การขับเคลื่อนเครือข่าย R2R ของระบบสุขภาวะประเทศไทย ควรยึดถือหลักการสำคัญ ๗ ประการ คือ หลักการ Inclusive, Positive, Happiness, Human Dimension, Diversity and Unity, Creativity, และ Synergy

 

ศ. นพ. วิจารณ์ พานิช
สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม (สคส.)
www.kmi.or.th
http://gotoknow.org/blog/thaikm

 

อ่านบทความย้อนหลังได้ที่ http://rescom.trf.or.th

          ในตอนที่ ๔๐ ได้กล่าวถึง องค์กรเคออร์ดิค กับการวิจัยแบบ R2R     ดังนั้น ตอนที่ ๔๒นี้จึงเป็นส่วนขยาย หรือบทต่อเนื่องจากตอนที่ ๔๐    ท่านผู้อ่านน่าจะได้กลับไปอ่านตอนที่ ๔๐ เพื่อทบทวน ทำความเข้าใจ    จะได้เข้าใจตอนที่ ๔๒ นี้ได้แจ่มชัด    อ่านตอนที่ ๔๐ ได้ที่ http://rescom2006.trf.or.th/display/index.php?id_colum=2091  หรือที่  http://gotoknow.org/blog/thaikm/177141 

          เรากำลังมอง R2R เป็นยุทธศาสตร์หรือขบวนการขับเคลื่อนสังคมไทย ไปสู่สังคมเรียนรู้ สังคมอุดมปัญญา     และใช้วิธีการจัดการแบบ เคออร์ดิค ในการใช้และแพร่กระจาย เครื่องมือ R2R ให้เหมาะแก่หลายภาคส่วนของสังคม    ภายใต้ความเชื่อหรือความเข้าใจว่าสังคมมีความซับซ้อนและแตกต่างหลากหลายมาก    เราจึงต้องใช้เครื่องมือ R2R แบบยืดหยุ่น  ส่งเสริมและเปิดโอกาส ให้มีการปรับเครื่องมือให้เหมาะสมต่อแต่ละสภาวการณ์    ภายใต้แนวคิดเช่นนี้แหละ การจัดการแบบ เคออร์ดิค จะมีพลังยิ่ง   

          สวรส. (www.hsri.or.th) กำลังเข้ามาใช้ R2R ขับเคลื่อนระบบสุขภาพ ร่วมกับภาคี ที่หลากหลาย      โดยที่ระบบสุขภาพหมายถึง “ระบบสุขภาวะ”     ดังนั้น เครือข่าย R2R ของระบบสุขภาพ จึงไม่ใช้เรื่องของผู้คนที่ทำงานในระบบสุขภาพเท่านั้น     แต่จะเกี่ยวข้องกับผู้คนในทุกภาคส่วนของสังคมไทย  

          อย่างไรก็ตาม บทความนี้มีข้อจำกัดตรงที่จะเน้น ระบบสุขภาวะ เป็นศูนย์กลาง      จึงยังมีโอกาสที่จะพัฒนาวิธีการขับเคลื่อนเครือข่าย R2R ประเทศไทยที่เน้นระบบอื่นๆ อีกมากมาย     เช่นระบบการศึกษา  ระบบเศรษฐกิจ  ระบบการเมืองการปกครอง  ระบบความเข้มแข็งของชุมชน  เป็นต้น  

          การขับเคลื่อนเครือข่าย R2R ของระบบสุขภาวะประเทศไทย ควรยึดถือหลักการสำคัญ ๗ ประการ คือ  หลักการ Inclusive, Positive, Happiness, Human Dimension, Diversity and Unity, Creativity, และ Synergy

 

หลักการ Inclusive
          หลักการนี้ตรงกันข้ามกับ Exclusive    หลักการ Inclusive หมายถึงเปิดกว้าง ประนีประนอม ยอมรับ วิธีคิดและวิธีการที่หลากหลาย     ตรงกันข้ามกับหลักการ Exclusive ที่เน้นคัดเลือกร่วมสังฆกรรมเฉพาะกับคนที่มีความเชื่อหรือวิถีปฏิบัติเดียวกันจำนวนน้อย
          หลักการ Inclusive อยู่บนฐานคิดว่า R2R มีได้หลากหลายแบบ หลากหลายวิธีการ     หากสามารถเป็นลู่ทางไปสู่การใช้งานประจำในการสร้างสรรค์ได้ ถือว่าเป็นแนวร่วมกันทั้งสิ้น

 

หลักการ Positive
          หมายถึงใช้บรรยากาศเชิงบวก การคิดเชิงบวก ในการขับเคลื่อน     เพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์     เติมพลังซึ่งกันและกันด้วยความชื่นชม ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน    เน้นเสาะหาเรื่องราวของความสำเร็จเล็กๆ ของกิจกรรม R2R มาทำความเข้าใจ และยกระดับขึ้นไปเป็น R2R ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น หรือเชื่อมโยงกว้างขวางยิ่งขึ้น     ช่วยให้สมาชิกของขบวนการ R2R ได้มีมิตรร่วมทางเพิ่มขึ้น     เกิดบรรยากาศของความสุข มิตรไมตรี

 

หลักการ Happiness
          หรือหลักการ ความสุขนำ หมายถึง ใช้กุศโลบาย ให้ผู้เกี่ยวข้องมีความสุขในการใช้เครื่องมือ R2R     มีความระมัดระวังไม่ใส่วิธีการที่ยากเกินกำลังของสมาชิกกลุ่มนั้นๆ จนเกิดความท้อถอย     มีสมดุลระหว่างความสำเร็จกับความท้าทาย     หากมีความสำเร็จแต่ไม่มีความท้าทาย ก็จะเกิดความรู้สึกจำเจหรือเบื่อ    หากมีความท้าทายมากเกินไปก็จะรู้สึกเป็นภาระเกิดความท้อถอย

 

หลักการ Human Dimension
          หรือหลักการ มิติของความเป็นมนุษย์ ซึ่งหมายถึงการมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์อยู่โดยธรรมชาติ     ขบวนการ R2R ของระบบสุขภาวะประเทศไทย จะใช้ฐานที่เป็นจุดแข็งของความเป็นมนุษย์ให้เป็นประโยชน์     สร้างขวัญกำลังใจและความคึกคักในการขับเคลื่อน   
และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น มนุษย์เป็นสัตว์ที่มีอารมณ์ มีจิตวิญญาณ    ขบวนการ R2R ของระบบสุขภาวะประเทศไทย จะใช้พลังด้านบวกของอารมณ์ และจิตวิญญาณ ในการขับเคลื่อน

 

หลักการ Diversity and Unity
          หมายถึงการดำเนินการบนฐานความจริงว่า องค์กร และบุคคล ที่มาร่วมกันเป็นเครือข่าย มีความแตกต่างหลากหลายกันในหลากหลายด้าน    เช่นแตกต่างวัฒนธรรมองค์กร    แตกต่างวิธีคิด  แตกต่างในระดับของความรู้ด้านใดด้านหนึ่ง   แตกต่างในเป้าหมายของชีวิต  แตกต่างในนิสัยใจคอ  แตกต่างในอัตตา  ฯลฯ   
          ในท่ามกลางความแตกต่างหลากหลายนี้ มีจุดร่วมคือต่างก็ต้องการบรรลุเป้าหมายขององค์กร และเป้าหมายของบุคคล โดยใช้ R2R เป็นเครื่องมือ    และการมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเป็นเครือข่ายจะทำให้เกิดสภาพที่ทุกองค์กร ทุกคน ได้รับประโยชน์ เป็น win – win situation
          หลักการ Diversity คือเข้าใจ ยอมรับ และเคารพความแตกต่างเหล่านั้น     ไม่ถือความแตกต่างเป็นอุปสรรคในการร่วมขบวนการกัน    แต่กลับมองเชิงบวกว่าเป็นพลัง ทำให้เกิดพลังเสริม (synergy) ได้ง่าย     ยิ่งแตกต่างหลากหลายมาก ยิ่งเกิด synergy ที่ยิ่งใหญ่ง่าย

 

หลักการ Creativity
          ขบวนการ R2R  มุ่งใช้พลังสร้างสรรค์ที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติของมนุษย์ทุกคน    ขบวนการจึงมุ่งสร้างบรรยากาศ สร้างกิจกรรมเพื่อให้คนทุกคนได้ปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์ออกมาดำเนินการ R2R ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

 

หลักการ Synergy
          นี่คือหัวใจของการจัดการแบบ เคออร์ดิค    ที่มุ่งให้พลังต่างๆ ที่มีอยู่ตามธรรมชาติเข้ามาเสริมแรงเสริมพลังกัน เกิดพลังอันยิ่งใหญ่ในระดับที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้    ด้วยแรงผสมของ chaos และ order ที่เป็นธรรมชาติ     เป็นผลลัพธ์ที่จะไม่มีวันเกิดขึ้นได้จากการจัดการแบบ Command & Control     โดยหลักการนี้ input เพียงน้อยนิด สามารถก่อผลลัพธ์ (output) มหาศาลได้

 

การขับเคลื่อนเครือข่ายแบบ เคออร์ดิค
          ใช้หลักการทั้ง ๗ ข้างบนอย่างชาญฉลาด     สวรส. จะต้องพัฒนาทักษะในการขับเคลื่อน เครือข่าย R2R ของระบบสุขภาวะประเทศไทย     ซึ่งไม่มีสูตรสำเร็จ    ต้องลงมือทำ ทำไปเรียนรู้ไป    เก็บเกี่ยวประสบการณ์นำมาสร้างเป็นองค์ความรู้ว่าด้วยการขับเคลื่อน เครือข่าย R2R ของระบบสุขภาวะประเทศไทย     ซึ่งเครื่องมือในการเรียนรู้คือ KM นั่นเอง     และหัวใจของ KM คือ SSS – Success Story Sharing  

 

ขับเคลื่อนสาระแบบ เคออร์ดิค
          สาระของ ระบบสุขภาวะประเทศไทย มีอยู่แล้วส่วนหนึ่ง     ในบางองค์กร บางกลุ่ม มีเรื่องราวของความสำเร็จที่น่าชื่นชมอยู่แล้ว     หากมีการนำเครื่องมือ R2R เข้าไปใช้อย่างเหมาะสม    ความรู้เชิงสาระจะยกระดับขึ้นได้อย่างง่ายดาย    ยิ่งใช้ยุทธศาสตร์เครือข่ายยิ่งง่ายและรวดเร็ว
          โดยวิธีการจัดการแบบ เคออร์ดิค สาระ ในต่างบริบท ต่างสาระ จะเข้ามาผสมผสานเชื่อมโยงและส่งเสริมยกระดับซึ่งกันและกัน โดยอัตโนมัติ    โดยแทบไม่ต้องออกแรงหรือใส่ input ไม่มาก ก็ได้ output มากและอาจเป็น output ที่ยกระดับเป็นสาระความรู้ใน new order

 

ขับเคลื่อนระดับความเข้มข้นแบบ เคออร์ดิค
          R2R มีหลายระดับความเข้มข้น    ตั้งแต่ระดับที่มุ่งเพียงพัฒนางาน เป็น CQI เล็กๆ ระดับหน้างานประจำของบุคคล    ไปจนถึง R2R แบบมุ่งผลงานวิชาการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ   
          ต้องมีวิธีขับเคลื่อนเครือข่าย R2R ระบบสุขภาวะประเทศไทย ให้ R2R ต่างระดับ ความเข้มข้น ช่วยเสริมส่งซึ่งกันและกัน    ไม่ใช่เป็นข้อขัดแย้งกัน     วิธีดำเนินการคือ ใช้หลักการ 7 ข้อข้างบนนั้นเอง

 

ขับเคลื่อนพื้นที่แบบ เคออร์ดิค
          R2R มีลักษณะ จำเพาะบริบท (context-specific)    การดำเนินการจึงต้องยืดหยุ่นตามกลุ่มคน องค์กร และพื้นที่     R2R ในภาคอีสานกับภาคใต้ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน     แต่ผู้ขับเคลื่อนเครือข่ายต้องรู้จักใช้ความแตกต่างนั้นเป็นโอกาสสร้าง synergy

 

ขับเคลื่อนระเบียบวิธีวิจัยแบบ เคออร์ดิค
          ความแตกต่างหลากหลายอีกอย่างหนึ่งที่อาจเป็นจุดอ่อนหรือจุดแข็งก็ได้ คือความแตกต่างในระเบียบวิธีวิจัย     หลักการของ R2R คือ การลงมือพัฒนางานมาก่อนระเบียบวิธีวิจัย     แต่ในคนที่มี ความรู้เรื่องระเบียบวิธีวิจัยอยู่แล้ว การดำเนินการ R2R จะประยุกต์ระเบียบวิธีวิจัยอย่างอัตโนมัติไม่รู้ตัว หรือโดยรู้ตัวก็ได้  ทำให้ R2R บรรลุผลสำเร็จง่ายขึ้น   
          ขบวนการ R2R ในระบบสุขภาวะประเทศไทย ควรยึดหลัก inclusive ต่อระเบียบ วิธีวิจัยแบบต่างๆ     และควรใช้กิจกรรม R2R ที่ใช้ระเบียบวิธีวิจัยที่แตกต่างหลากหลายนั้นเอง เป็นเครื่องมือพัฒนาระเบียบวิธีวิจัยที่เหมาะสมต่อ R2R ในหลากหลายบริบทของประเทศไทย
 

          โดยสรุป การขับเคลื่อนเครือข่าย R2R ของระบบสุขภาวะประเทศไทย โดยใช้วิธีจัดการแบบ เคออร์ดิค เป็นวิธีการของ Positive Change Management     ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวข้ามความขัดแย้ง ไปสู่ความร่วมมือเพื่อบรรลุภาพฝันอันยิ่งใหญ่ของคนทุกคน


------------------------------------------------