ชีวิตเสรีที่กรุงชิง


                                             ชีวิตเสรีที่กรุงชิง

         ออกเดินทางมุ่งหน้าขึ้นทางเหนือ     คึกคักเหลือเกินกล่าวออกมาได้

จะไปเที่ยวป่าเขาลำเนาไพร                    โอ้สุขใจเดินทางสู่กรุงชิง

       ไปเก้าคนรถสามนั่งหลังสอง             คนเขียนจองนั่งหลังเมารถยิ่ง

บรรทุกของสัมภาระมากมายจริง               พร้อมทุกสิ่งสรรหาเหมือนเกวียนครัว

       ทั้งหม้อข้าวครกสากเตาโอ่งไห         เต้นท์หลังใหญ่กุ้งเป็ดน่าเวียนหัว

กระเทียมพริกกะปิปลาเป็นตัว                   ด้วยว่ากลัวอดอยากท้องหิวโซ

      แวะซื้อเงาะยกลังสดจากต้น              เลือกนานจนเพื่อนทิ้งน่าโมโห

จำไม่ได้พักที่ไหนเรื่องใหญ่โต                 แกล้งคุยโวตั้งใจแวะกรุงชิง

     โทรศัพท์ไร้คลื่นไร้สุ้มเสียง                ไร้สำเนียงตอบรับเงียบทุกสิ่ง

บ้านทาร์ซานปีนป่ายขึ้นเหมือนลิง             น่ากลัวจริงสูงจังรีบลงเลย

     เพื่อนมาตามจึงรู้พักที่ไหน                 เดินทางไปเขานันไม่อยู่เฉย

พวกเพื่อนพ้องหิวข้าวรอทรามเชย            พิโธ่เอ๋ยหิวกันจนตาลาย

     เข้าถ้ำหงส์แสนสนุกเป็นหนักหนา        ชุบชีวาตื่นเต้นยืดเส้นสาย

ในถ้ำหินหินย้อยมีมากมาย                      เป็นประกายเหมือนเพชรดูแวววาว

     มีน้ำตกในถ้ำตั้งสองแห่ง                   ไร้สิ้นแสงมืดมิดเคยเป็นข่าว

ดั่งสวรรค์ใต้พิภพดงค้างคาว                   บอกเรื่องราวชาวไทยมาเที่ยวกัน

     ออกจากถ้ำอาบน้ำทำอาหาร              สุขสำราญพี่น้องร่วมสังสรรค์

ทั้งกุ้งปลาเป็ดเอยได้แบ่งปัน                   ย่างตรงนั้นกินตรงนั้นในป่าดง

     แม้เมายังระลึกถึงคำสอน                  ไหว้ขอพรสิ่งศักสิทธิ์ตามประสงค์

ช่วยปกป้องคุ้มครองแล้วนอนลง              ในเต้นท์กางอยู่กลางพงพนา

     อันชีวิตคนเราไม่แน่แท้                     อาจผันแปรเปลี่ยนไปตามยถา

มีถูกผิดพลาดพลั้งได้ทุกครา                   ไม่นานช้าทุกคนก็ต้องตาย

     จะเร่งเผาตัวเองไปไยเล่า                   ซดน้ำเมาดื่มด่ำดับกระหาย

ลบเลือนทุกข์ขุ่นข้องหมองใจคลาย           สนุกกายสบายจิตทุกค่ำคืน

      อันตัวน้องชอบดื่มเพียงบางครั้ง          เติมพลังชีวิตเป็นบางหน

สูบบุหรี่ดื่มเหล้าดูซุกซน                          ไม่เคยสนไม่แคร์เสียงติติง

      ที่น้องดื่มพี่เตือนด้วยความรัก              ไม่ควรนักที่ดื่มด้วยเป็นหญิง

น้องก็อยากเตือนพี่เพราะรักจริง                  พี่ยอมแพ้สิ่งใดฤาจึงต้องเมา

      อากาศหนาวยามเช้าหมอกลงจัด          สายลมพัดแผ่วพริ้วในขุนเขา

สายน้ำใสไหลเอื่อยเสียงแผ่วเบา                เสียงนกร้องคลอเคล้าก้องพนา

      นั่งผิงไฟใจสั่นสะท้านหนาว                น้ำค้างพราวสายหมอกลอยมาหา

จิบน้ำอุ่นครุ่นคิดถึงเวลา                          ที่ผ่านมาชีวิตคืออะไร

      โอ้ตัวเราหมกมุ่นอยู่เท่านี้                   หลงวิถีเมืองใหญ่ไม่ไปไหน

ต้องคร่ำเคร่งเช้าค่ำทำงานไป                   ละเลยใจอ่อนล้าลงตามกาล

      หยุดความคิดเดินลงไปเล่นน้ำ             กลางลำธารสายน้อยที่ไหลผ่าน

อยู่เป็นนิจเช่นนั้นมาช้านาน                      แสนสำราญชีวิตมีเสรี

     ได้เวลาต้องไปขึ้นน้ำตก                     รีบงันงกเก็บเต้นท์อย่างเร็วรี่

เดินทางจากเขานันในทันที                      รู้สึกดีจะเห็นแล้วกรุงชิง

     เดินไปสี่กิโลในขุนเขา                       มิใช่เบาสวยงามไปทุกสิ่ง

เดินขาลากลากขาทากมากจริง                 อยากวิ่งแต่ไม่ไหวแรงหมดเลย

      ถึงน้ำตกตกน้ำให้ตัวเปียก                  รีบร้องเรียกเพื่อนพ้องพี่น้องเอ๋ย

มาเล่นน้ำกันเถิดอย่าเฉยเมย                    ใช่จะเคยลงเล่นที่กรุงชิง

      หนานแสนห่าห่าฝนจากภูผา              ธารธาราไหลลงไม่หยุดนิ่ง

กระทบแทกโครมครามรุนแรงจริง              ยิ่งดูยิ่งเห็นจริงสัจธรรม

      จากหยดน้ำน้อยนิด ณ ต้นสาย           กลับกลายเป็นธารใหญ่เย็นชุ่มฉ่ำ

ไหลเอื่อยเฉื่อยเรื่อยเรื่อยทุกเช้าค่ำ            น่าจดจำน่าคิดน่าชิดชม

      อันสายน้ำไหลไปไม่ย้อนกลับ            กาลลาลับไม่หวนควรเห็นสม

ทำสิ่งใดให้คิดพิศอารมณ์                       ตามคำคมควรเชื่อกฏแห่งกรรม

      ได้เวลาถึงคราต้องลาแล้ว                อ่อนแรงแว่วเสียงครวญฟังน่าขำ

สิ้นเรี่ยวแรงฝืนเดินฝ่าดงดำ                    ขอจดจำประทับในใจตน

      อนิสงค์ความดีคุณพระช่วย               ธรรมชาติสวยงามจึงดั้นด้น

ยากลำบากเท่าไรจะจำทน                      ขอเพียงยลสักครั้งก็สุขใจ

     เป็นโชคดีไม่ม้วยกลางป่าเขา             ด้วยตัวเราทำตามความฝันใฝ่

ชอบบุกบั่นป่าเขาลำเนาไพร                   ให้ดวงใจรับรู้ความงดงาม

     เป็นตำนานเล่าขานประวัติศาสตร์        ภัยฉกาจพี่น้องถูกสังหาร

เป็นอดีตขมขื่นมาช้านาน                       เมื่อทางการกวาดล้างคอมฯกรุงชิง

      วันคืนผ่านมีใครจดจำบ้าง                ใครกล่าวอ้างความดีไปหมดสิ้น

เหล่านักสู้เพื่อชาติถูกกลบดิน                  คงได้ยินลูกหลานเรียกวีรชน                   

            

หมายเลขบันทึก: 209306เขียนเมื่อ 16 กันยายน 2008 23:53 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2012 02:09 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (2)

แต่งกลอนเก่งมาก ๆ ค่ะ

อยากได้ภาพที่กรุงชิงสวย ๆ ใครมีขอหน่อยค่ะ แบบว่าไปแต่ตัว บันทึกมาด้วยตาและหัวใจ เลยไม่มีภาพให้เพื่อนดู ขอขอบคุณล่วงหน้าที่กรุณา

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี