คำแนะนำสำหรับผู้เป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน

ในตอนที่เเล้ว (ภาค1-2) ที่นึกว่าเป็นตอนจบ ได้จำแนกสาเหตุของ โรคบ้านหมุนที่พบบ่อย 2 ประเภท

คือ น้ำในหูไม่เท่ากัน และ  การมีตะกอนในหู  ซึ่งสาเหตุที่พบบ่อยคือ น้ำในหูไม่เท่ากัน

มาดูสาเหตุสุดท้ายกันบ้าง 

3.) สมองในส่วนการทรงตัวขาดเลือดเป็น ๆหาย ๆ (Vertebro-basilar Insufficience) 
                 ดังที่กล่าวมาแล้วในภาคที่1  ว่าหูชั้นในส่วนที่เป็นครึ่งวงกลมทำหน้าที่รับการทรงตัวจากนั้นข้อมูลจะถูกส่งไปยังก้านสมอง (Brainstem) และสมองน้อยด้านหลัง (Cerebellum) ดังนั้นหากมีพยาธิสภาพเกิดขึ้นบริเวณดังกล่าว เช่น สมองขาดเลือดสมองอักเสบ  ก็จะทำให้เกิดอาการหมุน โคลงเคลงได้สำหรับผู้ป่วยรายใดก็ตาม ถ้ามีความผิดปกติทางระบบประสาท เช่นตาเห็นภาพซ้อนเห็นคนเป็นสองหัว พูดไม่ชัด ลิ้นแข็ง แขนขาอ่อนแรงข้างเดียวหรือสองข้างมีอาการเดินเซจะล้มโดยที่ขายังมีแรงดี ให้สงสัยว่าอาการบ้านหมุนจะเกิดจากรอยโรคในระบบประสาทอ

• ดังได้กล่าวมาแล้วว่าผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดมาก่อนได้แก่เบาหวาน, ความดัน, โลหิตสูง, ไขมันในเลือดสูง, สูบบุหรี่จัด และอายุมาก 

* ฮือๆไม่อยากแก่เดี๋ยวมีปัจจัยเสี่ยง

* ไม่ถูกต้องค่ะ เกิด แก่   เจ็บ ตาย เป็นเรื่อง ธรรมดา ต้องรักษาสุขภาพค่ะ

• เราจึงต้อง
แยกว่าสาเหตุอยู่ที่หูหรือสมอง?


                เพราะการรักษารวมไปถึงการพยากรณ์โรคต่างกันอย่างสิ้นเชิงโรคของหลอดเลือดสมองจำเป็นต้องได้ยาป้องกันไม่ให้เส้นเลือดตีบหรืออุดตันโดยใช้ยาในกลุ่มยาต้านเกร็ดเลือด หรือต้านการแข็งตัวของเลือดควบคู่ไปกับการควบคุมปัจจัยเสี่ยงของหลอดเลือด มิฉะนั้นหากปล่อยทิ้งไว้ผู้ป่วยอาจเกิดอัมพาตได้ ต้องระวังค่ะ 

ดูซิคะว่าจะมีคำแนะนำอะไรเพื่อป้องกันบ้าง เราล้อมคอกก่อนวัวหายค่ะ

คำแนะนำสำหรับผู้เป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน

1. สูตรอาหารเฉพาะสำหรับน้ำในหูไม่เท่ากันเนื่องจากเลือดและของเหลวตามส่วนต่างๆ ของร่างกายเชื่อมต่อและมีการแลกเปลี่ยนกันอาหารและปริมาณเกลือแร่ที่เราจึงมีผลกับความดันของน้ำในช่องหู

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง

อาหารที่รับประทานได้

อาหารที่มีปริมาณเกลือและน้ำตาลมาก เช่น อาหารที่ผ่านการหมัก,ดอง, อาหารกระป๋อง

ผัก ผลไม้สด อาหารที่ปรุงเอง

อาหารที่มีผงชูรส หรือสารปรุงแต่งมาก เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

 

อาหารและเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเป็นส่วนผสม เช่น กาแฟ ชา ชาเขียวน้ำอัดลม

 

กลุ่มแอลกอฮอล์

 

จะเห็นได้ว่ากลุ่มอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงเป็นอาหารที่เราทานกันเป็นประจำจนน่าตกใจ

2. การใช้ยาในกลุ่มแก้เวียนศีรษะ เช่น ยาแก้เมารถหรือยาในกลุ่มใหม่ที่ไม่ค่อยมีผลข้างเคียงหรือง่วงซึมทานช่วงที่มีอาการในสัปดาห์แรกจะได้ผลดี  ตอนนี้ป้าแต๋งทานอยู่ค่ะ 

3. ในรายที่เป็นเรื้อรังและไม่ได้ผลจากการคุมอาหารหรือใช้ยาและกลุ่มที่มีปัญหาการได้ยิน  อาจต้องผ่าตัดเพื่อเอาครึ่งวงกลมในส่วนที่มีปัญหาออก (Endolymphaticsac Surgery) พบบ้างค่ะ

ลองดูประสบการณ์จริงของน้องอีกรายหนึ่งค่ะ

น้องจูณ เล่าว่า เคยเป็นค่ะ ประมาณว่าหันหน้าหรือหมุนตัวเร็ว ๆ ก็เวียนหัวหมุนติ้วเลย ไปตรวจก็ไม่เจออะไร พอมาไล่สาเหตุถึงรู้ว่าเกิดจาก
1.
เครียดแต่ไม่รู้ตัวว่าเครียด
2.
นอนพักผ่อนไม่เพียงพอ (นอน 8 ชั่วโมงต่อวันนะคะแต่หลับจริง ๆ เนี่ยประมาณ 3 ชั่วโมงต่อวันเอง นอนไม่หลับติดต่อกันประมาณ 3 วันค่ะ)
 
ถ้าคิดว่าเป็นเพระสาเหตุที่กล่าวมา ให้พยายามนอนให้หลับสนิทค่ะออกกำลังกายให้เหนื่อย งดกาแฟ แล้วนอนแต่หัวค่ำ ก็จะหายบ้านหมุน  
 
แต่ถ้าไม่ใช่ ก็จะมีกรณีของน้ำในหูไม่เท่ากันค่ะ อันนี้พี่ที่ทำงานเป็นต้องไปให้หมอเช็คนะคะ

คงต้องจบจริงๆ แล้วค่ะ หวังว่าเพื่อนๆที่มีอาการ หรือ มีญาติ พี่ น้อง มีอาการจะได้ใช้ประโยชน์จาก

เรื่องนี้ ป้าแต๋งน่าจะได้อานิสงค์จากการเผยแพร่ข้อมูลนะคะ   สาธุ   สาธุ