ในช่วงสามสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ฉันเองได้มีโอกาสลงไปสัมผัสงานก่อสร้าง เป็นทั้งคนหาข้อมูล ถอดโครงสร้าง คำนวณ เขียนแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้มีโอกาสลงไปทำงานเป็นกรรมกร แต่ไม่ว่าฉันจะไปทำงานในตำแหน่งหรือหน้าที่ใด ฉันก็คิด ตั้งตน และตั้งใจไว้เสมอว่าฉันเป็นแค่ “มือและเท้า” ของท่านอาจารย์
ท่านให้ทำอะไรฉันก็ทำอย่างนั้น
ฉันต้องสมมติตนเสมอว่า ฉันโง่ ฉันโง่ และฉันโง่
เพื่อข่มความรู้ที่มีเพียงแค่หางอึ่งที่คอยจะสะเออะ เสนอหน้าออกมา อวดเก่ง และอวดเบ่ง
แปลกนะกับการแค่ทำตาม ทำตามคำสั่ง ทำไมยากกว่าการที่ต้องคิด ต้องพิจารณา ที่ยากก็เพราะเจ้าอัตตาที่มันมีอยู่ในตัวในตน
อัตตาที่เกิดจากความรู้ ที่จะคอยให้เราออกนอกลู่ นอกทาง ทางที่จะลด ทางที่จะปล่อย ทางที่จะวาง ซึ่งการถือตัว และถือตน
สัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง ฉันเองเริ่มรินน้ำที่เต็มปรี่อยู่ในแก้ว น้ำในแก้วนี้บางทีที่ล้น ช่วงนี้ฉันได้รินมันออก
ออกไปทีละนิด ทีละหน่อย รินไปเรื่อย ๆ รินไป รินไป รินเจ้าทิฏฐิ มานะ ความทะนงตน ความคะนองในความรู้ออกจากจิตจากใจ เพื่อรับความรู้ รับ “ปัญญา” ใหม่ที่สดใสและบริสุทธิ์
การตั้งตนไว้เป็นเพียงมือและเท้า
การตั้งตนไว้เป็นเพียงผู้แบ่งเบาภาระทางธาตุขันธ์
การตั้งตนไว้เป็นเช่นนี้เป็นการฝึก การขัด การเกลา กายและใจอันประเสริฐยิ่ง
ดุ่ย ดุ่ย ดุ่ย เดินไป
ดุ่ย ดุ่ย ดุ่ย ทำไป
ท่านสั่งซ้าย เราเดินซ้าย ท่านสั่งขวา เราเดินขวา
ท่านให้ทำอะไรก็ทำไป “มีหน้าที่ทำก็ทำไป”
ทำไป ทำไป ทำตนให้ได้เป็นเพียงแค่มือและเท้าของท่านเท่านั้นพอ...

มาเยี่ยมและให้กำลังใจครับ