เดือนกว่า ๆ ที่ฉันได้มาสัมผัส คลุกคลี กับงานก่อสร้างนี้ ฉันได้รู้จักคนดี ๆ คนที่ใจดีคนหนึ่งชื่อ “ช่างแสง...”

ช่างแสงมาทำงานให้ฉันตั้งแต่เริ่ม คือ ตั้งแต่วางคาน ตั้งเสา
ตอนนั้นฉันเองก็ไม่รู้อะไรมากหรอก ไม่รู้จักว่าใครเป็นใคร บางครั้งยังคิดมีใจดูถูกเขาด้วยซ้ำว่าเป็น “กรรมกร...”
แต่เมื่อวันและเวลาผ่านไป
ความร้อนของแสงแดด ความหนาวเย็นแห่งสายฝน ความมืดในยามรัตติกาล ความสูงอันท้าทาย ได้พิสูจน์ใจของคนว่าจริงใจ และ “ใจดี...”
ช่างแสง “ยิ้ม” เสมอถึงแม้ว่างานนั้นจะหนัก จะร้อน จะเหนื่อย
ช่างแสงเป็นครูที่ดีมาก ๆ ของฉัน...
ช่างแสงให้ความรู้ในเรื่องงานก่อสร้างกับฉันมากมาย เทคนิคดี ๆ ที่เขาตอบฉันทุกครั้งที่ฉันคอยไปถามโน่นถามนี่
ทำอันนี้ใช้ปูนเท่าไหร่ ใช้ทรายกี่คุ (ถัง)...?
ประสบการณ์ 6 ปีที่ผ่านมาของช่างแสงเยอะไม่ใช่เล่นเลย ฉันเรียนรู้กับช่างแสงเยอะมาก โดยเฉพาะเรียนรู้เรื่อย “รอยยิ้ม...”
ครั้นเมื่องานเร่ง งานด่วน ช่างแสงก็สู้อยู่ทำงานในยามที่ควรจะเป็นเวลาพักผ่อน
ฉันซึ้งในน้ำใจเขามากเลยนะ

เขาทำงานมาตั้งแต่เช้า ก่อสร้างไม่ใช่งานเบา ๆ เลย แต่เขาก็สู้เร่งงานกลางคืนให้ฉัน
ช่างแสงจะหยุดงานแค่เดือนละสองวัน คือ สองอาทิตย์จะหยุดหนึ่งวัน คือ งานนี้เป็นงานเหมาโดยมีช่างแสงรับเหมาและก็มีลูกน้องมาทำงานด้วยอีก 8 คน
ถึงแม้ว่าลูกน้องของช่างแสงเองจะทำให้ช่างแสงปวดหัวบ้างในบางครั้ง (เหมือนกับฉันที่ปวดหัวในตอนแรก) เพราะลูกน้องช่างแสงบางคนก็เพิ่งมาทำงานก่อสร้าง แถมยังเป็นวัยรุ่น คึกคะนองบ้าง ทำของ ทำวัสดุเสียหายบ้าง ช่างแสงก็อดทน (มากกว่าฉัน...)
เมื่อก่อนฉันเคยขู่ว่าถ้าไม่ดูแลลูกน้องให้ดี จะตัดเงินหัวหน้า ช่างแสงเศร้าไปเลย
เงินน่ะไม่สำคัญเท่าใจหรอกเน๊อะ
เพราะความจริงใจที่ช่างแสงที่ให้ฉันคราวเมื่อฉันลำบาก คือ มีงานด่วน งานเร่ง มีค่ากว่าเงินที่ฉันจะหักเขามากมาย
การทำงานที่จะมีคนดี ๆ อย่างนี้มาทำงานด้วยนั้นมิใช่หาได้ง่าย ๆ เลยนะ
เงินสามารถหาซื้อของ ซื้อวัสดุ ซื้ออุปกรณ์ก่อสร้างดี ๆ ได้
แต่เงินไม่สามารถหาซื้อ หาจ้าง ช่างดี ๆ ที่มี “ใจดี” ได้
งานนี้ถ้าไม่ได้ช่างแสงฉันคงแย่
งานนี้ถ้าไม่มีช่างแสงฉันคงหนัก
งานนี้สามารถลุล่วงผ่านอุปสรรคก็เพราะช่างแสงมี “ใจดี...”

เรียนครูอ้อย ช่างแสง "ใจดี" และ มี "ใจรัก" ทำให้งานสำเร็จ ครับ