ผมออกเดินทางกลับบ้าน อ.ละงู จ.สตูล บ้านเกิด ด้วยหัวใจที่แช่มชื่นครับ ยิ่งได้ฟังภรรยาบอกลูกว่า "เรากำลังจะกลับบ้านที่สตูลกัน" ยิ่งชื่นใจครับ แฮะแฮะ ผมว่า ใครหลายคนคงคิดเหมือนผมว่า ยังงัยๆ ก็อยากกลับมาตายที่บ้านเกิดละครับ ดังนั้นคำว่า "กลับบ้าน" ของภรรยาผมเหมือนเป็นสัญญาณบอกว่า เมื่อไรผมเลิกทำงานแล้ว ขอกลับอยู่สตูลนะครับ
รอบนี้ยอมรับว่า การจากบ้านที่โสร่ง ปัตตานีมานี้ด้วยงานที่คั้งค้างไว้ค่อนข้างจะเยอะมากครับ และเดิมก็สัญญากับพ่อแม่ว่าจะกลับมาวันที่ยี่สิบห้า แต่แล้วได้กลับจริงเป็นวันที่ยี่สิบเจ็ดไปแล้ว ดีที่หลายคนเข้าใจว่าช่วงนี้มันช่วงปลายรอมฏอน ฮิฮิ ทวงงานช่วงนี้ไม่ค่อยจะเหมาะเท่าไร ผมได้เลยคำตอบว่า ไม่เป็นไรครับอาจารย์ เอาไว้หลังวันรายอค่อยว่ากันไหมแล้วกัน ขอบคุณครับที่ยังให้โอกาสได้กลับบ้านหลายวันหน่อย
ออกจากบ้านโสร่งได้ไม่ถึงชั่วโมงครับ อิลฮามก็ถามขึ้นว่า "ทำไมบ้านโต๊ะ (ย่า) อยู่ไกลจังเลย?" ก็เลยต้องแวะปั๊มพักและซื้อเสบียงให้เด็กๆ กินกันบนรถ ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงสภาพรถเมื่อถึงไปสตูลครับ ทั้งไอศครีม เศษขนมนานาชนิด เกลือนรถเลย
รอบการเดินทางนี้ไม่ได้มุ่งตรงไปสตูลเลยครับ เนื่องจากต้องทำตามสัญญากับอิลฮามก่อนว่า ถ้าไปโรงเรียนก็จะซื้อเครื่องบินให้ จึงต้องแวะเข้าไปในเมืองหาดใหญ่ก่อน รอบนี้เลือกที่คาร์ฟูครับ แล้วก็ไม่ได้เดินอะไรมาครับ มุ่งไปที่แผนกของเล่นเด็ก เห็นเครื่องบินเล็กๆ อันหนึ่ง หยิบมาให้อิลฮามๆ ลังเลที่จะรับ เตาฟิกเลยรับไปก่อน ส่วนอิลฮามได้เครื่องบินใหญ่ขึ้นมาหน่อย ภรรยาผมกลัวว่าลูกจะแย่งของกันอีกจึงพยายามจะให้เตาฟิกเปลี่ยนไปเอาแบบเดียวกับพี่ แต่เตาฟิกไม่ยอมเพราะเขาชอบของเขาแล้ว ฮิฮิ ผมก็เห็นด้วย (เพราะราคามันก็ต่างกันด้วย ฮิฮิ)
รอบนี้ที่ไม่ได้เดินดูของอื่นๆ ต่อ ก็เนื่องจากสงสารฟัจญรีนครับ เลยออกจากห้างแล้วก็มุ่งกลับบ้านทันที เดิมทีจะแวะไปที่เมืองสตูลก่อนเพื่อเยี่ยมพี่สาวที่ประสบอุบัติเหตุเมื่อเดือนก่อน แต่ปรากฏว่าโทรไปเช็คก่อนจึงได้ขอคำตอบว่า ตอนนี้อยู่ที่บ้านละงูแล้วเหมือนกัน
จอดรถปั๋บย่าของลูกๆ ก็มารับทันที เตาฟิกลงรถได้ก็เดินหาปู่ทันที ฮาฮา ซึ่งปู่ก็รู้ทันขอลี้ภัยไปต่างแดนก่อน ทำใจที่จะต้องมาเจอความวุ่นวายจากหลานๆ ฮาฮาฮา
เมื่อคืนหลังทานข้าว ไม่รู้อะไรชักนำ ในวงสนทนาก็คุยกันเรื่องส้วม พี่สาวซึ่งเจ็บจากอุบัติเหตุก็บอกว่า พ่อน่าจะเปลี่ยนโถส้วมเป็นแบบชักโครก ผมก็เห็นด้วยว่า คนสูงอายุให้นั่งแบบนั่งยองน่าจะไม่เหมาะ พอคุยถึงจุดนี้ก็นึกถึงตัวเองขึ้นมาทันทีว่า แล้วตูละ รอบนี้จะนั่งถ่ายยังไง ฮาฮา ก็ยังนั่งยองไม่ได้เลย พ่อเลยตอบกลับว่า ไอ้นั่นมันเรื่องของมึง ฮาฮาฮา
ก่อนจะถึงเวลาละหมาดอีซา (ตอนสองทุ่ม) ป้าของลูกๆ ก็มาสมทบอีกคน แน่นอนครับรอบนี้อิลฮามได้ขอฝากเป็นชุดว่ายน้ำ แล้วก็เห่อของฝากไม่ยอกครับลูกสาวผม ใส่ทันที แล้วก็ไปอาบน้ำในห้องน้ำเสียเลย ฮิฮิ ชุดนี้เขาไว้อาบน้ำในสระหรือทะเลจ๊ะ อิลฮามจ๋า แล้วอิลฮามก็นัดหมายกับป้าว่า พรุ่งนี้ไปทะเลนะค่ะ ซึ่งเช้ามาอิลฮามก็ได้ไปอย่างหวังครับ แต่เมื่อเช้ายังเล่นได้ไม่เต็มอิ่มครับ เพราะเป็นช่วงน้ำกำลังลด โคลนเยอะ
ช่วงสายผมจะต้องออกไปตลาด ชวนอิลฮามไปด้วย ปรากฏอิลฮามถามย้ำก่อนขึ้นรถครับว่า ยังไม่กลับบ้านนะ อิลฮามจะอยู่บ้านโต๊ะหลายวัน ฮิฮิ ติดอกติดใจบ้านโต๊ะเสียแล้วครับ สนุกสิ ทะเลก็อยู่ไม่ไกล แถมมีเพื่อนเล่นใจดีอยู่ข้างบ้านด้วย
ใกล้เที่ยง ผมก็ได้เวลาว่างพอจะทำความสะอาดรถ ปรากฏเก็บขยะในรถเสร็จ พ่อก็บอกว่า เอาไปร้านเลย ไม่ต้องทำเอง เพราะพ่อจองคิวไว้ให้แล้ว โอ้ พ่อเรา คงเดาสภาพรถออก ที่พ่อสนับสนุนให้ผมเอารถไปล้างที่ร้าน เพราะร้านดังกล่าวเป็นร้านของเพื่อนผมเอง แล้วพ่อก็ชอบคนที่ขยันทำงานครับ เลยเชียร์ใหญ่เลย ผมกลับไปเอารถอีกทีตอนบ่ายสี่ครับ ก่อนหน้านั้นฝนตกหนัก ผมพูดกับตัวเองว่า อีกแล้ว ล้างรถทีไร ฝนตกทุกที คราวนี้ก็ตั้งใจจะเก็บขยะในรถเอง ฮิฮิ ไปที่ร้าน รถผมยังไม่เสร็จครับ เพื่อนก็บอกว่า ก็นัดแล้วเมื่อกี้ว่าเสร็จตอนไหนก็จะโทรไปบอก ผมเลยตอบว่า ไม่ใช่อะไรหรอก เห็นพ่อจะออกมาเลยติดรถไปด้วย เขาบอกว่า เห็นฝนตก เลยต้องหยุดล้างไปพักใหญ่ ซึ่งปกติถ้าฝนตกเขาก็ให้ลูกค้าเอารถกลับโดยไม่ต้องล้าง แต่เนื่องจากอีกไม่กี่วันเป็นวันรายา เขาเลยคิดว่าลูกค้าคงอยากให้ล้างให้มากกว่า ถึงฝนจะตกก็ตาม
ลูกค้าเยอะครับ ผมว่าด้วยเพราะอัธยาศัยของเจ้าของร้านด้วยกระมังครับ คุยกับลูกค้าเก่ง ระหว่างรอรถก็มีคนเข้ามาทักทายเยอะครับ อือ ก็นานๆ ได้กลับบ้านที มีคนมาทักก็อุ่นใจครับ บ้านเรา.......
คนหนึ่งมาทัก บอกว่า จำได้มัย ผมเลยงง ทักแบบนี้ไม่น่าจะใช่ญาติ ก็เลยคุยกันได้ข้อมูลว่า เคยทำงานที่แถวๆ หน้า มอ.ครับ แต่ตอนนี้กลับมาทำที่บ้านแล้ว
ออ. เมื่อคืนนั่งคุยกับพี่สาว (สองคน) ปรากฏพี่สาวคนที่สี่ ก็เอาผลงานที่ผ่านเข้ารอบ มาโชว์ บอกว่าผลงาน นำเสนอด้วยไสลด์น่าสนใจจึงผ่าน พอดูสไลด์ที่โชว์ ผมกับพี่สาวคนที่สามลงมติว่า เชยจังเลย เลยสอนเทคนิคใหม่ๆ ให้ ปรากฏถูกอกถูกใจ บอกว่า ก่อนกลับให้ผมไปอบรมให้เจ้าหน้าที่ที่โรงพยาบาลด้วย ฮิฮิ รับปากไปแล้วครับ แล้วหากเป็นไปจริงอย่างนั้นจะเก็บภาพมาฝากครับ
วันนี้แค่นี้ก่อนนครับแบตหมดพอดี
สลาม คุณจารุวัฒน์
ใด้บรรยากาศพบญาติตามที่ท่านเล่ามา แอบมีความสุขด้วย
ที่บ้านผม คืนนี้ ลูกๆ มาจากหลายจังหวัด ปรรยากาศพบญาติชื่นมื่นดีครับ
สลามบังอี
ปีนี้ก็ตั้งใจจะกลับไปรายอที่สตูลเหมือนกัน วันที่ 29 วันหยุดบริษัท แต่น่าเสียดายที่ยอดสะสมลาพักร้อนเหลือน้อยมาก เลยต้องอยู่รอจนกว่าดูดวงจันทร์ ถึงจะได้กลับบ้าน... เฮ้อชีวิตคนทำงานบริษัทก็งี้แหละ.. และปีนี้ก็อดเอี๊ยะติกัฟด้วย เพราะไปประชุมที่สาขาต่างจังหวัดบ่อย. ขาดทุนเลย
อัลฮัมดุลิ้ลลาฮ หนูดีใจด้วยนะค่ะได้กลับบ้านเกิดเสียที ตอนนี้หนูก็กลับถึงบ้านแล้วเช่นกันมีความสุขที่ได้มีโอกาสกลับไปเอี๊ยติกาฟที่มัสยิดฮารอมัย ตามที่ตั้งใจไว้ในตอนแรกถ้ามัสยิดเสร็จเมื่อใหร่หนูจะกลับมาทำเอียติกาฟ แถมได้ไปเยี่ยมคฤหาสหลังงามของอาจารย์จารุวัจน์ด้วย พร้อมกลับได้เจอตัวจริงเสียงจริง พระเอกนางเอกตัวน้อยๆของบ้านสองเมือง เห็นครอบครัวอาจารย์แล้วมีความสุขมากๆ บางครั้งความสุขที่แท้จริงก็มาจากคนที่อยู่รอบข้างเรา ไม่ใช่ทรัพย์สิน เงินทอง หรือหน้าที่การงาน ขอบคุณมากๆนะค่ะสำหรับ ขนม อาหาร และมิตรภาพที่หนูไม่มีวันลืม สลามัต ฮารีรายอล่วงหน้าด้วยนะค่ะ
เข้ามาตอบความคิดถึงของทุกท่านช้าไปหลายวันครับ เนื่องจากที่บ้านสตูลใช้การเล่นเน็ทจากการโทรเข้า 1222 สุดท้ายก็เล่นไม่ได้เลยครับ
วันนี้น้องชายลากสายแลนมาให้จากข้างบ้านครับ เลยได้เล่นระบบ adsl เร็วได้ใจครับ