แวะมารายงานอีกหนึ่งลุ้นครับ ความจริงคือ ผมส่งหนังสือลาออกจากตำแหน่งรองคณบดีไปแล้วเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และวันนี้มีประชุมคณะกรรมการบริหารคณะ ผมก็กลัวท่านคณบดีจะลืมเซ็นอนุมัติ ปรากฏเมื่อวานเห็นหนังสือเชิญ เรื่องลาออกผมไปอยู่ที่วาระพิจารณา (แฮะ) ผมว่ามันน่าจะอยู่วาระแจ้งเพื่อทราบมากกว่า ซึ่งการประชุมเสร็จสิ้นไปเรียบร้อยแล้วครับ อัลฮัมดุลลิลลาห์ครับ อนุมัติเรียบร้อย เป็นอิสระจากตำแหน่งเสียที สงสัยที่ถูกเอาไปไว้ที่วาระพิจารณาก็เพราะท่านรักษาการคณบดีต้องการพิจารณาคนใหม่ที่จะมาแทนที่นั่นเอง ส่วนจะเป็นใครคงต้องรอคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยตัดสินละครับ ตอนนี้มีรายชื่อที่เสนอขึ้นไปจากคณะ สี่ท่านครับ ส่วนผม 30 ตุลาคม ขอเปลี่ยนไปนั่งที่ห้องสาขาวิชาชีพครูครับ
ในปีนี้ผมมีภาระกิจหลักสามเรื่องครับ คือ วิทยานิพนธ์ สอน และวิจัย ซึ่งหากเอางานบริหารอีก มั่นใจได้ว่าผมคงไม่ก้าวหน้าสักเรื่อง เพราะสังขารตอนนี้ไม่เหมือนก่อนครับ ให้โหมงานหนักแบบเก่าไม่ได้แล้วครับ อย่างน้อยก็สามเดือนข้างหน้า ผมคงทำงานลุยๆ หนักๆ ไม่ได้ ดังนั้นหากแบกงานไว้เหมือนเดิม คงแย่ทุกเรื่อง และผมก็เลือกเอาอะไรที่น่าจะมีความจำเป็นน้อยที่สุดออกก่อน นั่นคือ ตำแหน่งบริหาร (รอบนี้ขอเห็นแก่ตัวบ้างแล้วกันครับ)
ที่สำคัญผมคิดเรื่องลาออกจากตำแหน่งบริหารไว้ตั้งแต่ปีที่แล้วแล้วครับ แต่ทำไ่ม่ไ้ด้เกรงใจหลายท่าน แต่อันนี้ถือว่าครบสัญญาใจระหว่างกัน ได้เวลานายอีย์จะโบยบินสักที
การลุกจากที่นั่งเดิมๆ แล้วเหลียวมองกลับไป ผมว่าเราจะได้การเรียนรู้เยอะแยะมากมายครับ เพราะการนั่งจุดเดิมนานๆ เห็นอะไรเดิมๆ ก็ไม่เกิดปัญญา
ยินดีด้วยนะคะ
พี่หนิงก็อยากปลดตัวเองเหมือนกัน อิอิ แต่ปลดไม่ได้ทำไงดีเนี่ย..หนีไปเที่ยวอเมริกา สักพักดีกั่ว...
ขอบคุณครับพี่หนิง DSS "work with disability" ( หนิง )
ต้องเห็นแก่ตัวนิดหนึ่งครับ จึงจะตัดสินใจทำอย่างนี้ได้ ฮิฮิ
เป็นข่าวที่ไม่อยากรับรู้เลยครับ ครั้งหนึ่งคณบดีคนก่อนถามผมใครเหมาะสมที่จะมานั่งแทนท่าน ผมก็ตอบไปว่า ณ วันนี้ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะมาเป็นผู้นำเพราะ มหาวิทยาลัยโดยเฉพาะคณะอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ แต่ท่านให้ผมตอบ ผมก็ตอบไปว่าเห็นจะมีแค่ท่านรองวิชาการ แต่ ณ วันนี้อ่านข่าวท่านลาออกจากเป็นทีมบริหารวิชาการคณะ ผมยังไม่รู้เลยว่าคณะจะเดินยังไง เพราะอาจคิดแบบเด้กๆเช่นกันว่า ไม่ใช่ใครก็ได้ที่ขึ้นเป็น ณ วันนี้ ไม่ใช่ไม่มีใครที่ไม่มีความสามารถ ผมเชื่อศักยภาพทุกคนมี แต่ความเหมาะสมของห้วงเวลาคือความจำเป็นมากกว่า ไม่อยากเชื่อเลย แต่อีกมุมนึงก็ดีใจที่เห็นอาจารย์ได้พักและมันต้องพักตั้งนานแล้ว ก็คอยดูกันต่อไปแล้วกันครับผมเองไม่อยากยืนอยู่หัวแถว แม้กระทั่งการเป็นบรรณาธิการคณะ เพราะผมรู้จักตัวเองดีว่ายังไงความเกรงใจมันก็ยังอยู่ ขอเป็นผู้มีส่วนร่วมเก็บเกี่ยวประสบการณ์ก่อนจะดีกว่า แต่ก็จะหาทีมงานให้ครับส่วนเรื่องจะนั่งเป็นบรรณาธิการนั้น ถ้าเป็นไปได้อยากให้คนอื่น ตอนนี้อยากเรียนให้จบครับ และอยากสอนให้เต็มที่ครับ ขออัลลอฮฺทรงตอบแทนทุกๆการงานที่ผ่านมา บอกได้คำเดียวครับ "ไม่อยากได้ยินข่าวนี้เลย" แล้วใครจะขึ้นเป็นหละครับ
เคารพในการตัดสินใจของจารุวัจน์ครับ
คำว่า "อิสระ" นั้น ยากที่ใครจะสัมผัสได้ ส่วนใหญ่เป็นอิสระในระดับที่ยังมีพันธนาการเหลืออยู่
แต่หากอิสระ โดยใจอิสระ ไม่ยึดติดตัวตนนั้น เยี่ยมยอดมาก
ศรัทธาเสมอครับผม
เฮ้ๆๆ ยินดีด้วยคร้าบ
ขอบคุณครับอาจารย์ เสียงเล็กๆ
ขอบคุณครับ เอก จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
ขอบคุณครับคุณ suksom
อัลฮัมดุลิ้ลลาฮ หนูรู้สึกใจหายเหมือนกัน แต่หนูก็เชื่อมั่นในการตัดสินใจของอาจารย์ ปรึกษาพระองค์อัลลอฮแล้วใช่ไหมค่ะ อิสระทางกายแต่ถูกพันธนาการทางใจมากกว่าฮิฮิ
สิ่งที่ลำบากใจสำหรับการมีชีวิตอยู่ของหนูคือ คำว่า เลือก บางครั้งเราอาจเลือก และทิ้ง บางสิ่งด้วยอารมณ์ และสมองอันน้อยนิด แต่มีสักกี่ครั้งที่เลือกและทิ้งด้วยกับการปรึกษาพระองค์อัลลอฮ ผู้ที่อยูเคียงข้างเราตลอด 24 ชั่วโมง ถ้ามีโอกาสอินชาอั้ลลอฮ หนูจะกลับไปให้อาจารย์ ใช้แรงงาน หนูภูมิใจกับคณาจารย์ และ บุคลากรทุกคน ที่ทำให้ วันนี้ สังคมมุสลิม มี มหาวิทยาลัย อิสลามยะลา ขอให้อัลลอฮตอบแทนด้วยกับสิ่งที่ดียิ่ง อามีนยาร้อบบั้ลอาละมีน
ขอบคุณครับ [email protected] ที่แวะมาเยี่ยม
รอบนี้จำเป็นต้องตัดสินใจเลือกครับ ไม่งั้นเอาตัวไม่รอดครับ
ฮือ ! ทีนี้ตู ไม่มีปีกช่วยบังคับเลนให้ตูช่วยบินแล้วละทีนี้ หัวหน้าปัจจุบันกว่าจะเข้าขากันได้ กว่าจะลงรอยกัน ต้องเรียนรู้มาเยอะใช้ได้ อยู่ๆต้องมาเรียนรู้หัวหน้าคนใหม่อีก ฮือ !ส่งสัยงานนี้จะต้องนับหนึ่งใหม่อีกรอบ ขอบอกตรงๆเลยครับผมไม่อยากให้ท่านลาเลยครับแต่เพื่อตัวของอาจารย์เองและเพื่อสนองอุดมการณ์ของมหาลัยแล้วนี่คือสิ่งที่ดีที่สุดครับ
ขอบคุณซุลกอรนัยน์
บางทีเส้นทางข้างหน้าอาจจะดีกว่าปัจจุบันก็ได้ ใครจะไปรู้