การลงพื้นที่พบปะกับชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วม -
ทั้งผมและทีมงาน  ยังคงทุ่มเทกันอย่างหนัก  
เราต่างร่วมเรียงเคียงไหล่ฝ่าเวิ้งน้ำและเปลวแดด  หรือแม้แต่ต้นไม้และตอไม้อย่างไม่สะเทิ้นสะท้านไปพร้อม ๆ  กัน 

 

การสูญเสียผลผลิตไปกับสายน้ำนั้น 
ดูเหมือนจะกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่หนักอกของชาวบ้าน
เป็นที่สุด   เพราะจากสภาพที่พบเจอในตอนนี้  ก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่า  น้ำจะลดตอนไหน  และปีหน้าทั้งปี  จะมีข้าวที่ไหนให้เก็บเกี่ยวบริโภคได้บ้าง

 

นั่นเป็นปัญหาระยะยาว  ที่เราเฝ้ามองและขบคิดอยู่อย่างเงียบ ๆ  ว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง  

แต่นั่นก็เป็นสิ่งผมและทีมงาน หรือแม้แต่ชาวบ้าน  ต้องมาจับเข่าคุยกันอย่างจริงจังกันอีกสักรอบ

บางที  อาจจะมากกว่ารอบเดียว  
ซึ่งหมายถึงการมีภาคส่วนอื่น ๆ เข้ามาร่วมมือกันให้มีพลัง 
และก่อเกิดประโยชน์กับชาวบ้านให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

แต่ตอนนี้  วินาทีนี้  

ผมและทีมงานต่างตั้งสติเพื่อบรรทุกข์ในระยะสั้นไปพราง ๆ เสียก่อน

ด้วยเหตุนี้   ก่อนเข้าสู่วาระการประชุมอย่างเป็นทางการ
ผมจึงเปิดโอกาสให้ทีมงาน ทั้งที่เป็นเจ้าหน้าที่และนิสิตจากกลุ่มไหลได้บอกเล่าบรรยากาศที่พวกเขาพบเจอและสัมผัสจริงจากพื้นที่มาสด ๆ ร้อน ๆ   สื่อสารให้ผองเพื่อนได้ร่วมรับรู้

ถัดจากนั้น  ผมก็บอกเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านภาพถ่ายที่ผมบันทึกมากับมือ  เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น  และเพื่อกระตุ้นให้ทุกคนเกิดความรู้สึกร่วมกับเรื่องที่เรากำลังจะขับเคลื่อน

 

จนในที่สุด
ผมก็ถามตรง ๆ กับทุกคนว่า  ใครพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งกับเราบ้าง
และใครพอที่จะช่วยอะไรเราได้บ้าง

จากนั้นก็เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ร่วมเสนอแนะว่าจะขับเคลื่อนกิจกรรมนี้กันอย่างไร...

 

ในเย็นวันนั้น
เราต่างทำงานกันอย่างเร่งด่วน  ทำงานกันแบบไร้กระบวนท่า

แต่มีเป้าหมาย หรือจุดหมายอันชัดเจนร่วมกันอย่างเป็นหนึ่งเดียว

นั่นก็คือ  การประชาสัมพันธ์ให้ประชากรในมหาวิทยาลัยได้รับรู้ถึงสถานการณ์ความเดือดร้อนของชาวบ้าน
พร้อ ๆ  กับการร้องถามอย่างสุภาพว่า ...รู้สึกอย่างไร ...
หรือช่วยอะไรได้บ้างหรือเปล่า

 

กระบวนการสื่อสารของเรา   เน้นให้นิสิตเป็นผู้ส่งสารทั้งหมด

ทีมไหลหยัดยืนเป็นแกนนำบนเวที  โดยมีนายกองค์การนิสิต  ร่วมบอกกล่าวอย่างหนักแน่น
พร้อม ๆ กับการนำภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวจากกล้องวีดีโอมาฉายให้มวลชมได้ร่วมรับรู้

ขณะที่นิสิตจากชมรมต่าง ๆ  ก็เกี่ยวก้อยร้อยใจกันมาอย่างน่ารัก

บ้างเอาแผ่นปลิวไปแจก
บ้างถือกล่องรับบริจาค

บ้างร้องเพลง ... เต้นแร้งเต้นกา  สร้างสีสันของเย็นย่ำและค่ำคืนนี้ให้มีชีวิต

และท้ายที่สุดของค่ำคืนแรกในการบอกกล่าวเล่าความ (23  กันยายน  2551)
น้ำใจของนิสิต บุคลากรและพ่อค้าแม่ขายในบริเวณตลาดน้อยก็ไหลรวมมาร่วมเป็นหนึ่งเดียวกันในจำนวน
5,573.75  บาท  ซึ่งนั่นก็ยังไม่รวมถึงน้ำดื่มอีกจำนวนไม่น้อยที่มีผู้สมทบบริจาค

 

นี่เป็นก้าวแรกที่เราขับเคลื่อนในมหาวิทยาลัย
เป็นการงานอันเร่งรีบและเร่งด่วน
เป็นการงานอันแสนหนัก แต่เต็มไปด้วยความสุขของคนทำงาน

แต่ถึงกระนั้น

ผมเองก็เชื่อว่า ...
ถ้าเลือกได้  นิสิตคงไม่ปรารถนาให้ชาวบ้านต้องประสบภัยน้ำท่วมอย่างที่เป็นอยู่อย่างแน่นอน

 

.....

หมายเหตุ ..แถมภาพเด็กนอนดึก

รายชื่อองค์กรที่ร่วมขับเคลื่อนในค่ำคืนแรก

- องค์การนิสิต

- สภานิสิต

- ชมรมอาสาพัฒนา

- ชมรมรุ่นสัมพันธ์

- ชมรมทอฝัน

- ชมรมพัฒนาคุณภาพชีวิตฯ

- ชมรมรักษ์ทางไทย

- ชมรมคณะละครทอสายไทย

- ชมรมนอกหน้าต่าง

- ชมรมธารปัญญา

- ชมรมนาฏศิลป์และดนตรีพื้นเมือง

- กลุ่มไหล

- กลุ่มนอกห้องเรียน