วันนี้ผู้เขียนมีเรื่องเล่าดีๆ เกี่ยวกับงานส่งเสริมการเกษตรมาฝากค่ะ เรื่องก็มีอยู่ว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วผู้เขียนได้ไปประชุมในพื้นที่ตำบลหนองตาแต้ม อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แล้วก็ได้พบกับวิธีการส่งเสริมการเกษตรของ นายชัยณรงค์ หงษ์ทอง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร 6ว รับผิดชอบงานส่งเสริมการเกษตรในตำบลหนองตาแต้ม ซึ่งร่วมกับ อบต. ในการส่งเสริมการผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้เพื่อการส่งออกโดยมีวิธีการที่น่าสนใจดังนี้ค่ะ

นายชัยณรงค์ หงษ์ทอง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร 6ว
1. แจ้งให้เกษตรกรทุกรายในตำบลหนองตาแต้ม มาขึ้นทะเบียนเกษตรกรต่อศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการส่งเสริมการเกษตร
2. ประสานงานกับ อบต.ในการสนับสนุนงบประมาณ และประสานงานกับนักวิชาการจากสำนักงานเกษตรจังหวัด ในด้านวิชาการเทคโนโลยีการผลิต และเริ่มส่งเสริมอย่างจริงจัง โดยกำหนดให้ ปี 2550-2551 เป็นปีแห่งการรณรงค์การป้องกันกำจัดแมลงวันผลไม้ ของตำบลหนองตาแต้ม

นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกร

3. จัดอบรมให้ความรู้เรื่องการป้องกันกำจัดแมลงวันผลไม้ ให้แก่เกษตรกรและนักเรียนในพื้นที่ พร้อมทั้งแจกวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็น ได้แก่ สารเมทธิล ยูจินอล (สารล่อแมลงวันตัวผู้) เพื่อนำทดลองใช้จริงในสวน

สารเมทธิลยูจินอลและอุปกรณ์ดักแมลงวันผลไม้
4. จัดอบรมให้ความรู้เรื่องการใช้ถุงห่อผลมะม่วง เพื่อป้องกันการเข้าทำลายของแมลง และทำให้ผิวของผลมะม่วงนวลสวย ตามความต้องการของตลาด

การใช้ถุงห่อผลมะม่วง
5. เมื่อจัดอบรมไป ทั้ง 2 ครั้งแล้วให้เกษตรกรนำวัสดุอุปกรณ์ไปทดลองใช้ในสวน จนเกษตรกรเห็นผลและมีความต้องการใช้อย่างต่อเนื่อง หลังจากนั้นได้จัดเตรียมวัสดุต่างๆ สำหรับบริการเกษตรกรในพื้นที่ ดังนี้
- ผู้ที่จะได้รับบริการต้องเป็นผู้ที่มาขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้กับศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประตำตำบล ไว้แล้วเท่านั้น
- กรณีที่ต้องการสารเมทธิลยูจินอล เกษตรกรต้องนำแมลงวันผลไม้ที่ได้จากการดักล่อมาแลก

แมลงวันผลไม้ที่เกษตรกรนำมาแลกกับสารเมทธิลยูจินอล
- กรณีที่ต้องการถุงห่อผล ศูนย์ฯ ตั้งราคาไว้ใบละ 2 บาท โดยในครั้งแรกที่เกษตรกรมาขอรับถุง ยังไม่ต้องจ่ายเงิน จนกระทั่งเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในปีแรกจึงจ่ายเงิน 1 บาท/ใบ และในปีที่ 2 จ่ายอีก 1 บาท/ใบ โดยศูนย์ฯ จะนำเงินที่ได้ไปจัดซื้อถุงห่อผล เพื่อไว้บริการเกษตรกรต่อไปอีก

เกษตรกรมาขอรับถุงห่อผลมะม่วงที่ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล
จากการทำงานดังกล่าว เห็นได้ว่า พี่ชัยณรงค์ มีการทำงานที่เป็นระบบ เริ่มตั้งแต่การจัดทำทะเบียนเกษตรกรเพื่อเป็นฐานข้อมูลประกอบการทำแผนพัฒนาการเกษตรประจำตำบล และมีการให้บริการแก่เกษตรกรที่มาขึ้นทะเบียนเท่านั้น ทำให้เกษตรกรในพื้นที่ต้องมาขึ้นทะเบียนกับศูนย์ฯ ส่วนวิธีการสำคัญก็คือการฝึกให้เกษตรกรเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง และ ต้องนำผลงานมาแลกกับวัสดุอุปกรณ์ในกรณีที่นำแมลงวันผลไม้มาแลกสารเมทธิลยูจินอล หรือการนำถุงห่อไปใช้ก่อนแล้วทยอยจ่ายเงินค่าถุงเมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ซึ่งวิธีการนี้ทำให้เกิดกองทุนหมุนเวียนที่จะช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องของบประมาณเพิ่มอีก

อบต.หนองตาแต้มสนับสนุนสารเมทธิลยูจินอลแก่ศูนย์บริการฯ เพื่อบริการแก่เกษตรกร
และนี่ก็คืออีกวิธีการส่งเสริมการเกษตรที่ดี ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่ายังมีเจ้าหน้าที่อีกมากที่มีวิธีการดีๆ โดยอาจจะแตกต่างกัน แต่มีเป้าหมายเดียวกันคือการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรให้เกษตรกรนำความรู้ไปปฏิบัติเพื่อสามารถผลิตพืชผลที่มีคุณภาพควบคู่กับการมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนนั่นเอง
แวะมาอ่าน....ที่เพชรบุรี ไม่เห็นมีอย่างนี้เลยพี่.....ขอบคุณครับ
ไม่เห็นมีอะไรเลยป้า
แวะมาชมบล็อกหนูบ้างนะพี่ฮวง..
แล้วเมื่อไหร่เจ้าหน้าที่ของเราที่เก่งๆจะมีขวัญกำลังใจในการทำงานดีขึ้นล่ะ..
อ่านบันทึกของพี่มุ่ยฮวงทีไร ได้ความรู้เพียบ กึ่งๆ อิจฉาตาร้อนนิดๆๆ ด้วยค่ะ...อิอิ
พี่ชัยณรงค์ หงษ์ทอง เป็นตัวอย่างที่ดีในด้านการประสานงานกับ อปท. ซึ่งเป็นแหล่งเงินงบประมาณในพื้นที่ครับ
ขอบคุณครับ
เข้ามาติดตามอ่านหลายครั้งแล้วจ้า...พี่ฮวง
มีแต่เรื่องดีๆ มีประโยชน์ทั้งนั้นเยย.....
ชอบๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ให้ความรู้ดี
เป็นวิธีการส่งเสริมการเกษตรที่ดีครับ