ปกครองแบบประชาธิปไตย ทรงมีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุขของประเทศ

ย้อนหลังไปเมื่อ 4500 ปี กล่าวกันว่าชนชาติไทยที่ชาวโลกเรียกว่าไต้มุงก่อเกิดเป็นอาณาจักรไต้มุงตั้งถิ่นฐานอยู่ในลุ่มแม่น้ำเหลืองชื่อเมืองลุงมีความเจริญที่สุด รองลงมาในลุ่มน้ำแยงซีเกียงชื่อเมืองปาและในลุ่มน้ำยั่งจื้อชื่อเมืองเงี้ยว 

 ผู้คนมีอาชีพเพาะปลูก  เกษตรกรรม  อาณาจักรไต้มุงอยู่ในเขตประเทศจีนในปัจจุบัน  ต่อมามีชนชาติไทยบางส่วนได้เคลื่อนย้ายลงมาทางแหลมทองหรือบริเวณสุวรรณภูมิอันเป็นที่ตั้งประเทศไทยในปัจจุบันโดยได้หลอมรวมกับผู้คนที่ตั้งถิ่นฐานอยู่เดิมแล้ว 

 และที่ปรากฏชัดเจนคืออาณาจักรสุโขทัยตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1800 ใช้ระบบการปกครองแบบหัวหน้าเผ่าจนถึงยุคอยุธยา  ธนบุรีและรัตนโกสินทร์ตอนต้น  อาจแบ่งการปกครองเป็น 3 ยุคดังนี้

1 . ยุคสุโขทัย  ปกครองแบบบิดากับบุตร  คือ  ปิตาธิปไตย ( Paternalism )

ชนชาวเมืองมีอิสรเสรี  มีศีลธรรม  ปกครองด้วยธรรม  รับฟังความคิดเห็นของชาวเมือง  ได้รูปแบบการปกครองมาจากพุทธศาสนา

2 . ยุคอยุธยา  ธนบุรีรวมรัตนโกสินทร์ตอนต้น  ปกครองแบบเทวสิทธิ์ ( Divine  rights )  หรือระบบสมบูรณาญาสิทธิราช ( Absolute  Momachy )  ได้รูปแบบมาจากศาสนาพราหมณ์  ที่มีการเปลี่ยนแปลงบ้างก็ในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ  ที่มีการปกครองแบบจตุสดมภ์ ( เวียง  วัง  คลัง  นา ) มีเสนาบดีฝ่ายทหารและฝ่ายพลเรือนรับผิดชอบ

 3 . ยุครัตนโกสินทร์  ปกครองแบบประชาธิปไตย ทรงมีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุขของประเทศ  ตามรูปแบบมาจากการปกครองของอังกฤษ โดยพระองค์ทรงใช้พระราชอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ( Limited  or  constitutional monarchy ) ผ่านองค์กรทั้ง 3 ของรัฐ  ที่ดำเนินไปภายใต้พระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์  

 ถือว่าเป็นระบบผสมระหว่างปิตาธิปไตยกับประชาธิปไตยนั้นเอง.