ปัจจัยสู่ความสำเร็จในภาวะที่ไม่ปกติ

                             หลักการและวิธีการในการบริหารหน่วยในสภาวะไม่ปกตินั้น เป็นเพียงหลักการและแนวทางที่เป็นทั้งทฤษฏี และประสบการณ์ในการทำงานจากหลายๆคนที่ผ่านการเป็นผู้บังคับหน่วยในระดับต่างๆมาแล้ว และได้รวบรวมไว้ การจะนำหลักการดังกล่าวไปใช้ในสถานการณ์ปัจจุบัน และขีดความสามรถของผู้ก่อความไม่สงบทั้งกองกำลัง และการปฏิบัติการทางยุทธวิธีของขบวนการ ความล่อแหลมซึ่งเป็นจุดอันตรายจากการลอบโจมตีที่ตั้งซึ่งหลายหน่วยได้รับความเสียหายมาแล้ว ผู้บังคับหน่วยต้องปรับระบบการทำงาน เพื่อให้สามารถกำหนดมาตรการป้องกัน และมาตรการเชิงรุกในการตอบโต้ทางยุทธวิธีต่อกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ที่มียุทธวิธีพลิกแพลง ทุกวัน เช่น การยิงลวง เพื่อให้กำลังสนับสนุนเข้าไปช่วยเหลือ แล้วดักซุ่ม หรือ ปล่อยให้กำลังเข้าพื้นที่ที่ถูกโจมตี และปิดล้อมโจมตีด้วยการรวมกำลังจำนวนมาก สนับสนุนด้วยการจุดระเบิดที่วางไว้ก่อนแล้ว หรือยิงจากเครื่องยิงระเบิด หรือระเบิดขว้าง เป็นต้น

             ปัจจัยสู่ความสำเร็จในการบริหารหน่วยในภาวะที่ไม่ปกติผู้นำหน่วยควรคำนึงดังนี้

             1.  การศึกษาสถานการณ์ในพื้นที่รับผิดชอบอย่างใกล้ชิด และพื้นที่ใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง รวบรวมข้อมูลข่าวสาร เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์และแนวโน้ม

              2.  เข้าใจโครงสร้างการจัดกองกำลังแนวร่วม ที่แฝงตัวอยู่ชุมชนหรือหมู่บ้าน รวมทั้งยุทธวิธีที่ชอบดำเนินการ หรือคาดว่าจะดำเนินการ

             3.  วิเคราะห์พื้นที่ บุคคล และรูปแบบที่คาดว่าผู้ก่อความไม่สงบจะดำเนินการ แล้วกำหนดหนทางปฏิบัติไว้ว่าจะแก้ไขอย่างไร

             4.  ตัดสินใจในแนวทางที่ได้ตกลงใจไว้ เพื่อวางกำลังไว้ดำเนินกลยุทธทั้งมาตรการป้องกัน และมาตรการปราบปราม

             5.  ปรับกำลังให้เป็นชุดปฏิบัติการพิเศษจำนวน 3 ชุด เพื่อทำหน้าที่เป็นชุดรบขนาดเล็ก ดำเนินกลยุทธทั้งในที่ตั้ง และนอกที่ตั้ง

             6.  จัดชุดสืบสวนพิเศษ 1 ชุด  เพื่อสืบสวน หาข่าว และติดตามจับกุมผู้ต้องหาในคดีความมั่นคง

            7. จัดชุดมวลชนสัมพันธ์ จำนวน 1 ชุด  เพื่อ สร้างความเข้าใจ และแสวงหาความร่วมมือจากประชาชน โดยใช้โครงการในรูปแบบการพัฒนาชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน เป็นเครื่องมือ เพื่อการเข้าถึงและเอาชนะจิตใจ

            8.  จัดชุดตรวจสถานที่เกิดเหตุ     จำนวน1 ชุด  เพื่อเข้ารักษาสถานที่เกิดเหตุเบื้องต้น มีความสามารถป้องกันตนเองจากการซุ่มโจมตีจากฝ่ายตรงข้าม ก่อนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการ

            9.  ปรับระบบการทำงานจากเชิงตั้งรับเป็นเชิงรุก    ไม่ว่าจะเป็นการรุกด้านการข่าว , รุกด้านมวลชน,และรุกด้านยุทธวิธี  เพื่อป้องกันตนเองและตอบโต้กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ

            10. ผู้นำหน่วยจะต้องคำนึงถึง ขวัญและกำลังใจสู้รบเป็นหลัก ใช้การบริหารกำลังพลโดยการตอบแทนบุคคล สวัสดิการ บำเหน็จความชอบที่เป็นธรรม และมีโอกาสผัดเปลี่ยนหน้าที่ตามความเหมาะสม