ใครกันแน่?

กมลวัลย์
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
ห้ามไม่ได้เหตุนี้ แต่ว่าเมื่อเราเกิดความรู้เหตุอันนั้น เหตุอันนั้นมันก็หมดเหตุ

พอดีไปค้นเจอหนังสือที่พ่อแม่ครูบาอาจารย์ ให้ไว้ตั้งแต่เมื่อหลายปีที่แล้ว ยังไม่ได้อ่าน เป็นหนังสือของหลวงปู่ชา สุภทฺโท ชื่อว่า ธรรมานุสสติ ในวาระสุดท้าย พ.ศ. ๒๕๓๕

อ่านแล้วชอบใจอยู่หลายตอนด้วยกัน ก็เลยถือโอกาสคัดส่วนที่ชอบ เป็นส่วนสั้นๆ มาให้อ่านกันค่ะ


ธรรมานุสสติ ในวาระสุดท้าย พ.ศ. ๒๕๓๕ หน้า ๑๖

ไอ้ความเป็นจริง อาตมาเคยเปรียบเทียบให้ฟัง เราต้องการความสงบ...

ต้องการความสงบไปหาหลบอยู่ในที่มันสงบ เมื่อไรไม่มีสีไม่มีเสียง มันสบายแน่ะ ถ้าว่ามีเสียงเกิดขึ้นมาปุ๊บ แหมรำคาญ

ทำไมเสียงมันมากวนเรานี่??

ก็เห็นว่าเสียงมันมากวนเราอย่างเดียวเท่านั้นแหละ  

ถ้าเรากลับมาพิจารณาดูว่า เอ๊ มันใช่มั้ย มันแน่อย่างนั้นหรือเปล่า ดูมันอีก ให้มันลึกไปกว่านั้นอีก

เสียงมันมากวนเราหรือเราไปกวนเสียงนี่ ตามเข้าไปสิื...

จะเห็นได้ว่า เรามันไปกวนเสียง

เสียงมันก็เป็นเสียงอยู่ของเขา เขาไม่ได้มากวนเรา เราไปยึดมันมานี่ มันก็เป็นว่าเราไปกวนเสียง

เมื่อเราไปกวนเขา ก็นึกว่าเขามากวนเรา..

ไอ้ความเป็นจริงเรามันไปกวนเขา


ท่านเทศน์ได้ตรงใจจริงๆ รู้สึกเห็นจริงกับเรื่องที่ท่านเล่ามากๆ เดิมตัวเองเป็นคนขี้รำคาญแบบสุดๆ อะไรนิดอะไรหน่อยก็จะรู้สึกรำคาญ พอปฏิบัติและอ่านเพิ่มเติมมาเรื่อยๆ ก็เห็นได้ชัดว่าเป็นเพราะเราไปยึดมันอันไว้ ถึงได้รำคาญ และรำคาญมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากไม่รู้ตัวและไม่ได้ปล่อยวาง  แต่ถ้าหากรู้จักเจริญสติ ก็จะดูตามทัน ที่เคยยึดไว้ก็ปล่อยไป ความรำคาญก็ไม่เกิด ถึงเกิดก็น้อยมากตอนครั้งแรกที่ได้ยิน ได้เห็น ได้ฟัง ได้ชิม หรือได้สัมผัสเท่านั้น

บางคนพบปัญหา ก็เข้าไปจับปัญหา และ"เป็น"ไปตามปัญหา ราวกับตัวเองเป็นหุ่นกระบอก ถูกปัญหาชักใย

ความเข้าใจในเหตุ-ปัจจัยเป็นเรื่องสำคัญ ท่านยังบอกต่อในหน้า ๒๒ และ ๒๓ ว่า..

ไ่ม่ใช่ว่าไม่ให้มีเหตุ แต่ว่าให้รู้จักเหตุ

ห้ามไม่ได้เหตุนี้ แต่ว่าเมื่อเราเกิดความรู้เหตุอันนั้น เหตุอันนั้นมันก็หมดเหตุ

รู้...แต่ไม่ยึด - รู้เหตุ แต่ไม่ยึดเหตุ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การปฏิบัติธรรม



ความเห็น (21)

สวัสดีค่ะ

บรรยากาศเย็นวันนี้

ฟังธรรมแล้วสบายจังเลยค่ะ

อนุโมทนาสาธุค่ะ

เขียนเมื่อ 
  • ตามมาทักทายพี่ตุ๋ย
  • สบายดีไหมครับ
  • นักศึกษาสอบเสร็จหรือยังครับ
  • ชอบอันนี้ครับ
  • ไ่ม่ใช่ว่าไม่ให้มีเหตุ แต่ว่าให้รู้จักเหตุ

    ห้ามไม่ได้เหตุนี้ แต่ว่าเมื่อเราเกิดความรู้เหตุอันนั้น เหตุอันนั้นมันก็หมดเหตุ

    รู้...แต่ไม่ยึด - รู้เหตุ แต่ไม่ยึดเหตุ

เขียนเมื่อ 

เจริญพร โยมอ.กมลวัลย์

ทุกสิ่งเราไม่ควรเข้่าไปยึดมั่นถือมั่น

เพราะมันเป็นเช่นนั้นเอง

 

เจริญพร

สวัสดีค่ะ

***แวะมาอ่าน เพื่อขอเข้าถึงความสงบบ้าง ขอบคุณค่ะ

อ่านแล้ว..ต้องพยายามทำใจไม่ไปกวนเสียงค่ะ

เพราะธรรมดาตัวเองก็ชอบบ่นว่า เสียงกวนเรา ทำให้ไม่มีสมาธิทำงาน ถึงขนาดต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืด เพราะอยากทำงานเงียบ ๆ

จะพยายามให้ตัวเองไปกวนเสียงน้อยลงค่ะ

ขอบคุณนะคะสำหรับธรรมะเตือนสติดี ๆ เช่นนี้..^__^..

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณหมอ ตันติราพันธ์

วันนี้อากาศเย็นสบายเนื่องจากฝนตก เมื่อเช้ายังคุยกับที่บ้านว่าวันนี้สัปปายะดี

ได้ฤกษ์ดีมีโอกาสนำเรื่องดีๆ มาเล่าสู่กันฟังหลังจากห่างหายไปนานด้วยค่ะ  ^ ^

ธรรมรักษานะคะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะอ.ขจิต

พี่สบายดีค่ะ อ้วนท้วนสมบูรณ์ ^ ^

พี่เพิ่งหมดภารกิจคุมสอบป.ตรีไป เหลืองาน ป.โท เต็มเหยียด แต่ได้นั่งอ่านหนังสือตอนคุมสอบแล้วจดๆ เอาไว้ ออกมาเป็นบันทึกนี้แหละจ๊ะ

ดีใจที่ชอบนะคะ ธรรมะเป็นเรื่องดีในชีวิตจริงๆ ค่ะ

ธรรมรักษานะคะ

เขียนเมื่อ 

กราบนมัสการท่านพระปลัด

ทั้งหลายทั้งปวงล้วนแล้วแต่ยึดไม่ได้จริงๆ..อนัตตา

ยึดไว้แล้วเป็นทุกข์

ยึดไม่ได้เพราะมันเป็นอนิจจัง

อนุโมทนา สาธุค่ะ

_/|\_

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ อ.กิติยา เตชะวรรณวุฒิ

ยินดีต้อนรับนะคะ

ธรรมรักษาค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณใบไม้ย้อนแสง

หลวงปู่ชาท่านยกตัวอย่างที่เห็นได้จริงสำหรับพวกเราและชัดเจนจริงๆ นะคะ

ตอนนี้ข้างๆ ตึกที่ทำงานก็ก่อสร้างอาคารเรียนใหม่อยู่ค่ะ เสียงดังสนุกสนานมาก ทั้งเสียงคนงาน และเครื่องจักร แต่พอรู้จักปล่อยไปได้ก็สบายค่ะ ^ ^

ธรรมรักษานะคะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีด้วยความระลึกถึงอย่างสูง(แปลว่าคิดถึงมากๆๆๆๆๆๆๆ)ค่ะ อาจารย์กมลวัลย์ ^_^

แอมแปร์เพิ่งได้ล็อกอินเข้ามาตอบคอมเม้นต์ค่ะ  ดีใจที่สุดเลยที่ได้อ่านบันทึกธรรมะที่ทำให้รู้สึก "เข้าใจและเย็นใจ"  ของอาจารย์อีก  อ่านจบแล้วก็หัวเราะ(เบาๆ)อย่างมีความสุขจังเลย 

แอมแปร์ชอบมากๆที่พระท่านบอกว่า "ตามเข้าไปสิ" พอตามเข้าไปจน"เห็น" เราก็จะพบความจริงอีกชุดหนึ่งในใจของเราเอง    
            ..ที่แท้เป็นเพราะ.. "เราไปกวนเสียง" เองดอกหรือนี่    : )     : )

ขอบพระคุณอาจารย์มากนะคะ  แอมแปร์ไม่ได้แวะมาเยี่ยมบันทึกอาจารย์นานมากแล้ว  มีโอกาสแวะมาวันนี้รู้สึกมีความสุขจริงๆ 
         และสงสัยเป็นเพราะไม่ได้แวะมาสนทนากับอาจารย์เสียนาน

         เลยคิดถึงอาจารย์มากๆๆๆๆจริงๆนะคะ  : )  : )


เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ อ.ดอกไม้ทะเล (อ.แอมแปร์)

ดวงสมพงษ์กันจริงๆ ค่ะ เพราะนี่ก็ห่างหายจากการเขียนไปนานเหมือนกัน ไม่ได้ตามอ่านเท่าไหร่ด้วยอิอิ พอเขียนปุ๊บมีสมาชิกหลายๆ ท่านเข้ามาทักทายก็ดีใจค่ะ ยิ่งเห็นรูปของอ.ยิ้มแต้ขึ้นมาแล้วยิ่งดีใจ เห็นรูปแล้วคิดถึงมากๆ เลยค่ะ คงเป็นเพราะไม่ได้คุยกันนานนนนนน มากๆ ^ ^

ดีใจที่อาจารย์อ่านแล้วเย็นใจนะคะ หลวงปู่ท่านฝากธรรมะดีๆ ไว้ให้ลูกหลานมากมายจริงๆ ได้อ่านหนังสือหรือฟังเทปการเทศน์ของท่านแล้วมักจะได้รับอะไรๆ ดีๆ ทุกครั้งค่ะ

ขอบคุณที่คิดถึงกันเสมอนะคะ

ธรรมรักษาค่ะ ^ ^

สวัสดีค่ะอาจารย์

 -อ่านธรรมะแต่เช้า สบายใจดีค่ะ

-เห็นด้วยค่ะเสียงไม่ได้มากวนเรา แต่เราไปกวนเสียง

 -ดังนั้นเมื่อได้ยินควรเพียงรับรู้ แต่อย่าไปรับเอามาเป็นอารมณ์

- ขอบคุณค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะน้องตุ๋ย

เห็นตามอย่างที่หลวงปู่ท่านว่าไว้ค่ะ "เมื่อรู้เหตุ ก็หมดเหตุ"...

เรื่องเสียงรบกวนเราน่ารำคาญนั้น ถ้าไม่ใช่เวลานอนก็ทำใจได้ค่ะ.. เหมือนเสียงนกเสียงกา.. แต่บางทีข้างบ้าน วัยรุ่นสังสรรค์ปาร์ตี้หนุ่มสาวจนเลยเที่ยงคืน..เสียงหัวเราะพูดคุยดังๆ..แถวนี้เวลากลางคืนจะเงียบจริงๆค่ะ..ไม่เหมือนเสียงสัตว์ที่มีมาแบบสม่ำเสมอ..พอพี่รู้เหตุ จะทำให้เหตุหมดไปก็โดยเรียกตำรวจมาดับเหตุค่ะ..ไม่ทราบว่าอย่างนี้ พอยกเว้นได้ไม๊คะน้องตุ๋ย.. :) นึกถึงธรรมะทีไร นึกถึงน้องตุ๋ยทุกทีค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณฐิตินันท์

ยินดีต้อนรับนะคะ และยินดีมากเลย

ธรรมรักษาค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะพี่อุ๊

นึกถึงเสียงจาก party ข้างบ้านออกเลยค่ะ เพราะที่โน่นมันเงียบจริงๆ เงียบจนบางครั้งมีเสียงหึ่งๆ ในหู อิอิ

เคยนอนฟังเสียงทุ้มๆ จาก boom box ตัวโตๆ ตั้งแต่เย็นจนกระทั่งหลับไปเลย จำได้ว่าเขามี graduation party กันวันนั้น ก็ทำใจแล้วก็ยกให้ไปวันนึง แต่ถ้าเป็นทุกวันสงสัยต้องเรียกคุณตำรวจมาดับเหตุเหมือนกันค่ะ ฮ่าๆๆๆ

ดีใจที่พี่นึกถึงตุ๋ยเวลานึกถึงเรื่องธรรมะนะคะ ตอนนี้มั่นใจแล้วว่าเดินทางสายนี้แน่นอน ดีที่สุดเลยค่ะ

ยิ้มแก้มปริ @^____^@ ตอนนี้อ้วนน่ะค่ะ ฮ่าๆๆๆ

สวัสดีค่ะอ.กมลวัลย์

แวะมาอ่านธรรมะ ... อ่านแล้วสบายใจ คำสอนของหลวงปู่ง่าย ๆ เรียบ ๆ เพียงไม่กี่คำ สยบความวุ่นวาย เสียงดังรบกวน ในใจได้ชงัดเลยค่ะ

ให้มีความสุขกับชีวิตในกทม.นะคะ...^_^...

เขียนเมื่อ 

สวัสดีคุ่ัะคุณคนไม่มีราก

ธรรมะที่หลวงปู่ท่านสอนและให้ตัวอย่างมักจะชัดเจนและเข้าใจง่ายๆ เสมอเลย ส่วนเรื่องปฎิบัติก็ต้องฝึกตามดูตามรู้ให้ทันเอา อยู่ในกรุงเทพ มีคนมาก ก็มีโอกาสได้ฝึกมาก เพราะเรื่องเข้ามารบกวนจิตผ่านอายตนะมีให้ฝึกมากเลยค่ะ ^ ^

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียนนะคะ ธรรมรักษาค่ะ

น้องรอง

ออกจะคิดถึง long time no see :)

อยู่เมืองนอก มีธรรมะติดตัวติดใจอยู่เสมอ เป็นยาวิเศษครับ

พี่ใหญ่กำลังนับวันรอ หมดวาระมีนาคม เกษียณ ตุลา'52

จะได้ว่างมาทำอะไรที่ใจอยาก

คิดถึงเสมอครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะศิษย์พี่ใหญ่ ^ ^

Long time so see จริงๆ ด้วยค่ะ ตอนนี้หนูไม่ค่อยได้เข้ามาเขียนอะไรใหม่ๆ เพิ่มเลยค่ะ มันเกิดอาการ"หยุด"ไปเฉยๆ อิอิ

ตอนอยู่เมืองนอกนั้นก็สงบมากๆ เลยค่ะ เพราะเรื่องรบกวนทางสังคมมีน้อยกว่าเมืองไทยเยอะ แต่ก็ทำให้ขาดโจทย์ในการฝึกไปบ้างค่ะ ไม่ค่อยมีอะไรให้ดู ดูตามแต่อารมณ์ ความคิดของตัวเอง

ตอนนี้กลับมาจากเมืองนอกได้ 2-3 เดือนแล้ว สัปดาห์หน้าก็เปิดเทอม เข้า routine เดิมๆ อีกครั้ง (แต่ใจไม่เหมือนเดิม ^ ^) มีความสงบจากการปฏิบัติไปเรื่อยๆ ในชีวิตประจำวัน เห็นอารมณ์คนหลากหลายจากเหตุการณ์หลากหลายในสังคม ฝึกแบบนี้ก็ดีไปอย่างค่ะ รู้สึกว่าได้เห็นสัจธรรมและได้ปัญญาดีค่ะ

อาจารย์จะเกษียณแล้ว แต่ดูไม่เหมือนเลยนะคะ ^ ^ (ดูหนุ่มกว่าเยอะ) สำหรับตัวเองแล้ว การเกษียณเหมือนกับการใช้กรรมหมดไปอีกเปลาะค่ะ ฮ่าๆๆ หมดเวรกับที่ทำงานน่ะค่ะ อิอิ ตอนนี้ก็เร่งใช้เร่งทำอยู่ค่ะ ตอนนี้อาจารย์คงงานหนักหน่อย พอมีนาก็คงสบายขึ้น พอตุลา ยิ่งสบายใหญ่เลย ^ ^

คิดถึงเช่นกันนะคะ แล้วถ้าไปเชียงใหม่จะส่งข่าวล่วงหน้าค่ะ

เขียนเมื่อ 

รู้...แต่ไม่ยึด - รู้เหตุ แต่ไม่ยึดเหตุ
ตรงนี้ ถูกใจมากค่ะ พี่ก็พยายามฝึกอยู่เหมือนกัน คิดถึงค่ะ