สำหรับผมแล้วประชาธิปไตยดีตรงที่ ....ไม่ว่าท่านจะเชียร์หรือต่อต้านใคร .....ไม่ว่าท่านจะเป็นผู้ที่มีอำนาจ มีพวกพ้องมากมาย หรือไม่ว่าท่านจะพูดเสียงดังแค่ไหน....พอมาถึงวันเลือกตั้งแล้ว เราทุกคนล้วนต่างก็มีสิทธิ์มีเสียง "เท่ากัน"

       เหลือเวลาเพียงสัปดาห์เดียวก็จะถึงวันเลือกตั้งแล้วนะครับ นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเขียนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเมือง ...สงสัยผมจะ "อคติ" กับเรื่องการเมืองนะครับ เพราะเพียงแค่พูดว่าจะเขียนเรื่องการเมือง มันก็ทำให้ผมรู้สึกไม่ค่อยจะดีแล้ว ...ขอแก้ใหม่ เอาเป็นว่าผมกำลังจะพูดเรื่อง "ประชาธิปไตย" ก็แล้วกัน ...เป็นการพูดเชิงบวกของประชาธิปไตยนะครับ....

        สำหรับผมแล้วประชาธิปไตยดีตรงที่ ....ไม่ว่าท่านจะเชียร์หรือต่อต้านใคร .....ไม่ว่าท่านจะเป็นผู้ที่มีอำนาจ มีพวกพ้องมากมาย หรือไม่ว่าท่านจะพูดเสียงดังแค่ไหน....พอมาถึงวันเลือกตั้งแล้ว เราทุกคนล้วนต่างก็มีสิทธิ์มีเสียง "เท่ากัน" ...ไม่ว่าท่านจะมีเงินเป็นร้อยล้านพันล้าน หรือยากจนจนแทบจะไม่มีอาหารยาไส้ ...พอไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เราทุกคนต่างก็มีกันคนละหนึ่งเสียง จะสนับสนุน หรือต่อต้าน จะเลือกหรือไม่เลือก ก็เป็นสิทธิ์ของแต่ละคน 

        บางคนอ่านมาถึงตรงนี้ .....บอกว่ารู้แล้วล่ะว่าผมอยู่ฝ่ายไหนหรือเชียร์ใคร? ...ที่ท่านคิดอยู่นั้น ...ไม่ใช่หรอกครับ คนที่รู้จักผมดีจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว ผมเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับที่ท่านคิดไว้ ...ถามจริงๆ เถอะครับว่าจริงๆ แล้วจำเป็นต้องรู้ด้วยหรือว่าผมนั้นอยู่ฝ่ายไหน? ที่หลายคนอยากรู้... เพราะบอกว่าตั้งแต่รู้จักกันมายังไม่เคยเห็นผมแสดง "จุดยืน" ในเรื่องนี้ไว้เลย ไม่เคยเปิดเผยว่าต่อต้านหรือเชียร์ทักษิณกันแน่ ....เพราะแม้แต่ลูกชายผมเขายังแสดงจุดยืนไว้อย่างชัดเจนว่าจะไปกาช่อง "ไม่เลือก" ส่วนแม่ของผมก็โทรมาจากต่างจังหวัดบอกให้พวกเราทุกคนในบ้านเลือกคุณทักษิณ !!

        จริงๆ แล้วผมได้ตัดสินใจไปแล้วล่ะครับว่า จะเลือกอย่างไรในวันที่ 2 เมษาที่กำลังจะมาถึงนี้ เพราะเป็นวันที่ ....พวกเราทุกคนมีสิทธิ์มีเสียงเท่ากัน ...แต่นั่นก็คือการตัดสินใจที่แม้แต่คนที่นอนข้างเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเราเลือกใคร (หรือว่าไม่เลือก) .....ผมชอบประชาธิปไตยก็ตรงนี้นี่แหละครับ เราสามารถตัดสินใจได้โดยไม่ต้องบอกให้ใครรู้ถึงการตัดสินใจของเรา !!