ตั้งแต่มาเป็นนักเรียนโข่ง ถ้ามีเวลาว่างก็จะสำรวจรอบๆบ้านขยายออกไป ทั้งเรื่องที่อยู่ที่กินและจุดท่องเที่ยวที่น่าศึกษา วันนี้ออกจากรังนกระจอกไปตัดผมเสริมหล่อที่ตลาดนนทบุรี ร้านสะสางเกษาคิดคนละ60บาท เอกพานั่งรถเมล์ไป5-6ป้ายราคา10บาท ไปต่อรถ2แถวไปท่าน้ำเมืองนนท์อีก7บาท ชวนกันไปเที่ยวเกาะเกร็ด ที่อยู่ห่างเพียงแค่นั่งเรือข้ามฟากคนละ2บาท

..ดีกว่าว่ายน้ำข้ามไปเองเป็นไหนๆ

  เรือแจวก็สูญพันธุ์ไปแล้ว..

  

ควักกระเป๋าค่าเดินทาง19บาท ซื้อขนมบ้าบิ่นดอกอัญชัญชิมอีก15บาท กินก้วยเตี๋ยวริมแม่น้ำเจ้าพระยาข้างวัดชามละ30บาท แถมยังมีเรือโยงผ่านมาให้ชมฟรีอีกต่างหาก รวมค่า2ขาทัวร์ประมาณ100บาทครับผม

  

ได้ไปสัมผัสวิถีชีวิตชาวมอญขนานแท้ มีเวลาเดินทอดน่องถามโน่นชมนี่อย่างจุใจ เพราะเป็นวันที่ใครๆเขาไม่ค่อยเที่ยวกัน จึงสะดวกสบายเหมาะกับการเจ๊าะแจ๊ะบนเกาะแห่งนี้ เดินกันเพลินทีเดียวละครับ อีตอนจะกลับนี่สิขาลาก มองหาสถานที่นวดแผนโบราณเขาบอกว่ามาเฉพาะวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ จึงกลับมาแอบงีบตอนบ่าย ตอนเย็นเอกชวนไปกินชิ้นจุ่ม จุ่มกันอร่อยจนอืดอยู่นี่ละครับ

 

 

การไปเที่ยวแบบปิ๊งแว๊บก็ดีไปอย่าง ซอกแซกไปเรื่อย เหมือนตาบอดมีคนจูง ไปตรงไหนก็มีคนแนะนำ เราเห็นต้นยางใหญ่มากในวัด เดินไปถ่ายภาพ เห็นกิ่งขนาดใหญ่หักโค่นลงมา เหมือนกับมีคนจับวาง แปลกมากตรงที่ไม่โดนเจดีย์ที่อยู่บริเวณนั้น ย้อนออกมาเจอหลวงพ่อที่มาช่วยงานศาลาแสดงประวัติศาสตร์ หลวงพ่อเล่าถึงความเป็นไป บอกว่าวันที่หักลงมานะโยม..มีคนไปขอหวยถูกกันทั้งเกาะ

เราเดินผ่านมาแล้ว

จะกลับไปขอหวยก็ใช่ที่

ถ้าให้ดีขอเปลี่ยนเป็นกิ๊กได้ไหม..

มะปรางเปรี้ยวแอบแซวเรื่องนี้อยู่ด้วย..อิอิ..

 

 

เราเดินไปตามป้ายที่เปรียบเสมือนลายแทง ไปกราบพระถ่ายภาพเขียนในอุโบสถสมัยร.5 ไปชมพิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นที่มีวิวัฒนาการเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว วิถีชุมชนแห่งนี้ไม่เหมือนใคร จึงตื่นใจทะลุจอทุกจุด แม้แต่เจดีย์ก็จับนุ่งกระโปรง ดอกไม้เอามาทอดเป็นของอร่อย มีขนมหน้าตาแปลกๆ หัตถกรรมหมู่บ้านเกิดจากกระบวนการปั้นดินให้เป็นอะไรก็ได้

  

เหมือนเทพบันดาล ให้ไปเจอเทพอัจริยะในการปั้น

เรียนจบม.6 ไม่ได้ไปฝึกหัดมาจากใคร

แต่ฝึกฝนตนเองจนสร้างงานระดับเทพเนรมิตรได้

  

ผมเมี่ยงมองเข้าไปที่บ้าน เห็นหนุ่มตาดีนั่งปั้นหุ่นดินรูปพญานาค จึงเอ่ยมธุรสวาจา ..ขออนุญาตถ่ายรูปได้ไหมครับ..ในใจเกรงว่าจะไปรบกวนสมาธิ..เรากลับได้รับการเชื้อเชิญให้เข้าไปชมใกล้ๆ ถามอะไรก็ได้ เป็นห้องสี่เหลี่ยมโล่งมีเตียงนอนเล็กแอบอยู่มุมห้อง แสดงว่ากินนอนปั้นอยู่ในห้องนี้แหละ ได้รับคำแนะนำว่าด้านหลังยังมีห้องพระ ด้านข้างมีห้องแสดงฝีมือเชิญไปชมได้ตามสบายอารมณ์ ..

 

 

เดินไปมาเจอคุณยายนั่งทอดขนมบ้าบิ่น หน้าตาแย้มยิ้มทาแป้งลายพร้อย นึกถึงบางคนที่ไม่ชอบอาบน้ำ.. เอกซื้อให้ชิมอร่อยมาก มองไปข้างๆเจอหมูป่าโทนตัวอ้วนออกมาเดินทักทายคนโน้นคนนี้ แสดงว่าสุกรตัวนี้เป็นสมาชิกของสังคมที่นี่ไปแล้ว มีความสนิมสนมอารมณ์ดีไม่ได้ดุดันเหมือนหมูป่าทั่วไป เชื่องมากใครๆก็เมตตาหาขนมให้ชิมทั้งวัน คุณยายเล่าว่า คนเลี้ยงไม่สนใจดูแล เจ้าโทนจึงกระโดดคอกออกมาต้อนรับแขก เห็นเด็กๆวัยรุ่นเรียกว่า

“เจ้าขาใหญ่”

ใหญ่แค่ไหน..

หมาไม่กล้าแหยมนั่นแหละ ครับ!

ใครๆไปเที่ยวลองถามหาก็ได้นะครับ

  

ก่อนกลับเราไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ของเก่าสมัยร.5

ใครสนใจของพวกนี้ไม่ผิดหวัง

เสียดายที่การจัดแสดงไม่ประณีตเท่าที่ควร

ของดีๆมีคุณค่าวางระเกะระกะอัดแน่นอยู่ในห้องแคบๆ

ถ้าจัดดีๆจะอลังการณ์กว่านี้มาก  

  

เราใช้เวลาทัวร์2ขาประมาณ4ชั่วโมง

นานๆเดินทีพี่น้องเอ๊ย

คืนนี้จะนอนขาตึงแค่ไหนก็ไม่รู้

ถ้าไม่ไหวจริงๆคงจะคลานลงเตียงไปเข้าห้องน้ำ

  

ถามว่าขยาดไหม

ตอบว่าเปล่าเลย

ยังมีพิพิธภัณฑ์เขาสัตว์ที่ติดค้างคาใจ

เอาไว้คราวหน้าจะไปล่าความจริงมาเล่าอีกนะพี่น้อง..

สรุป..ตามอำเภอใจ

  1. เห็นวิธีการเสริมสร้างเครือข่ายชุมชนสมานฉันท์
  2. เห็นรอยต่อประวัติศาสตร์ชุมชน
  3. เห็นบทบาทองค์กรท้องถิ่นกับการดูแลกิจการของชุมชน
  4. เห็นการผ่องถ่ายเทคโนโลยี จากเผาดั่งเดิม มาเป็นเตาเผาแก๊สแบบทันสมัย
  5. เห็นการพัฒนาฝีมือการปั้นยกระดับขึ้นเป็นหนึ่งระดับชั้นครู
  6. เห็นการพัฒนาอาชีพเชิงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว
  7. เห็นการนำวิถีชีวิตมาเพิ่มมูลค่า
  8. เห็นสัญลักษณ์ชาวมอญในประเทศไทย
  9. เห็นสภาพแวดล้อม และการเตรียมความพร้อมในการป้องกันน้ำท่วม
  10. เห็นความอยู่เย็นเป็นสุขแบบพอเพียง พอตัว พอดี
  11. เห็นการบ้านที่ชุมชนควรพัฒนาต่อไป
  12. เห็นคุณค่าและมูลค่าของการทะนุบำรุงวิถีชีวิตแบบองค์รวม
  13. อยากเห็นเกาะแห่งนี้เป็นตัวอย่างการรักษาเอกลักษณ์ความเป็นไทยเต็มรูปแบบ
  14. อยากเห็นแผนแม่บทเชิงโครงสร้างที่ถูกหลักวิชาของการพัฒนาเมืองน่าอยู่
  15. ไม่อยากเห็นการสร้างวัตถุในวัดอย่างเปะปะไร้แบบแผน
  16. ไม่อยากเห็นการดูแลรักษาวัตถุโบราณแบบทิ้งๆขว้างๆ