เล็ก หรือใหญ่ ไม่สำคัญ สำคัญที่ใจสู้หรือเปล่า เท่านั้น

         

       ผมไม่ค่อยใส่ใจหรือสนใจกับสุขภาพตัวเองสักเท่าไร ส่วนสูงน้ำหนัก สูง เตี้ย อ้วน ผอม  ดำขาว หรือเรื่องการแต่งตัวยิ่งไม่สนใจ อย่างไรก็ได้ขอให้มีชุดใส่ก็พอ น้ำหอมไม่เคยใช้ ใช้แต่แป้งฝุ่นทาหลังอาบน้ำ ครีมกันแดด ครีมทาหน้าทาผิว ไม่เคยแตะ เครื่องประดับไม่ติดตัว จะมีก็เพียงเหรียญหรือพระห้อยคอ และหวมแหวนงาช้างป่า ที่แม่ให้สวมติดตัวเท่านั้น

        ผมไม่ได้วัดส่วนสูงหรือชั่งน้ำหนักนานแล้ว นานจนไม่รู้ว่าชั่งน้ำหนักครั้งล่าสุดเมื่อไร แต่จำได้ว่าน้ำหนักตัวอยู่ราวๆ 46-48 สูง ไม่ถึง 160 เซนติเมตร วันนี้ผมกลับจากลงพื้นที่อุ้มผาง เวลาประมาณเที่ยงกว่า เก็บกระเป๋า พักจนหายเหนื่อยจึงไปกดเงินจากตู้ ATM ที่ตั้งอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งในตัวอำเภอแม่สอด หลังจากกดเงินเสร็จ เห็นเครื่องชั่งน้ำหนัก แบบหยอดเหรียญ จึงควักเหรียญบาทหยอดแล้วก็ขึ้นชั่งน้ำหนักดู  พระพุทธเจ้าช่วย!!  ปรากฎว่าน้ำหนักตัวผมเหลือ 45 กิโลกรัม นั่นหมายความว่าช่วงนี้ น้ำหนักตัวลดลงถึง 2-3 กิโลกรัม

 

   และเมื่อมานึกดูคงจะลดลงจริงๆ แต่ลดลงเพราะไม่ได้เจ็บไข้ได้ป่วย แต่คงเป็นเพราะว่า ช่วง 5-6 วันที่ผ่านมา ผมอยู่แต่ในพื้นที่ไม่ค่อยได้เข้าสำนักงานสักเท่าไร ระยะเวลา ดังกล่าว ผมควบเจ้าสองล้อ ใช้สองล้อคู่ชีพนำพาไปสู่จุดมุ่งหมาย  ฝ่าพันอุปสรรค ขึ้นดอยลงดอยเกือบพันกิโลเมตร  จนร่างกายมันพร่ำบ่นและบอกใจว่าเราเหนื่อยแล้วนะ ไม่ไหวแล้ว อยากพักบ้าง เหนื่อยมาก เพราะ ไม่ได้พักเลย ลงพื้นที่ใช้เวลาอยู่ในพื้นเป็นส่วนใหญ่ ดั่งนกน้อยโผบินออกจากรังแต่เช้า แล้วกลับเข้ารังจนมืดค่ำ ตัวผมเองไม่ผิดกับนกน้อยนั้น แต่ใจมันทรนงว่าตัวเองแกร่งเหลือเกินไม่ยอมพัก ได้พักก็พักแค่ประเดี๋ยวเดียวแล้วก็ไปต่อ ใจมันพร่ำบอกกายว่าทำไปเถอะไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง และไม่ไดทำเพื่อคนใดคนหนึ่งทำเพื่อส่วนรวม ทำเพื่อเด็ก อยากให้เด็กถึงฝั่งฝันแห่งการเท่าเทียมกัน มีโอกาส สร้างโอกาสให้เด็กเขา  ทำตัวเองเหมือนสะพานที่ทอดยาวไปให้เด็กๆข้ามถึงฝั่งฝันแห่งความเท่าเทียม ในเรื่องต่างที่พึงจะได้จะมีนั้น  หลังจากได้ทำแล้ว ผมมีความสุข ยิ้มได้ หายเหนื่อย ด้วยภาพเหล่านี้