หลังการทำงานต่อเนื่องและยาวนานมาหลายวัน
ผมตัดสินใจไม่ไปทำงานติดต่อกัน
2 วันเต็ม ๆ

ผมปิดโทรศัพท์
เก็บตัวอยู่ในห้องหับของตัวเองอย่างเงียบ ๆ

 

ผมบอกไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมถึงไม่อยากไปทำงาน

แต่ก็รู้ตัวเองดีว่า

ตอนนี้ และเวลานี้ 

เกิดอะไรขึ้นกับตัวเองบ้าง

 

ผมมีอาการปวดเจ็บกล้ามเนื้อไปทั้งตัว
นั่งนานไม่ได้
ขยับตัวแสนยากเข็ญ

ปวดหลังไล่เรียงไปจนถึงเท้า

แขนขวายกไม่ค่อยได้

ขณะที่แขนซ้ายก็ดูโรยแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

 

และทุกครั้งที่ขยับตัว

ก็รู้สึกราวกับว่า

กล้ามเนื้ออันรวมตัวเป็นร่างกาย ปริ - ฉีก ...  เจ็บสะท้าน

 

....

 

การเก็บตัวเองอยู่ในห้องหับ

ไม่มีอะไรดีไปกว่าการนอน ..และนอน

 

ผมพยายามหลายครั้งกับการเปิดบล็อก

แต่จนแล้วจนรอด

ความพยายามทั้งปวงนั้นก็ล้มเหลวลงอย่างไม่เป็นท่า

จนบางครั้ง  ผมก็อดที่จะบ่นพร่ำกับตัวเองแบบขำ ๆ ไม่ได้ว่า..
แก่แล้ว...

 

การพักตัวเองเช่นนี้

ผมไม่รู้จะชวนตัวเองทำอะไรดี

แต่หลังจากที่ชีวิตจมดิ่งอยู่กับการนอนพัก

ครั้นตื่นฟื้น

ก็ชวนตัวเองรื้นค้นตู่หนังสือของตัวเองอย่างยกใหญ่

นานและนานมากทีเดียวที่ผมละเลยกับการเยี่ยมชมตู้หนังสือ

ตอนนี้

ผมแทบไม่รู้เลยว่าหนังสือเล่มใดจัดเรียงอยู่ตรงไหน...

เฉกเช่นกับการไม่รู้เลยว่า

หนังสือเล่มใดเป็นเล่มสุดท้ายที่ผมอ่านจบเล่ม

 

บางทีก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตนัก

แต่กระนั้นก็อดคิดไม่ได้ว่า

การจดจำในสิ่งอันคุ้นเคยไม่ได้นั้น

บางทีอาจเป็นภาพสะท้อนชีวิตที่ยืนยันว่า

บัดนี้

ผมใช้ชีวิตกับการงาน  มากกว่าการใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านแล้วกระมัง

 

 

 

 

 

 

หมายเหตุ..
เป็นความสุข ที่ได้มีเวลามองดูสิ่งรายรอบตัว
ในห้องหับที่คุ้นเคย .(แต่เกือบหลงลืม)