Routine to Research ...เครื่องมือ...ที่ใช้พัฒนางาน

           ครั้งแรกกับ..... R2R…..หรือ Routine to Research ..จากงานประจำสู่งานวิจัย เป็นเรื่องราวของการแลกเปลี่ยนความรู้ Knowledge Sharing ครั้งที่ 7 ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 23 กันยายน 51 ที่ผ่านมา ซึ่งท่านวิทยากรที่มาเล่าเรื่องราวให้ฟังนี้ได้เข้าร่วม R2R ที่ร.ร. มิราเคิล แล้วทีมท่านได้กรุณานำความรู้มาเล่าสู่กันฟัง

          ซึ่งได้แอบคาดหวังว่า R2R นี้จะสามารถนำมาเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนางานและมีวิธีการที่ห้องปฏิบัติการอย่างเรา(ซึ่งมีงานล้นมือและทำงาน 7 วัน)จะสามารถทำได้หรือเปล่า? โดยวิทยากรท่านให้คำขวัญว่า R2R: เสริมพลัง สร้างสรรค์ และพัฒนา  ซึ่งพอที่จะสรุปเนื้อหาได้ดังนี้

          R2R จากงานประจำสู่งานวิจัยซึ่ง 

1.      โจทย์วิจัย คำถามวิจัยของงาน R2R ต้องมาจากงานประจำ เป็นการแก้ปัญหาหรือพัฒนางานประจำ

2.       ผู้วิจัย ต้องเป็นผู้ทำงานวิจัยนั้นและเป็นผู้แสดงบทบาทหลักของการวิจัย

3.      ผลลัพธ์ของการวิจัย ต้องวัดผลที่เกิดต่อตัวผู้ป่วยหรือบริการ ที่มีผลต่อตัวผู้ป่วยโดยตรง

4.      การนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์

แรงบันดาลใจมาจากที่ใด 

1.      ต้องการแก้ปัญหา

2.      ต้องการปรับปรุงและพัฒนางาน

3.      ทำตัวเป็นผู้มีความสงสัย

4.      ความก้าวหน้าของงาน

วิธีขับเคลื่อน R2R ที่น่าสนใจคือ

1.      ด้วยการเสาะหา สะเก็ด R2R ” ที่มีอยู่แล้วในหน่วยงาน

2.      ชักชวนมาตั้งวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดอะไรขึ้น เกิดได้อย่างไร ฟันฝ่าอย่างไร ได้ประโยชน์อย่างไร (SSS= Success Story Sharing)

3.      SSS + AAR เพื่อปูทางสู่การปฏิบัติ

4.      มีทีม พี่เลี้ยง

5.      ตั้งวง SSS + AAR

     สนใจให้ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ http://gotoknow.org/blog/thaikm ,http://gotoknow.org/post/tag/r2r แล้วก็จะได้เรื่องที่ต้องการรู้เกี่ยวกับ R2R มากขึ้น

สิ่งที่ได้รับจาก K- Sharing ครั้งนี้

1.      ทำให้ได้เห็นว่าวิธีการในการทำ R2R นั้นซับซ้อน เป็นขั้นเป็นตอนและมีปัญหาที่สงสัยมากมายในการทำ ดังนั้นต้องมีทีมงานที่คอยช่วยเหลืออย่างเข้มแข็ง และคอยกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง

2.      คุณทัศนีย์ ได้ให้ข้อเสนอแนะได้อย่างน่าฟังว่า เนื่องจากเป็นคนที่สนใจ R2R มาแต่ต้น ดังนั้นจึงได้ไปดูงานที่ประสบความสำเร็จมาหลายแห่งเช่น ร.พ. ศิริราช และได้ให้ข้อเสนอแนะจากการที่ได้ไปดูงานมาว่า หน่วยงานของเขาที่ทำได้ผลนั้น เขามีทีมที่คอยดูแลโดยเฉพาะและเขาส่งจนท.ไปอบรมและต้องอบรมหลายครั้งๆละ 5-7 วันอย่างต่อเนื่องและมีพี่เลี้ยงดูแล เนื่องจากการทำ R2R มือใหม่นั้นจะประสบกับปัญหามากมายในการทำวิจัย อาจจะทำให้ผู้วิจัยรู้สึกท้อได้ ดังนั้นเวที(R2R)นี้ต้องมีพี่เลี้ยง จึงจะประสบความสำเร็จได้

3.      เนื่องจากผู้ปฏิบัติงาน ส่วนใหญ่ไม่มีความถนัดในเรื่องงานวิจัย ทำให้ยังรู้ว่าหน่วยงานของเรายังไม่มีความพร้อมในเรื่องนี้ ซึ่งต้องใช้เวลาและความร่วมมือกับหลายฝ่ายที่มีความพร้อมในการที่จะเป็นตัวกลางหรือคุณอำนวย คอยชี้แนะและพี่เลี้ยงคอยผลักดันอย่างมาก ความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้ของบุคลากรต้องยอมรับว่ายังน้อย จึงยังไม่พร้อมทั้งที่มีงานประจำสู่งานวิจัยในหลายๆเรื่องที่น่าสนใจ ในประเด็นของงานที่ทำ

          แต่ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่จะได้จุดประกายความคิดของคนทำงานประจำ ได้รู้จักและสนใจงานวิจัยในงานที่ทำและคิดว่าโอกาสหน้าหน่วยงานของเรา คงจะพร้อมและมีโอกาสจะได้ทำ R2R และประสบความสำเร็จเหมือนหน่วยงานอื่นบ้าง ซึ่งต้องขอขอบคุณวิทยากรทุกท่านที่มาร่วมแชร์ประสบการณ์ความรู้ในครั้งนี้ค่ะ

                                                                                               >>>>  IMM 2 ...post