ทุกคนเป็นนักรบ มีหน้าที่จะต้องรบข้าศึกตามสถานะของตนเอง

เสาร์อาทิตย์นี้ มีโอกาสได้นอนพักค่อนข้างมาก มีเวลาเต็มที่กับการเฝ้าดูสังขารของตนเอง และกัดฟันทนทำสงครามกับอาการไข้โดยไม่ยอมทานยาเลยแม้แต่เม็ดเดียว เพื่อประกาศให้พิษไข้ได้รู้ว่า “ฉันไม่ยอมจำนน..”

การพักผ่อนอยู่กับบ้าน ทำให้มีเวลามากพอที่จะอยู่กับตัวเอง ผมเลยถือโอกาสหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน .. เป็นการอ่านอย่างมีสติ,

หนังสือที่เลือกมาอ่านมีชื่อว่า “รู้ทันเล่ห์กิเลส”เขียนโดย “ท่านพุทธทาสภิกขุ” จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์อัมรินทร์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๐

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนเศษ ๆ ผมซื้อหนังสือเล่มนี้มาจากรุงเทพฯ เป็นการจงใจซื้อมาฝากคุณแดนไทโดยตรง เพราะเห็นว่าพักหลังนี้ เขาดูจะสนอกสนใจเรื่องธรรมะธรรมโมเป็นพิเศษ ส่วนผมนั้น ถึงแม้จะเติบโตมาจากวัด แต่ก็สารภาพเลยว่า ไม่ค่อยได้อ่านหนังสือในแนวธรรมะเท่าใดนัก ตรงกันข้ามกลับชอบอ่านวรรณกรรมแนวเพื่อชีวิตและสังคมเสียมากกว่า

ผมอ่านหนังสือเล่มนี้ในเย็นย่ำที่ผ่านพ้นหกโมงเย็นไปแล้ว เพียงบทแรก (ทุกคนเป็นนักรบ) ที่อ่านก็ก่อเกิดความประทับใจอย่างที่สุด เพราะมีประเด็นที่แหลมชัดอย่างยิ่งเกี่ยวกับเรื่องบทบาทและสถานะของผู้คนที่มีต่อสังคม หรือเรียกให้เจาะจงแบบตรงไปตรงมาก็คือ “ความเป็นชาติ” นั่นเอง

ท่านพุทธทาสได้สะท้อนภาพความเป็น “คน” อย่างที่ “ควรจะเป็น” โดยชี้ให้เห็นว่า ทุกคนในสังคมไทยล้วนเป็น “ข้าราชการพลเรือน” ด้วยกันทั้งนั้น และด้วยเหตุนี้จึงมีสถานะอันยิ่งใหญ่อย่างเดียวกันคือการเป็น “นักรบ” ที่เพียรต้องตระหนักถึงหน้าที่อันเดียวกัน คือ “สร้างชาติ” ให้วิวัฒน์ไปสู่ความ “เจริญงอกงาม” ....


และจากนี้ไป คือ ส่วนหนึ่งของเนื้อความที่ผมพยายามคัดลอกมาอย่างสั้น ๆ เผื่อว่าหลายท่านที่ยังไม่ได้อ่าน จะได้อ่านไปพร้อม ๆ กัน ..อ่านไปพร้อม ๆ กับการตั้งคำถามว่าปรากฏการณ์ทางสังคมและการเมืองของบ้านเราในวันนี้ว่า เราต่างทำหน้าที่ของการเป็น “นักรบ” อย่างที่ควรจะเป็นกันแล้วหรือ ?

....

เราทุกคนเป็นข้าราชการพลเรือน หากแต่บางพวกรับเงินเดือน บางพวกไม่รับเงินเดือน ประชาชนมีหน้าที่สร้างชาติ มีหน้าที่สร้างชาติโดยไม่รับเงินเดือน แถมยังเสียภาษีให้อีก แต่อย่าลืมว่า เขาก็ทำหน้าที่สร้างชาติเหมือนข้าราชการพลเรือน และก็ทำหน้าที่เป็นนักรบอยู่โดยอ้อม ...

ทุกคนเป็นนักรบ มีหน้าที่จะต้องรบข้าศึกตามสถานะของตนเอง ตามชั้นเชิงของตน หรือตามหน้าที่ของตน ไม่เป็นนักรบมันก็ตายทันที การรบภายในนี้ ต้องรบกับความผิดพลาด อย่าให้มีเหลือจึงจะรอดชีวิตได้ ในบ้านในเมืองก็ต้องมีการกำจัดสิ่งอันไม่พึงปรารถนา ก็เป็นการรบด้วยเหมือนกัน...

คนขอทานจะมีธรรมะมากกว่าข้าราชการที่ทำการคอรัปชัน, คอรัปชันไม่ใช่หน้าที่ ไปทำเข้าก็มีมีธรรมะ คนขอทานทำหน้าที่เพื่อพ้นจากภาวะยากจน มันเป็นธรรมะ, ขอทานก็เลยมีธรรมะมากกว่าข้าราชการที่คอรัปชัน ...

ที่ใดไม่มีการทำหน้าที่อย่างแท้จริง ที่นั่นไม่มีธรรมะ แม้ในวัดในโบสถ์อาจจะไม่มีธรรมะก็ได้ แต่ไปมีอยู่กลางทุ่งนา ที่ชาวนาไถนาอยู่อย่างเหงื่อไหลไคลย้อย ทำหน้าที่ของมนุษย์อันแท้จริง ...

หมายเหตุ ..

แก้ไขชื่อบันทึกจาก "ข้อคิดจากหนังสือ"
เป็น "เลียบเลาะตู้หนังสือนายแผ่นดิน"