั้งแม่ต่างก็ช่วยกันขนของ จนกระทั่งกระโปรงหลังเต็ม เอาละสิ ต้องเอาของอีกหลายอย่างมาตั้งในห้องโดยสารแทน แหม่ ตอนขามาไม่เห็นเยอะขนาดนี้เลย

ถึงที่นัดหมายคือ ตึกคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ อือ ผมยังจำของเดิมอยู่ เพราะสมัยก่อนผมจำว่าที่ทักษิณที่เดี่ยวที่แยกกันระหว่างคณะมนุษย์ศาสตร์กับสังคมศาสตร์ เพิ่งรู้ว่าตอนนี้เขามารวมเป็นคณะเดียวกันแล้ว (เอ๋ ตอนไปอบรมประกันหลายปีก่อนไม่ได้สังเกต)

รอบนี้การเริ่มประชุมเป็นไปตามเวลาครับ แต่ต่างคนต่างก็เร่งรีบจะให้เสร็จการประชุมก่อนเที่ยง เพราะทุกคนพาครอบครัวมาร่วมประชุมด้วย ฮาฮา ยกเว้นอ.อับดุลการีมที่มาเดี่ยวๆ  แต่แล้วถึงเวลาเที่ยงก็แล้ว ยังไม่มีวี่แววว่าจะจบ จึงต้องเบรคประชุมชั่วคราว เพื่อให้ทุกคนได้โทรไปแจ้งผู้บัญชาการสูงสุดว่า ให้พาลูกๆ ไปทานอาหารเที่ยงที่โรงอาหารกันก่อน หลังจากนั้นก็ประชุมกันต่อ

พอใกล้จะจบการประชุม ห้องที่เราใช้ประชุมก็มีอาจารย์คุมสอบเข้ามาเพื่อจัดข้อสอบ เลยต้องขออนุญาตอาจารย์ท่านว่า อาจารย์จัดข้อสอบตามสบายนะครับ ผมกำลังจะประชุมเสร็จแล้ว ฮาฮาฮา

ออ. ระหว่างการประชุม ได้มีการจุดประทัดหรืออะไรสักอย่าง เสียงดังทีเดี่ยว อ.ฮาเระ พูดขึ้นมาว่า ดีนะที่เราไม่ได้ประชุมกันที่ปัตตานี ไม่งั้นเสียงนี้เราจะคิดเป็นเสียงอื่น ฮือ อาจารย์ท่านคิดเหมือนผมเลยครับ แล้วมันทำให้ผมคิดต่อว่า ตอนที่อยู่สตูล ผมรู้สึกปลอดภัย ปลอดโปร่งมากเลยครับ ไม่ต้องซีเรียสว่าจะกลับเข้าบ้านดึกยังงัย โอ้ชีวิตต้องกลับไปเสี่ยงภัยในพื้นที่สามจังหวัดอีกแล้วหรือนี้ ออ. แต่คิดไปคิดว่า ก็ชินแล้วละครับกับชีวิตในสามจังหวัด

บ่ายโมงลงจากตึกคณะฯ ตั้งใจจะไปทานอาหารเที่ยงด้วยกัน ปรากฏว่าตกลงกันไม่ได้ครับ ฮิฮิ เป็นการตกลงกันไม่ได้ภายในแต่ละครอบครัวครับ ทั้งนี้เนื่องจากผู้บัญชาการของอ.ฮาเระได้ไปซื้อข้าวมาให้เด็กๆ รวมถึงลูกผมทานไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นก็เลยแต่ผู้บัญชาการใหญ่กับแม่ทัพอย่างพวกกระผมเท่านั้นที่ยังไม่ได้ทาน ภรรยาผมบอกว่า "อยากทานที่ร้าน" ส่วนฝั่งอ.กามารุดดีน ครอบครัวรอกันอยู่ที่หาดสมิหลา แล้วก็ฝั่งอาจารย์ฮาเระมีนัดทานข้าวที่จะนะ สรุปเราจึงต้องล้มรายการทานข้าวเที่ยง เป็นครอบครัวใครครอบครัวมัน

สำหรับครอบครัวผมได้รับการแนะนำจาก อ.กามารุดดีนให้ไปทานที่ร้านมุสลิมป้ายแดง ซึ่งเป็นร้านเดิมที่เคยไปทานครั้งที่มานัดประชุมคราวก่อน ก็ปรากฏรอบนี้อาหารอร่อยมากครับ โดยเฉพาะยำปูไข่ ถูกใจภรรยาผมจริงๆ

เสร็จจากทานอาหารเราก็ไปกันต่อที่สงขลาอครอเรี่ยมครับ เพราะเพิ่งได้ยินเขาโฆษณาไปไม่นานมานี้ว่า เพิ่งเปิด ที่สำคัญเตาฟิกชอบดูปลามาก เลยพาไปดูเสียเลย ไปถึงก็ต้องตกใจครับ คนเยอะจริงๆ ผมเลยให้เตาฟิกนั่งรถเข็นคันเดียวกับฟัจญรีนไปเลย จะได้ดูแลง่ายหน่อย แต่แล้วพอจะเข้าไปซื้อตั๋ว ปรากฏเขาก็ประกาศว่า จำเป็นต้องงดจำหน่ายตั๋วชั่วคราวเนื่องจากภายในห้องแสดงคนเยอะมาก จะขายอีกครั้งในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า

ผมก็เลยมอบให้ภรรยาตัดสินใจว่าจะรอหรือเปล่า ภรรยาบอกว่า ไม่รอแล้ว ไปเที่ยวที่อื่นก็ได้ แต่อิลฮามและเตาฟิกได้ยินอย่างนั้นก็ไม่ยอม บอกว่าจะดูปลาตัวใหญ่ แฮะแฮะ ตามที่อาบีย์ได้โฆษณาเอาไว้ตั้งแต่ก่อนไปสตูลด้วยซ้ำไป

ปรากฏภรรยาผมก็ใช้วิธีการเผด็จการหันรถเข็นไปทันที แต่แล้วแว่วเสียงประกาศก็ดังอีกครั้งว่า ได้เปิดขายตั๋วแล้ว ผมจึงวิ่งไปเข้าแถว โอ้ แถวยาวมาก ไหวหรือเปล่าหว่าเรา ปรากฏว่ารอไม่นานครับ เจ้าหน้าที่เขาก็มาสะกิดครับ บอกว่า คนพิการเข้าฟรีครับ ไม่ต้องมารอคิว เข้าไปได้เลย ผมเลยบอกว่ามีภรรยามาอีกหนึ่งและลูกอีกสองครับ เขาก็เลยจัดการเอาตั๋วมาให้หนึ่งใบสำหรับภรรยา ส่วนอิลฮามและเตาฟิกก็ได้รับการประทับตราที่มือ เข้าฟรีเหมือนกัน

การดูแลของเจ้าหน้าที่ดีมากเลยครับ โดยเฉพาะการจัดการรถเข็นซึ่งนั่งมาสองคน เตาฟิกและฟัจญรีน มันหนักมากครับเข็นไม่ค่อยจะไป โดยเฉพาะเวลาตกลงไปในร่อง แต่สุดท้ายเจ้าหน้าที่ก็มาเข็นจนเข้าไปสู่ภายในครับ

คนเยอะจนดูอะไรไม่ค่อยจะได้ครับ ผมเลยเลือกเอามุมหนึ่งแล้วก็ปล่อยให้เตาฟิกและอิลฮามนั่งดูปลาอย่างสบายอารมณ์

สุดท้ายผมจะพาลูกๆ ไปดูปลาในอุโมงค์ละครับ แต่คราวนี้เตาฟิกจะเดินเอง ผมเลยเข็นรถเข็นฟัจญรีน ส่วนอิลฮามและเตาฟิก อุมมีย์เป็นคนจูง ผมเดินนำเข้าอุโมงค์ อันนี้ผมเดินสะดวกครับ เพราะรถเข็นนำ ปรากฏเข้าไปด้านสักระยะหนึ่ง จึงหันมามองข้างหลัง อ้าว สามคนแม่ลูกไม่ได้เดินตามมาหรือนี่ ผมเลยต้องหยุดรอในอุโมงค์ แต่อากาศมันเริ่มร้อนครับ เนื่องจากคนแน่นจริงๆ ผมจึงแน่ใจว่า สามคนนั้นคงเข้ามาไม่ได้ แต่ถ้าผมเดินต่อ ผมก็ต้องย้อนกลับไปรับทั้งสามอีก ผมเลยตัดสินใจย้อนกลับทางเดิมเพื่อไปรับสามคน แฮะแฮะ กว่าจะออกมาได้ เกือบเป็นลม ดีที่ฟัจญรีนหลับสนิทในรถเข็น

ผมมาเจอสามคน ที่ปากทางเข้าอุโมงค์ อุมมีย์ก็เล่าว่าที่ต้องถอยหลังกลับเพราะพอเข้าไป เตาฟิกเดินไม่ได้เลย แถมยังโดยเยี่ยบเท้าอีก แล้วเราก็พากันกลับออกไปด้วยทางเข้า ดีที่เจ้าหน้าที่เขาดูแลดีครับ พอเห็นเราย้อนกลับมาเขาก็ดูแล้ว มาช่วยเปิดประตู เข็นรถ สบายไป ต้องขอบคุณไว้ด้วยครับ โอกาสหน้าจะแวะไปเที่ยวใหม่ (แต่คงต้องให้ มันซาๆ ไปกว่านี้หน่อย)

เพื่อเป็นการแก้ตัว ที่ไม่สามารถพาเตาฟิกไปดูปลาใหญ่ๆ ได้ เพราะเตาฟิกได้เห็นแต่ปลาตัวเล็กในตู้เท่านั้นก็เลยเสนอภรรยาว่า ไปแวะที่สวนสัตว์ไหม แฮะแฮะ วันนี้เขาฟรีค่าเข้าชม ผู้บัญชาการสูงสุดตอบว่า ไม่เอาแล้ว กลับบ้านสถานเดียว ซึ่งเหมือนกับความเห็นของอิลฮามครับ อิลฮามพอว่า อิลฮามเหนื่อยแล้ว และดูเหมือนจะเหนื่อยจริงๆ ครับ เพราะยังไม่ทันถึงบ้านเลยครับ อิลฮามก็หลับสนิท ผมเลยต้องอุ้มเข้าห้องนอน เช็ดตัว แล้วก็เปลี่ยนชุด แหม่ อายุสามขวบของอิลฮามน้ำหนักที่ชั่งได้สิบแปด กก. นี่หนักจริงๆ

ส่วนเช้าวันนี้เดิมตั้งใจจะเข้าที่ทำงานแล้ว ปรากฏเห็นอาการของเตาฟิกไม่ดีขึ้น (ตัวร้อนและไอมาสองวันแล้วครับ) เลยพาไปหาหมอครับ ได้ยามาสี่ขนาน มีคนหลายคนมาชมเตาฟิกว่า เก่ง ไม่กลัวหมอ (พยาบาล) เลย แฮะแฮะ พยาบาลให้เตาฟิกอ้าปาก เตาฟิกก็อ้าโดยดี แต่ไม่ได้พยาบาลดูครับ หันมาให้ผมดู แล้วผมก็หันหน้าไปให้พยาบาลดูอีกทีหนึ่ง ส่วนตอนพยาบาลให้กินยาลดไข้ เตาฟิกก็กินโดยดี ไม่ต้องป้อนครับ เตาฟิกจับถ้วยยาแล้วกินเองเลย จนคนสงสัย ฮิฮิ คนไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้เป็นงัยงัยครับ เลยคิดว่าเตาฟิกเก่ง ความจริงคือ ส่วนใหญ่ครั้งแรกของการกินยา เตาฟิกจะไม่ยอมครับ ผมจะต้องจับเขานอนตัก อ้าปากเตาฟิก ป้อนยา แล้วก็ต้องป้องกันไม่ให้คายออก จนเสร็จสิ้น ซึ่งต้องทำอย่างนี้ในการป้อนสองถึงสามครั้งครับ หลังจากนั้นก็ใช้วิธีการขู่เอาว่า ถ้าไม่กิน อาบีย์จะจับป้อนนะ แค่นี้ก็ยอมกินเองโดยดีครับ (อันนี้เทคนิคพ่อมืออาชีพอย่างผม ฮิฮิ ไม่ได้โม้) และการไม่สบายรอบนี้ ผมให้เตาฟิกกินยาลดไข้และแก้ไอมาแล้วตั้งแต่เมื่อวานครับ ซึ่งครบเงื่อนไขที่วันนี้เตาฟิกจะกินยาเองได้แล้ว แหม่แต่ไปถึงโรงพยาบาล กลายเป็นพระเอกเลย เก่งทุกเรื่อง