การกลับบ้านของคนไข้แต่ละคน มีความหมายแตกต่างกัน

   ผู้เขียนกลับมานอนสังเกตอาการอีก ๑ ชั่วโมง ที่ห้องฉุกเฉิน นอนนิ่งๆ ในฉากที่เขากั้นไว้ เมื่อความแสบร้อน ค่อยจางหายไป ตามการเวลา ก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่ามันไปรวมกันอยู่ตรงไหน แล้วออกจากร่างกายไปทางใด ร่างกายที่เหมือน ผ้าที่ถูกบิดเป็นเกลียวแน่น แล้วค่อยๆผ่อนคลายลง

 แต่ก็ไม่ได้อ่อนเพลียจนหลับ นอนฟังคนไข้ฉุกเฉิน ที่เข้าออกกันไม่ขาดตอน มีคนโดนสารเคมี มีเด็กตกบันได ญาติๆ ก็พากันชุลมุลเข้าออกไม่หยุด

 แล้วก็ถึงเวลากลับโรงพยาบาลอ่าวอุดม ที่รับผู้เขียนเข้ารักษาแต่แรก โดยรถพยาบาล คราวนี้ เขาให้นั่งไปกับพยาบาล ไม่ต้องนอน แต่พอลงจากรถเขาก็เอารถมาเข็นขึ้นตึก

    "นั่นคุณกลับมาแล้วหรือ"

คนไข้คนเดิมทักทาย และสอบถามอาการ พร้อมกับบอกว่า กินข้าวหรือยัง เขาเอาใส่ชามไว้หัวเตียงนั่น

ผู้เขียนเห็นแล้ว แต่ก็ไม่นึกอยากกิน หิวแต่น้ำ

บ่ายมากแล้ว คุณหมอประจำตัวของผู้เขียน จะได้มาตรวจผลการX-Ray

 ผลการตรวจ ก็เป็นไปตามที่หลายท่านคาดเดาไว้ ไม่น่าจะเป็นอะไรมาก ก้อนแข็งที่พบนั้น เป็นเพียงแคลเซี่ยม ที่มาเกาะหุ้ม รอยต่อของกระดูก ซี่โครงกับกระดูกอก ซึ่งผู้เขียนอาจจะเคย ทำอะไรสักอย่าง เช่นยกของหนักๆ แล้วมีการเคลื่อนตัวของกระดูกข้อต่อ ธรรมชาติจึงสร้างเนื้อเยื่อ ผังผืด มาหุ้ม และแคลเซี่ยมก็มาเกาะด้วย จึงเกิดเป็นก้อนแข็งๆ

  คุณหมอ แสดงความยินดี ที่ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเลย ให้ไปบริหารร่างกาย และสั่งยาแก้ปวดกล้ามเนื้อหนึ่งแผง

  แล้วก็ได้เวลากลับบ้าน

เมื่อผู้เขียนกลับมาที่เตียงอีกครั้ง ก็พบคุณพี่คนนั้น กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าเช่นกัน

 "อ้าวจะกลับแล้วหรือคะ"

พี่เขาเสียงใส เหมือนไม่ได้ผ่านการเจ็บป่วยมา ตอบว่า"ได้กลับแล้ว"

ต่างคนต่างก็เก็บข้าวของ

แต่ ผู้เขียนได้ยินที่ปลายหู  พี่เขาคุยกับคนไข้ที่เป็นโรคไข้เลือดออกว่า

"ต้องกลับเสียที เดี๋ยวไอ้ลูกเขย มันจะพาล่มจมเสียก่อน"

จากนั้นก็ได้ยินพี่เขาบรรยายสรรพคุณ ลูกเขยตัวดี ว่าทั้งขี้เหล้าเมายา ขี้เกียจ ให้ขายของแทน ก็ขายแพงจนขายไม่ออก และอีกสารพัด ด้วยความเกลียดชัง

 การกลับบ้านของคนไข้แต่ละคน มีความหมายแตกต่างกัน

ผู้เขียนเอง รู้สึกปลอดโปร่ง จะมีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับที่นี่ โรงพยาบาล แต่สุดท้ายก็จบลงด้วยความสุข ความสบายใจ

  แต่ก็มีคนไข้อีกหลายคน ต้องนำยาหอบใหญ่ ไปฟูมฟักสุขภาพตนเอง อาจมีญาติ หรือคนรักคอยให้กำลังใจ หรืออย่างโดดเดี่ยวก็ได้

แต่อีกหลายคน กำลังจะกลับไป ต่อสู้กับปัญหาชีวิตปมใหม่เอี่ยม ที่รอท่าอยู่ หรืออาจเป็นปัญหาน้ำเน่า ที่แก้ไม่ตก หมักหมม เหมือนเดิม

 พี่คนนั้น เดินมาลาผู้เขียน พร้อมหอบข้าวของเต็มมือ "ขอให้คุณโชคดีนะ อย่าเจ็บ อย่าไข้" ผู้เขียนยกมือสวัสดี และถามว่า ใครมารับ

พี่เขายิ้มแค่นๆ แล้วว่า "คนอย่างชั้น บินเดี่ยวเสมอ มาเองได้ ก็กลับเองได้ ไม่ต้องห่วง ไปละนะ"

 ชั่วโมงสุดท้ายที่โรงพยาบาลอ่าวอุดมศรีราชา ผู้เขียนต้องขอบคุณ ที่ได้มีโอกาส มานอนเป็นคนไข้สามัญ มาเรียนรู้ มารับฟังเรื่องราวอีกมากมาย ของคนในวันนี้

 ผู้เขียนโชคดี ที่เดินออกจากตึกนี้ อย่างปลอดโปร่งโล่งใจ

และคงมีผู้คนอีกไม่น้อย ที่เดินละจากความทุกข์ที่นี่ เพื่อที่จะไปพบความทุกข์อีกที่หนึ่ง ซึ่งกำลังรออยู่ โดยมิได้นัดหมาย

 โรงพยาบาลยังตั้งตระหง่านรอ ผู้เจ็บไข้เสมอ

เมื่อได้บรรเทาทุกข์ กันได้บ้างแล้ว ต่างก็จากไป อย่างไม่มีความอาวรณ์ โรงพยาบาล ก็ไม่เคยน้อยใจ เมื่อคนเดิม กลับมาครั้งใหม่ โรงพยาบาล ก็เต็มใจต้อนรับเหมือนเดิม

 อย่ารังเกียจ อย่ากล่าวหา ว่า เป็นสถานที่อัปมงคล มิควรกล่าวถึง ซึ่งจะทำให้เพิ่มความซวยให้กับคนพูด

จงหาโอกาส มาแวะ มาเยี่ยม มาดู แล้วจะได้รู้ว่า โรงพยาบาลนี้ เป็นห้องเรียน

วิชาชีวิต ทั้งที่ต้องทดลองด้วยตนเอง และศึกษาจากเพื่อนรอบข้าง

   ขอบันทึกเรื่องราวไว้ เป็นประสบการณ์ ได้เรียนรู้กันต่อไป

ขอให้โชคดี มีสุขทุกท่านค่ะ