หมู หมา กา ไก่ เปรียบเทียบกันเข้าไป ไม่เห็นสบายใจขึ้นมา
1
เคยสงสัยไหมว่า บางครั้งมีลูก 2 คน คนที่หนึ่งดี๊ดี อีกคนหนึ่งทำไมไม่ได้ดังใจ แล้วทำไมถึงไม่ดีแบบพี่บ้าง แล้วทำไมถึงไม่ขยัน ตื่นสายอยู่ได้ ลูกบ้านนู้นไม่เห็นเป็นอย่างนี้เลย
รู้อย่างงี้เอาขี้เถ้ายัดปากก็ดี ไก่มันยังตื่นเช้ารู้ไหม ขี้เกียจอย่างหมู ฯลฯ
2
เด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่ง เพิ่งย้ายเข้ามาเรียนกลางเทอมได้ไม่กี่วัน ดิฉันสังเกตเห็นว่านักเรียนคนนี้มีสายตาที่แข็งกร้าว ซึ่งเป็นลักษณะของคนที่ไม่ยอมคน แต่พฤติกรรมที่แสดงออกมา
ไม่ก้าวร้าว จึงเรียกมาพูดคุย ซักถาม ประกอบกับนักเรียนแอบใช้โทรศัพท์มือถือในห้องเรียน ดิฉันทำการยึดโทรศัพท์มือถือ ก็เลยต้องการทำความเข้าใจถึงเหตุผลของการยึดโทรศัพท์ดังกล่าว นักเรียนคนนี้เล่าให้ฟังว่าตอนนี้มาอาศัยอยู่กับป้า เมื่อก่อนอยู่กับแม่ แต่ที่ต้องย้ายมาเพราะไม่ค่อยเข้าเรียน ติด 0 เวลาเรียนไม่ครบ ดิฉันถามต่อไปว่า คิดถึงแม่ไหม เด็กบอกว่า ไม่ อ้าวไม่รักแม่เหรอ รักค่ะ แล้วอยู่กับป้าหรือแม่อันไหนสนุกกว่ากัน น่าเบื่อทั้งคู่แหละ ชอบเอาหนูไปเปรียบเทียบกับหมูกับหมา ที่คุยโทรศัพท์เนื่องจากเพื่อนมีปัญหา จะตีกัน ดิฉันจึงถามว่า ไปยุ่งอะไรกับเขาด้วยตัวเองย้ายมาอยู่ถึงที่นี่แล้ว นักเรียนบอกว่า ก็เพื่อนกันต้องช่วยเหลือกัน ทำไมรักเพื่อนมากกว่าแม่ ก็ไม่ได้รักเพื่อนมากกว่าแม่หรอก แล้วทำไมล่ะอยู่กับเพื่อนมันตื่นเต้นเร้าใจดีหรือไง นักเรียนก็มองหน้า
3
การสอนคน ต้องอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์ วิธีการสอนแบบหนึ่งอาจเป็นที่ประทับใจของคนหนึ่ง แต่ก็อาจไม่เป็นที่ประทับใจของอีกคนหนึ่งก็ได้ และคนส่วนใหญ่มักไม่ชอบและไม่ต้องการที่จะเอาเราไปเปรียบเทียบกับใคร หรืออะไร
เมื่อย้อนคิดไป ตอนที่ดิฉันเด็ก พ่อของดิฉันก็ชอบเอาไปเปรียบเทียบกับคนนู้น คนนี้ สิ่งนู้น สิ่งนี้เหมือนกัน ดิฉันยังเคยบอกพ่อไปว่า ไม่ชอบใจเลย แต่เมื่อมาเป็นครู ก็มีอยู่ครั้งหนึ่งอีกเหมือนกันที่นำนักเรียนไปเปรียบเทียบกับสิ่งต่าง ๆ พวกนี้
คนเราทุกคน มักจะลืมไปว่า ตอนเด็ก ๆ เราต้องการอะไร ไม่ต้องการอะไร ไม่ชอบสิ่งไหน ที่สำคัญสิ่งที่ตนเองไม่ชอบให้ทำแบบนั้น ผู้อื่นก็ต้องไม่ชอบเหมือนกัน
บางครั้ง ความตั้งใจและความมุ่งมั่นต้องการและคาดหวังให้ลูก หรือคนที่เรารักได้ดี มันก็ไม่ผิดหรอก แต่ถ้ามีอารมณ์มาเป็นความรู้สึกร่วมด้วยแล้ว สิ่งต่าง ๆ ก็มักจะเกิดผลในลักษณะตรงกันข้ามเสียมากกว่า และที่สำคัญอย่าลืมว่าวุฒิภาวะของผู้สอนมีมากกว่า เราย่อมสามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่า และไม่ว่าใครก็ไม่ชอบคนที่บ่นซ้ำซาก แต่บางครั้งหรือหลาย ๆ ครั้ง เรามักจะคิดสิ่งเหล่านี้ได้ เมื่อทำไปแล้วเสมอ ดิฉันก็เช่นกัน
4
ดิฉัน มองหน้านักเรียนหญิง แล้วบอกว่า พี่ชายของครูโดนรถชน รู้ไหมว่าใครดูแล วูบหนึ่งของสายตาที่เหลือบมองและเด็กนักเรียนก็บอกว่า แม่ใช่ไหม ดิฉันบอกว่า ใช่ เพื่อนไม่เห็นมาดูแลเลย มาเยี่ยมในช่วงแรก แล้วก็หายไป เมื่อเกิดอะไรขึ้นกับเรา คนที่เสียใจที่สุดก็คือพ่อแม่ ไม่ใช่เพื่อน ถ้าไม่ต้องการให้เขาบ่น ก็ต้องทำให้เขาเชื่อถือและเชื่อใจ ว่าเราเป็นคนดี และเราทำได้
5
หลังจากที่บอกพ่อไปว่า ไม่ชอบให้พ่อเปรียบเทียบเรากับคนอื่น หรือสิ่งอื่นเลย พ่อก็ทำการยกตัวอย่างหรือเล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้ฟังกลาย ๆ แล้ววกเข้ามาสอนเรื่องที่ต้องการให้เรารู้แทน
ชีวิตที่สมบูรณ์ คือ การรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา
ครูแนน
สวัสดีค่ะ คุณครูแนน
เยี่ยมมากเลยค่ะ..ครูมืออาชีพต้องอย่างนี้นน..
เยี่ยมมากเลยครับ เป็นการใช้จิตวิทยาอย่างหนึ่งในการสอนเด็กยุคปัจจุบันเลย ต้องสอนให้เห็นภาพ ยกตัวอย่าง หรือนิทาน ฯลฯ อย่างนี้แหละครับ ถ้าไม่สงวนลิขสิทธิ์ ขอนำไปใช้หน่อยน่ะครับ
คุณครูแนน เป็นบุคคลที่น่ายกย่อง เด็กนักเรียนของคุณครูคงรู้สึกอบอุ่นถ้ามีคุณครูเป็นครูผู้ส่องนำทางเพื่อให้เกิดความสว่างไสวในชีวิต ขอชื่นชมด้วยความจริงใจ
...แนน...คนสวย...ตนที่ดีพร้อม....วรรคต่อไปเติมเอาเองนะ
ครูแนนเป็นครูวิทยาศาสตร์ท่มีคุณภาพรู้จักเปรียบเทียบนำประสบการณ์จริงมาเป็นตัวอย่างและสรุปได้อย่างชัดเจนว่าเป็นอุทาหรสอนใจว่าควรจะหลีกเลียงกับตัวเองโดยวิธีใดสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
ขอขอบคุณ
ท่านผอ.ประจักษ์
คุณมณีแดงคนสวย
น้าสายสมร
และครูคำนวณ มาก ๆ ค่ะ ที่กรุณามาให้กำลังใจ
ครูแนน
ขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจค่ะ
ครูแนน
ครูแนนเป็นคนที่มีจิตใจดี แบบ เซอร์วิช มายด์ ไม่แปลกหรอกค่ะที่จะดูแลนักเรียนได้ดีขอบคุณครูแนนมากค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ชีวิต เป็นการต่อสู้อีกรูปแบบหนึ่ง
บทเรียนแห่งชีวิต เริ่มต้นจากประสบการณ์
และประสบการณ์ จะสร้างชีวิตให้ดี และแกร่ง คงทนต่อสิ่งกระทบ
จงสู้ชีวิต ...ฉลามสู้ ๆ ๆ
สวัสดีค่ะ
* เข้ามาดูเปรียบเทียบค่ะ
* สุดยอดของชีวิตคือรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา
* เป็นกำลังใจให้ค่ะ
เป็นกำลังใจให้ค่ะ!