คลังเล็งประเมินผลกระทบพันธมิตรไล่รัฐบาล ก่อนปรับเป้าเศรษฐกิจใหม่เดือน ก.ย.นี้

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รักษาการผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สศค. จะประกาศตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพีใหม่อีกครั้ง ในวันที่ 25 ก.ย.นี้ โดยจะนำปัจจัยปัญหาทางการเมืองเหตุการณ์ผลกระทบต่าง ๆ จากเดิมที่คาดว่าเศรษฐกิจปี 2551 จะขยายตัว 5-6%

นายเอกนิติ กล่าวว่า จะมีการนำปัจจัยการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อีก0.25% ต่อปี มาเป็น 3.75% ต่อปี รวมถึงปัจจัยราคาน้ำมันที่ลดลงมาพิจารณาในการปรับตัวเลขเศรษฐกิจใหม่

นายเอกนิติ กล่าวว่า สศค.มองว่าขณะนี้ราคาน้ำมันมีการปรับตัวลงมาก และผลของ 6 มาตรการ 6 เดือน  เพื่อคนไทย ที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อลดลง ทำให้ไม่มีความจำเป็นขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกต่อไป ซึ่งเชื่อว่าอัตราเงินเฟ้อในเดือน ส.ค. จะปรับตัวลดลงจากเดือน ก.ค. ที่อัตราดอกเบี้ยสูงถึง 9.2% ต่อปี

ด้านนางพรรณี สถาวโรดม ผู้อำนวยการ สศค. กล่าวว่า รัฐบาลมีความจำเป็นต้องกระตุ้นการลงทุน ดังนั้น ธปท. ไม่ควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยให้ สูงขึ้น  อย่างไรก็ตาม การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ ธปท. เมื่อวันที่ 27 ส.ค. มีการหยิบยกเหตุผลว่า การขยายตัวเศรษฐกิจยังขยายตัวได้ดีและต้องการเพิ่มดอกเบี้ยให้ผู้ฝากเงินแต่ก็ต้องพิจารณา  การเพิ่มดอกเบี้ยเงินฝากเป็นการเพิ่มขึ้น   ให้คนมีเงินฝากมากหรือคนมีเงินฝากน้อย  จากการจัดสัมมนาเศรษฐกิจสัญจร  ที่จ. พิษณุโลก ผู้ประกอบการบ่นว่ามีต้นทุนจากดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นนางพรรณี กล่าว

ผู้อำนวยการ สศค. กล่าวถึง ผลกระทบกลุ่มพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ชุมนุมประท้วง กดดันให้รัฐบาลลาออกว่า รัฐบาลได้พยายามไม่ใช้ความรุนแรง เพื่อไม่ให้มีผลกระทบทางเศรษฐกิจรุนแรง ซึ่งขณะนี้นักลงทุนต่างประเทศที่มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นมาต่างไม่เข้าใจว่า คนไทยต้องการอะไรในเมื่อขับไล่รัฐบาลออกไป  ก็จะได้รัฐบาลเก่าเข้ามา ก็จะทำให้มีปัญหาประท้วงอย่างนี้ไม่มีวันจบ

สำหรับเศรษฐกิจเดือน ก.ค. 2551 ขยายตัวดีจากการส่งออกที่ขยายตัวได้ดี การบริโภคและการลงทุน  ในประเทศที่ขยายตัวสูงขึ้นขณะที่เสถียรภาพต่างประเทศทุนสำรองของประเทศอยู่ในระดับสูง

สำหรับดัชนีชี้การบริโภคภาคเอกชน เดือน ก.ค.นั้น ภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ขยายตัว 23.3% จาก 7.6% ในเดือน มิ.ย. ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์นั่งขยายตัว 27.5% จาก 29.3% ปริมาณการจำหน่ายรถจักรยานยนต์ขยายตัว 16.3% จาก 7.1% และมูลค่าการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคขยายตัว 48.2% จาก 44.0% โดยการบริโภค    ที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากรายได้ภาคเกษตรที่ดีขึ้นมาก

โพสต์ทูเดย์  กรุงเทพธุรกิจ  28  กรกฎาคม  2551