ภาพจากปกหนังสือที่ระลึกงานเกษียณอายุราชการ จัดทำโดย รพ.น่าน
วันนี้เป็นวันสุดท้ายของปีงบประมาณ ๒๕๕๑ นอกจากเป็นวันสิ้นปีงบประมาณของภาคราชการแล้ว วันนี้ยังเป็นวัดสุดท้ายของการทำงานรับใช้ประชาชนของข้าราชการหลายคน ที่อายุครบ ๖๐ ปี ต้องเกษียณอายุราชการไป เช่นเดียวกับ “นพ.คณิต ตันติศิริวิทย์” ผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน และหัวหน้าศูนย์ประสานงานประชาคมจังหวัดน่าน
ผมรู้จักคุณหมอคณิตในบทบาทของการทำงานภาคประชาสังคม นับตั้งแต่ผมได้เข้าไปร่วมทำงานวิจัยเรื่อง “พัฒนาการ บทบาท ประชาคมจังหวัดน่าน” เมื่อปี ๒๕๔๐ ในยุคที่สังคมกำลังหาคำตอบว่า “ประชาสังคม” จะเป็นทางออกของสังคมไทย จากวันนี้ถึงวันนี้ผมได้มีโอกาสทำงานร่วมกับคุณหมอคณิตเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้
สิ่งที่ผมเห็น ได้เรียนรู้จากคุณหมอคณิต และนำมาเป็นแบบอย่างสำหรับการดำเนินชีวิตนั้นมีหลากหลายเรื่อง หลายราว ผมได้ข้อคิดดีดี มุมมองต่อชีวิต และที่ผมจำได้ดีคือ
คุณหมอเป็นตัวอย่างของข้าราชการที่รับใช้เบื้องพระยุคลบาท ท่านปฏิบัติตนสมกับเป็นข้าของแผ่นดินที่รับใช้ประชาชนโดยไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยาก
คุณหมอกินอยู่อย่างง่ายๆ พวกเราออกพื้นที่ จัดเวทีชาวบ้าน เวทีประชาคม บวชป่า สืบชะตาแม่น้ำ ฯลฯ การออกพื้นที่แต่ละครั้ง คุณหมอลุยไปทุกที่ กินแบบที่ชาวบ้านกิน(ยกเว้นของดิบๆ) อยู่อย่างที่ชาวบ้านเขาอยู่
คุณหมอปั่นจักรยานมาแต่ไหนแต่ไร ไปร่วมเวทีชุมชน เวทีชาวบ้าน ก็ปั่นจักรยาน มีครั้งหนึ่งคุณหมอปั่นจากโรงพยาบาลไปถึงน่านวัลเล่ย์รีสอร์ท ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองออกไปราว ๒๐ กิโลเมตร ทำเอาพวกเราอึ้งไปเลย เรียกว่าไม่ได้ปั่นเป็นพักๆ รักเป็นเทอมๆ จนคนเมืองน่านเอาเป็นแบบอย่าง เกิดชมรมจักรยานในโรงพยาบาลน่าน และในชุมชนเขตเทศบาลเมืองน่าน เกือบทุกชุมชนเลยทีเดียว
คุณหมอไม่เคยมีโทรศัพท์มือถือ คุณหมอบอกว่าเดี๋ยวเป็นทาสมัน แต่ไหนแต่ไรมาเราก็ไม่เคยใช้ แต่พอมีใช้ เราก็ใช้เป็นแฟชั่น คิดดูว่าต้องหมดเงินไปค่าโทรศัพท์เท่าไรกัน
คุณหมอใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ไม่ฟุ้งเฟ้อ ผมสังเกตว่าคุณหมอมีรถเก่งเก่าๆ คันเดียว อายุอานามของรถก็คาดเดาเอาว่าใกล้เคียงอายุราชการคุณหมอเลยทีเดียว หมอไม่ปลูกบ้านของตนเอง แต่อาศัยบ้านพักของโรงพยาบาลอยู่ในจนทุกวันนี้
คุณหมอสอนการใช้ชีวิตอย่างประหยัด การดำเนินงานโครงการต่างๆ คุณหมอจะดูรายละเอียดการใช้เงินทุกบาทให้คุ้มค่า คุณหมอบอกว่า ไม่ว่าเงินจะมาจากไหน ไม่ว่าราชการ ท้องถิ่น หรือเอกชน มันก็เป็นเงินที่มาจากภาษีของประชาชนทั้งสิ้น เราจึงต้องรู้คุณค่าของเงิน ใช้เงินอย่างมีความหมาย หลายครั้งคุณหมอจะตั้งคำถามว่า ทำไมต้องจ่าย ทำไมถึงจ่ายแพง ยิ่งการจัดประชุมในที่โรงแรมหรือเอกชน คุณหมอบอกว่าจะจ่ายแพงกว่าทำไม ทำไมไม่จัดที่วัด หรือโรงพยาบาล ประหยัดเงิน แถมได้เงินบำรุงวัดเสียอีก
คุณหมอเป็นตัวอย่างของนักสร้างสุขภาพ คุณหมอออกกำลังกายสม่ำเสมอ กินอาหารที่คุณค่า มีอารมณ์ขัน
คุณหมอเป็นครอบครัวต้นแบบของการสร้างครอบครัวเข้มแข็ง และเป็นแกนหลักคนสำคัญในการผลักดันงานครอบครัวเข้มแข็งในจังหวัดน่าน (ดูคำสอนเรื่องครอบครัวของคุณหมอคณิตได้ที่นี่)
คุณหมอสอนให้เรามองคุณค่าของความเป็นคน ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ คุณหมอบอกว่าทุกคนมีคุณค่าเท่ากัน ยากดีมีจนไม่เกี่ยว ขอเป็นคนดีก็พอ คนเล็กคนน้อยยิ่งต้องเชิดชูยกย่อง เพราะเรามักมองข้ามเขาไป ส่วนคนที่รวย มียศถาบรรดาศักดิ์นั้นมีคนยกย่องมากพอแล้ว
คุณหมอคณิต (ขวา)
คุณหมอเป็นคนช่างสังเกตและถาม ในทุกๆ เวที คุณหมอจะตั้งข้อสังเกต และตั้งคำถามให้คนได้คิด ได้มอง ได้วิเคราะห์ ในมุมที่หลายๆ คนอาจมองข้ามไป ลืมไป หรือคิดไม่ถึง ทำให้เราได้คิดและทบทวนตัวเองอยู่เสมอ
คุณหมอนักประชาสังคม ที่แหวกกรอบความเป็นแพทย์ออกไปเป็นนักเคลื่อนไหวทางสังคม นักประชาสังคม คุณไม่ได้ทำงานในฐานะแพทย์เท่านั้น หากแต่ทำงานเพื่อสร้างเมืองน่านให้น่าอยู่ สร้างชุมชนให้เข้มแข็ง การก่อตัวขึ้นมาของกระบวนการประชาสังคมในน่าน และการก่อเกิด “ศูนย์ประสานงานประชาคมจังหวัดน่าน” คุณหมอเป็นแกนนำคนสำคัญที่ช่วยให้ก่อเกิดขึ้นมาเป็นรูปธรรมและขับเคลื่อนงานพัฒนาท้องถิ่นมาจนทุกวันนี้
คุณหมอเป็นคนมีความเมตตาและกรุณาที่สูง ทุกครั้งที่เมืองน่านเกิดประสบภาวะวิกฤต คุณหมอจะเป็นตัวตั้งตัวตีในการระดมสรรพกำลังและทุนรอนจากญาติมิตรเข้ามาช่วยเหลือ เห็นได้ชัดจากวิกฤตน้ำท่วมในปี ๒๕๔๙ คุณหมอระดมทุนจัดตั้ง “กองทุนขวัญข้าวน่าน” เพื่อให้การช่วยเหลือชาวบ้าน
คุณหมอมีแง่งามของชีวิต ที่ผมนับถือและเอามาเป็นแบบอย่างอยู่มากโข แม้ว่ามิอาจเทียบเคียงกับท่านได้ แต่แง่มุมความงามนั้นก็อยู่ในใจของผมอยู่เสมอมา
จากวันนี้คุณหมอจะก้าวเข้าสู่ภาคประชาชนเต็มตัวและเต็มภาคภูมิ และที่น่ายินดีไม่น้อยคือคุณหมอจะใช้ชีวิตหลังเกษียณในจังหวัดน่าน เพราะคุณหมอบอกว่าเป็นคนน่านเต็มตัวตั้งแต่มาอยู่เมืองน่านเมื่อครั้งกระโน้นแล้ว ภาระงานในตำแหน่งหน้าที่ในฐานะผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่านอาจจะสิ้นสุดลงไปตามกฎเกณฑ์แห่งสังคม แต่ผมเชื่อมั่นว่าคุณหมอไม่มีวันเกษียณตัวเองจากความเป็นแพทย์ คนพัฒนาประชาคม คนฮักเมืองน่าน และคนรักพระเจ้าอยู่หัวอย่างแน่นอน
ท่านเป็นวีรบุรุษของผม เป็นบุคคลต้นแบบ ที่ผมจะพยายามทำให้ได้ ขอเพียงเศษเสี้ยวของอาจารย์ ก็ยังดี