เหตุเกิดเพราะหมอดูทำนายทายทัก ทำให้ครอบครัวเราได้กำหนดกิจกรรมครอบครัว คือการทำบุญถวายสังฆทานในวันหนึ่ง
แน่ละ ต้องเป็นวันหยุด
การทำบุญสังฆทานเป็นเรื่องปกติที่เราไม่เคยมีพิธีรีตองใดๆ เพียงจัดเตรียมเครื่องอุปโภคบริโภค ที่เป็นประโยชน์นำถวาย จัดตามสไตล์ที่เราอยากจัดหมุนเวียนแต่ละครั้งที่โอกาสมาถึง และพระท่านได้ใช้ประโยชน์ แต่คราวนี้มีโจทย์เพิ่มขึ้นมาอีกหน่อย ก็เลยขึ้นต้นเรื่องนี้ แบบว่ามีโจทย์ คือ มีหมอดูทำนาย ทายไงคะ
คุณหมอดูคนนี้มาอย่างไร
รู้จักผ่านเพื่อนค่ะ เจอกันที่เมืองติดน้ำทะเล เป็นหมอประจำตัวนักร้อง มีชื่อ มีเสียง (แน่นอน^^) จากค่ายดนตรีแห่งหนึ่ง และทำงานในแวดวงสื่อสารมวลชน เพื่อนบอก แม่น แม้น แม่นค่ะ ใครที่ยืนยันหนักแน่นแบบนี้ก็แปลว่ามักจะประสบมากับตัวใช่ไหมคะ อย่างน้อยเราก็ตั้งสมมติฐานไว้ได้
สำหรับฉันแล้ว โดยส่วนตัวเลิกหมกมุ่นกิจกรรมดูดวงดูหมอมานานมากแล้ว แต่สาวน้อยซึ่งอยู่ในวัยรุ่น เป็นที่รู้ๆ กันอยู่นะคะ วัยนี้ชอบดูดวงดูหมอ อยากรู้อยากเห็นอนาคต แม้จะรู้เต็มอกว่าหมออาจจะคาดเดาตามสภาพการณ์ที่พูดคุยกันประกอบกับเรื่องราวที่เป็นศาสตร์แห่งโหรา
วัยเราเมื่อเป็นวัยรุ่นก็เคยอยากรู้อยากลองดูใช่ไหมคะ...สรุปว่า เราก็ดูกันทั้งสามคนพ่อแม่ลูกค่ะ ไม่ให้เพื่อนเสียน้ำใจ...
หลังจากนั้นมา ลูกสาวถามว่าเมื่อไรจะไปทำบุญตามที่หมอดูบอก ถามเหตุผล เธอตอบว่าจะได้มั่นใจว่าไม่แพ้ภัยใดๆ ค่ะ เหตุผลที่คุณหมอแนะนำนั้น ก็เพื่อกำจัดมารทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวุ่นวายของเพื่อนเพศตรงข้าม เรื่องรักๆ ของเด็กวัยรุ่นค่ะ ดิฉันก็คิดว่า ก็ดี ทำแล้วสบายใจ อยากเห็นลูกมุ่งมั่นเรื่องเรียนมากกว่า ปีนี้เป็นปีสำคัญด้วยสิคะ ดิฉันเองยังขอคำมั่นสัญญาจากลูกเลยค่ะว่า "ปีนี้ขอให้เป็นปีที่...ปลอดแฟนเถอะนะ"
ความคิดคนเป็นแม่ไม่ได้คร่ำครึนะคะ ดิฉันมีโอกาสคุยกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน เราคิดเหมือนกัน และพูดตรงกันเลยค่ะ แต่จังหวะจะพูดต้องรอให้เกิดบทเรียนความผิดหวังเสียก่อน...เพื่อนร่วมรุ่นสามคนมีลูกสาววัยเดียวกัน เรียนชั้นเดียวกัน เจออาการความรักเป็นพิษเหมือนกันเลยค่ะ...ส่วนมากเกิดจากการที่จะต้องแยกย้ายไปเรียนต่อต่างถิ่นแดนไกลค่ะ เด็กสมัยนี้รู้จักการตัดปัญหาตั้งแต่ต้นลม...ไม่ทราบเลียนแบบดาราหรือเปล่า?

กิจกรรมทางศาสนาโดยมีนัยยะสำคัญแฝงเรื่องมารร้ายในหัวใจที่ต้องผลักใสให้ไกลๆ จึงเริ่มต้นขึ้น
เรื่องแปลกใจมีอยู่ว่า ข้อกำหนดของการกระทำนี้ต้องให้เรียบร้อยภายในสองสัปดาห์ คือก่อนสิ้นเดือน เพราะหมอ(ดู) กำชับว่า ช้ากว่านี้จะไม่ทันการ ก็ไม่ได้คิดอะไรมากหรอกค่ะ ตอนที่หมอย้ำหนักแน่นมาทางโทรศัพท์ แต่พอเล่าให้ลูกฟัง ลูกก็บอกว่า "แม่ พี่...เค้าจู่ๆ ก็ MSN กลับมาพูดคุยด้วยดีๆ แปลกๆ ยังไงไม่รู้"...อือม์ คุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อ แต่ดิฉันใกล้ชิดลูก เห็นความรู้สึกลูกในช่วงเวลาที่ผ่านมา ดิฉันก็เข้าใจ เห็นใจค่ะ แล้วคุณเชื่อไหมคะ หลังจากทำทุกอย่างตามโจทย์ที่ได้แล้ว เรื่องที่เดาว่าวุ่นวาย เงียบสงบค่ะ ...ไม่มีสิ่งใด (มาร) มารบกวนอีกเลย (เท่าที่แอบจับตามองอยู่ค่ะ)
ลูกสาวดิฉัน เห็นหน้าตาพอดูได้ มีคนชอบก็เยอะ และรู้จักที่จะชอบใครเหมือนกัน แต่แห้วเป็นค่ะ คนเป็นพ่อแม่ก็ได้แต่ปลอบใจ ให้เป็นประสบการณ์ ได้เรียนรู้ว่าชีวิตคนเราก็มีทั้งสมหวัง ผิดหวัง เราเคยทำให้คนอื่นผิดหวัง คนอื่นๆ ก็สามารถสร้างความผิดหวังให้เราได้เช่นกัน ลูกจะเศร้าไปพักหนึ่ง แต่ความสดใสก็กลับคืนมาได้ เพราะสังคมแวดล้อมลูกเป็นสังคมดี ครอบครัวอบอุ่น มีเพื่อนฝูงที่ดี สิ่งแวดล้อมที่ดี เมื่อมีภูมิคุ้มกันแล้ว ลูกก็อยู่ในสังคมได้อย่างเข้มแข็งขึ้น สุขุมขึ้น แม้ต่อมาจะพบอุปสรรคความไม่สมหวัง ก็ยังไม่รุนแรงเท่าการผิดหวังครั้งแรก แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้นะคะ เมื่อแผลเป็นแผลแรกจะโดนสะกิด เมื่อเกิดอยากจะมีการย้อนศร คนที่เจ็บปวดก็ต้องเป็นคนที่เคยเจ็บวันยังค่ำค่ะ
โจทย์งานบุญครั้งที่ ไม่เชื่อแต่ไม่ลบหลู่ เมื่อเรียบร้อย ได้พบคำตอบที่ได้ดั่งใจค่ะ
แต่เชื่อหรือไม่ สิ่งที่ดิฉันได้โดยไม่คาดคิด ก็คือ การได้พาลูกสาวไปทำบุญและพระอาจารย์เจ้าอาวาส ได้กรุณาเทศนาธรรมสำหรับวัยรุ่นโดยเฉพาะค่ะ
เรื่องราวของวัยรุ่นที่วุ่นวาย เพราะการเดินที่ผิดพลาด
ดิฉันและสามีรู้สึกปลื้มปิติยิ่งนักที่เคยคิดที่จะหาช่องทางให้ลูกได้รับการสั่งสอนตักเตือนถึงบาปบุญ เด็กวัยรุ่นที่หลงผิดในเรื่องศีลธรรมเหล่านั้น แต่ไม่รู้จะหาจังหวะตรงไหนอย่างไร และไร้ตัวอย่างใกล้ตัว เพราะกลัวเหมือนเป็นการชี้ช่องหรือโพรงให้กระรอก
พระท่านเทศนาธรรมะให้ราวกับหยั่งรู้ในความต้องการของคนเป็นพ่อแม่ค่ะ
เรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับวัยรุ่นหลงทาง อย่างเช่น พระท่านเล่าถึงเด็กวัยรุ่นมาทำบุญทำสังฆทาน มีเสื้อผ้าเด็กอ่อน ขวดนม ของใช้สำหรับเด็ก คุณฟังแค่นี้คุณก็รู้ว่าผู้ใหญ่เข้าใจว่าอะไรใช่ไหมคะ เด็กวัยรุ่น จะอธิบายตรงๆ ก็รู้สึกยาก แต่เรื่องนี้ผ่านการให้โอวาทสอนสั่งทางธรรม ให้ข้อคิดโดยพระสงฆ์องค์เจ้า ดิฉันถึงได้สบายใจไงคะ...ไม่เพียงแค่เรื่องนี้หรอกค่ะ เรื่องราวเกี่ยวกับเด็กวัยเดียวกับลูกสาวดิฉันที่พระท่านเทศน์ยกมาเป็นตัวอย่างอีกหลายเรื่องเช่น การที่พ่อแม่ส่งลูกไปเรียนต่อหาประสบการณ์ด้านภาษาในต่างประเทศในช่วงวัยนี้ ทำให้ดิฉันคิดว่าพ่อแม่ต้องย้อนกลับมาคิดให้ดีๆ ว่า จำเป็นมากแค่ไหน จะต้องให้ลูกวัยนี้เดินทางไปอยู่กับใครก็ไม่รู้ที่ไม่รู้จัก สำหรับครอบครัวเรา ลูกเองก็สอบผ่าน แต่เราเองก็ขอร้องว่าอย่าเพิ่งไป เพราะเรามีลูกสาวแค่คนเดียว ขอให้ไปหลังจากเรียนจบบรรลุนิติภาวะ ลูกก็เชื่อฟังค่ะ
วันที่มีกิจกรรมทำบุญพร้อมโจทย์สำคัญ นั้น ดิฉันและสามีเรียนชี้แจงพระอาจารย์ท่านค่ะ โชคดีที่ท่านเป็นพระสอนนักเรียนวัยรุ่นในโรงเรียนต่างๆ ของจังหวัดด้วย
แต่คุณเชื่อไหมคะ กว่าจะมาถึงวันทำบุญ ดิฉันเจออุปสรรคทุกระดับของการเตรียมงานการจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภค ตั้งแต่ ...
การหาพระหินอ่อนสีขาวปางมารวิชัย ใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์กว่าจะได้มา แต่ใชคดีที่ได้มาพร้อมกัลยาณมิตรที่ไม่ได้รู้จักกันมาก่อนหน้านั้น ตั้งแต่พี่น้องใน G2K และคุณแม่ของเพื่อนๆ ลูกสาว
มะพร้าวเผา และดอกไม้เจ็ดสี เราขับรถตระเวนหาสี่ตลาดในวันเดียวกันค่ะ ทั้งที่ปกติจะหาได้ในตลาดแห่งเดียวกัน และถึงได้ความรู้เพิ่มเติมด้วยว่า คนไทยหันไปส่งออกมะพร้าวเผาแช่แข็งได้ราคาดีกว่าขายในประเทศ โอ้อะไรจะปานนั้น!
และสุดท้าย วัดที่จะไปทำบุญจะต้องมีชื่อขึ้นต้นด้วยตัว พ.พาน พยัญชนะแรกชื่อเดียวกับสาวน้อยของดิฉัน ซึ่งวัดในตัวจังหวัดมีหลายวัดค่ะ ไม่ว่าจะ พระสิงห์ พวกเปีย พวกช้าง พันแหวน พันอ้น เราคิดทีเล่นทีจริงเกี่ยวกับชื่อวัด "พระ พวก พัน" เราก็กลัวความพัวพัน เราก็เลือกหาพรรคพวกค่ะ แต่ ไปแล้วมีอุปสรรค คือ เจ้าอาวาสไม่อยู่ ติดภารกิจนิมนต์ที่อื่น วัดกำลังมีการเลือกตั้ง สุดท้ายเราไปวัดพันอ้น ซึ่งอยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่(ถนนราชดำเนิน ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ อ่านเพิ่มเติม ที่นี่ และ ที่นี่ ค่ะ) และที่นี่คือที่เกิดความรู้สึกเป็นปิติอย่างที่เล่าข้างต้นนั่นเลยค่ะ
เรื่องเล่าเรื่องนี้ตั้งใจจะเล่าตั้งนานแล้วนะคะ แต่มัวติดงานนั้นงานนี้...เป็นเรื่องที่ดิฉันประทับใจมากและรู้สึกจนทุกวันนี้ว่าตัวเองช่างโชคดีเหลือเกินที่มีโอกาสได้พบเรื่องดีๆ ที่คิดไว้ในใจ ทางเดินชีวิตดิฉันธรรมดาราบเรียบดีจริงๆ ค่ะ
สืบเนื่องจากภาพด้านบน อ่านประวัติ วัดพระธาตุดอยคำ


แวะมาอ่าน...ขอบคุณครับ... ทำบุญสังฆทาน ดีครับ ผมก็ทำเหมือนกันแต่ในยามที่ไม่สบายใจครับ
มาร่วมอนุโมทนากับการสร้างกุศลค่ะ....
โดนใจค่ะ..."ปีนี้ขอให้เป็นปีที่...ปลอดแฟนเถอะนะ"
คิดถึงพี่ค่ะ
(^___^)
สวัสดีค่ะคุณ เขยเพชรบุรี
สวัสดีค่ะคุณน้องคนไม่มีราก
ไม่ว่าจะได้ทำบุญเพราะสาเหตุใดๆ ก็ตาม..นับเป็น "เรื่องดี" จ๊ะ ^^
สวัสดีค่ะ คุณหลานดาว
น้องจ๊ะ
^^ มาไม่เจอกันอีกแล้ว วันนี้แม่ลูกไปช้อปมา...ได้หนังสือ ดร.ชิว อีกสองเล่ม เก็บไว้ล่าลายเซ็นต์สิ้นปีนะ...อ่านจบไปกี่เล่มแล้วจ๊ะ
น้องขจิต ฝอยทองที่ปรึกษา~natadee
สวัสดีค่ะท่าน ผอ. นายประจักษ์~natadee
สวัสดีค่ะ pa_daeng [มณีแดง คนสวย แซ่เฮ]
อ่านหนังสืออาจารย์ชิวหมดครบสามเล่มที่เจ้ให้(ยืม)มาแล้วจ๊ะ ^^ และเขียนเมล์ไปเล่าเรื่องความฝันด้วย ฝัน..รู้ตัวน่ะจ๊ะ และอยากจะถามเรื่องโฟเบียด้วยจ๊ะ
น้องจ๊ะ..
เป็นคนอ่านหนังสือได้เร็วมาก(แต่ก็อาจจะไม่มากเท่าคนอื่น)จ๊ะ แต่ไม่ค่อยจำ เพราะคาดว่าเซลล์สมองบางส่วนไม่ทำงาน/เกเร/เสื่อมสภาพ หนังสือที่ได้มาแต่ละครั้งจะอ่านซ้ำๆ มากกว่าสองรอบเป็นอย่างน้อย รวมถึงหนังสือที่พี่จ๊ะให้มาด้วยจ๊ะ ชอบเปิดไปดูหน้ารูปครอบครัวแล้วนึกในใจว่า.. "ทำไมไม่สวยเอ๊าะๆ เหมือนตัวเป็นๆ (วะ)"
เออ ไหนพี่จ๊ะบอกว่าได้หนังสืออาจารย์ชิวหลายเล่มแล้วไงจ๊ะ แล้วมี "จิตพิกล คนพิลึก" ไหม? (เอ๋..ชื่อนี้หรือเปล่านะ--ขี้ลืม)
รู้สึกจะมีหนังสือบุญที่ออกแบบมาน่ารักหลายเวอร์ชั่น โดยไฮโซ..มั้ง แต่จำไม่ได้ว่ามีอะไรบ้าง
น้องจ๊ะ...เซ็งเป็ดเลย
พิมพ์แล้วหาย...
วันนี้ได้หนังสือ ดร.ชิว สองเล่ม ชื่อ คณิตกล คณิตกวน กับ กฎพิสดารฯ เล่มสอง ส่วนเล่ม จิตพิกลฯ หาไม่พบ... หนังสือเดินทางไปอยู่บ้านแม่ ให้แม่อ่านด้วยจ๊ะ แล้วดูเหมือนจะหมุนเวียนไปบ้านพี่สาวด้วย
อย่าไปดูรูปในหนังสือเลย...แกแก่แก๊แก๋แก๋...ดูรูปปัจจุบันเช้งกะเด๊ะ ดีกว่า(เพราะอยู่ใกล้ลูกสาว เลยได้อานิสงค์...เพราะเธอช่างสรรหามาให้แต่งเติมนั่นนี่...แน่ะ :)
น้องจ๊ะเซ็งยิ่งกว่า เพราะ "คำนำ" ที่พี่คนสวยส่งมานั้น เธอบอกว่าขอไม่เอา เฮ้อๆๆๆ แล้วอันใหม่เมื่อไหร่จะมาเนี่ย??????? เครียดเลย
เมื่อเช้าเจอเจ้ตัวเป็นๆ ได้ทักกันนิดหน่อย และอีกแป๊บๆ ก็ออนเอมเจอกันอยู่ดี คุยกันเรื่องที่พี่จ๊ะหาสปอนเซอร์น่ะจ๊ะ..แบบว่าเอาใจช่วยกันสุดฤทธิ์
พิมพ์ครั้งที่ 16..ขอเปลี่ยนรูปใหม่ไม่ได้หรือจ๊ะ? พี่จ๊ะทำให้ใครๆ งงงวยกับหน้าใสๆ (อานิสงค์จากสาวน้อยแรงจริงๆ)
อย่าเพิ่งไปนอนนะ รอรับ "คำนำ" หลังไมค์ก่อน แล้วช่วยบอกน้องจ๊ะด้วยว่าควรแก้ไขไหม?
น้องจ๊ะ...
พี่จ๊ะยังไปนอนไม่ได้ค่ะ เพราะยังไม่มีคนมาเล่นเก้าอี้ดนตรีเลย (สาวน้อยไปเรียนพิเศษยังไม่กลับบ้านแน่ะ เกือบสี่ทุ่มแล้ว)
วันนี้เจอเพื่อนฝูงที่มีลูกวัยเรียน คุยเหมือนๆ กัน เรื่องเด็กๆ มอหกเรียนพิเศษอะไรกันนักหนา พ่อแม่มีหน้าที่โอนเงินเข้าบัญชีโรงเรียนสอนกวดวิชา...ถ้าเรียนกับครูที่เก่งๆ ช่วงเวลาหัวค่ำเป็นเวลาเรียนเด็กรุ่นน้อง มอสี่มอห้า...) เฉพาะวันเสาร์นี้ลูกพี่มีเรียนสามแห่งรอบเมืองเลย...เหนื่อยแทนเนอะ ทนอีกสามเดือน ^^
ข้อความหาย..เซ็งเป็ดเลย เมื่อกี้พิมพ์ๆ อะไรไปก็ลืมเสียแล้ว สาวน้อยมาแล้วใช่ไหม..
ป.ล.เมื่อกี้พิมพ์ยาวๆ นะ