จึงเรียนมาเพื่อให้มีการทบทวนและพิจารณา
15 มีนาคม2549
เนื่องด้วยประเทศไทยประสบปัญหาทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งในครั้งนี้อย่างมากมาย
เครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี (ANFREL) ใคร่ขอเรียกร้อง
ให้กรรมการการเลือกตั้งทั้งสี่ท่าน
ทบทวนการจัดการเลือกตั้งและการทำงานด้าน
การเลือกตั้งอย่างรอบด้านและเป็นอิสระดังนี้
1. เลื่อนการเลือกตั้งออกไป
เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้แก้ปัญหาการเมือง และ ปัญหาความไม่เป็น กลางของ
กกต. ในทุกระดับเสียก่อน
มิเช่นนั้นการเลือกตั้งดังกล่าวจะไม่สามารถดำเนินไป
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ, บริสุทธิและ ยุติธรรม
ทั้งนี้ยังจะเป็นการให้โอกาส กกต. ตรวจสอบ ตนเองอีกด้วย
2. การให้เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร วันที่ 2
เมษายน จะทำให้การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา
มีปัญหาไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้และจะทำให้ปมปัญหาต่างๆ
ย้อนกลับมาเป็นภาระให้ กกต. ในที่สุด ซึ่งปัญหาที่เกิดกับ กกต.นั้น
จะทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาต่อองค์กรอิสระ และไม่
เลื่อมใสในระบบการเลือกตั้งมากยิ่งขึ้น
3. การที่ กกต.
ยังยืนยันให้มีการเลือกตั้งอีกนั้น
กกต.จำเป็นต้องชี้แจงการใช้เงินในการเลือกตั้ง ดังกล่าวด้วยว่าจะ ต้อง
ใช้ในการเลือกตั้งใหม่ (หลังประกาศผล) ในหลายพื้นที่เขตเลือกตั้งอีก
เท่าไหร่ อย่างไร
และจะทำอย่างไรให้การใช้งบประมาณแผ่นดินเป็นไปอย่างมีความหมาย
คุ้มค่าและใช้เพื่อเสริมสร้างระบอบประชาธิปไตยให้มีความศักดิ์สิทธ์
เพราะขณะนี้มีผู้ไม่พอใจ
อย่างยิ่งต่อการที่นายกรัฐมนตรียุบสภาและให้เลือกตั้งก่อนแก้ไขรัฐธรรมนูญ
และยังจะให้มีการ ยุบสภาอีกครั้งตามมา
ซึ่งเท่ากับจะต้องใช้งบแผ่นดินไปเลือกตั้ง สส. ถึง 2
ครั้งในเวลาใกล้กัน
ขณะที่ประชาชนในหลายเขตจะต้องออกมาเลือกตั้งใหม่อีกหลายครั้งหลังแจกใบเหลืองหรือใบแดง
ดังนี้จะทำให้ประชาชนเบื่อหน่ายและ่สัปสนหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
เมื่อมีการเลือก ตั้งใหม่ของ สส. และ สว.ในเวลาใกล้กันมาก และ
กกต. จะรับภาระการพิจารณาให้ใบเหลือง
และใบแดงกับการเลือกตั้งระดับชาติของ 2 สภาเช่นนี้ได้หรือไม่และจะทำ
อย่างไรที่จะไม่ให้ การเมือง (ที่ไม่ปกติเช่นนี้)
เข้ามาแทรกแซงการพิจารณาถอดถอนผู้สมัครที่จะตามมา
4. กกต.
มีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดในการใช้ดุลย์พินิจครั้งสำคัญว่าผลที่ตามมาของการเลือกตั้ง
ที่จะถึงนี้จะกระทบอนาคตของประเทศโดยรวมอย่างไร
หากการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นผลให้ไม่ สามารถเปิดสภาผู้แทนราษฏรได้
ทางกกต.เองจะรับผิดชอบต่อความเสียหายทางการเมือง และ เศรษฐกิจหรือไ่ม่
และจะเผชิญต่อปัญหาใหม่ๆ ที่คาดไม่ถึงหลังการเลือกตั้งได้อย่างไร
5. ขอให้ กกต.
ตรวจสอบผู้ปฏิบัติงานการเลือกตั้งในทุกระดับว่ามีความเป็นกลางหรือไม่
หรือมี
ความเข้าใจประชาธิปไตยในภาคปฏิบัติเพียงใด
ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ผู้ปฏิบัติงานต้องตกเป็นเครื่องมือ
ทางการเมืองต่อพรรคใดพรรคหนึ่งหรือคอยเอื้ออำนวยผลประโยชน์ต่อผู้มีอิทธิพลดังที่ได้เกิด
ขึ้นในขณะนี้
หากพบว่าได้มีกลุ่มบุคคลดังกล่าวเข้ามาทำงาน กกต.จำเป็นต้องลงโทษ
และ
ให้ออก
จากการทำงานทันที
จึงเรียนมาเพื่อให้มีการทบทวนและพิจารณา