ความรัก ความร้าว ความโลภ ความหลง


    เริ่มตั้งแต่ สงครามกับความรัก สงครามกับความโลภ
สงครามกับความร้าว และสงครามกับความหลง

คนเดี๋ยวนี้มักจะเอาง่ายๆ คิดว่าถ้ามีของดีแล้วจะดีเอง
ความจริงไม่ใช่ ถ้าจะให้ดีจริงๆ
ต้องปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธองค์

ของศักดิ์สิทธิ์ที่หลายคนนิยมสะสมนั้น
มีสักกี่คนที่ทราบความหมายและใช้ประโยชน์ได้ถูกต้อง

เมื่อเราทำดีต่อผู้อื่นเขาก็ต้องทำดีตอบเป็นผลสะท้อนกลับมา
ของศักดิ์สิทธิ์เป็นอุบายให้คนประพฤติปฏิบัติธรรม

        เมื่อพระท่านจะให้ของสักอย่าง
ท่านมักสั่งห้ามทำอย่างนั้นทำอย่างนี้
ถ้าทำแล้วของจะเสื่อม

คนแต่ก่อนเขาถือเคร่งครัด ของจึงศักดิ์สิทธิ์
ที่ศักดิ์สิทธิ์เพราะว่าเขาประพฤติตามที่สั่งห้ามการทำไม่ดีไว้

ความศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่การประพฤติของเรา
ธรรมย่อมคุ้มครองผู้ประพฤติธรรม

    ใครก็ตามถึงจะมีของสุดวิเศษอยู่กับตัว
หากไม่ประพฤติตัวอยู่ในศีลธรรม
ของศักดิ์สิทธิ์นั้นก็อาจไม่คุ้มครองชีวิตทรัพย์สินได้
เมื่อผลของการกระทำนั้นสะท้อนกลับมาเป็นวิบากกรรมสนอง
เพราะความชั่วร้ายผิดศีลธรรมนั้นหนักหนากว่าที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์จะคุ้มครองได้

   สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง
แม้จะไม่เห็นเป็นรูปธรรม
แต่พิสูจน์ได้ว่า...

           หากตั้งมั่นในคุณธรรมความดีความงามเพียงศีล ๕ เท่านั้น
ก็มีอันแคล้วคลาดจากอุบัติภัยทั้งปวงอย่างน่าอัศจรรย์

                            

  

(ที่มา : "สงครามชีวิต" ใน คนเหนือคน : โครงการพบกันครึ่งทาง
พิมพ์ที่โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๕๐ ,หน้า ๒๒.)

แหล่งข้อมูล :http://variety.teenee.com/foodforbrain/6959.html

สว่างตา ด้วยแสงไฟ

สว่างใจ ด้วยแสงธรรม
พุทธัง สรณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ
สังฆัง สรณัง คัจฉามิ