ผู้มีปัญญา พึงเป็นอยู่เพื่อมหาชน / ความเจริญคงมีขึ้นเฉพาะด้านวัตถุเท่านั้น ความเจริญทางจิตใจกลับลดลง(อย่างมาก)

        วันศุกร์ที่ผ่านมาผมเองได้มีโอกาสกลับบ้านสักที หลังจากต้องวุ่นวายกับการเรียนและการทำกิจกรรมที่มหาวิทยาลัย  ระหว่างการเดินทางมีอะไรที่ผมสัมผัสได้บางอย่าง ในยุคสมัยที่เทคโนโลยีเฟื่องฟู 
ความเจริญก้าวหน้าที่เข้ามาทดแทนความล้าหลัง แต่สิ่งที่เราทุกคนคิดว่ามันเป็นความเจริญ 
ในทางตรงกันข้าม ความเจริญคงมีขึ้นเฉพาะด้านวัตถุเท่านั้น ความเจริญทางจิตใจกลับลดลง(อย่างมาก)
ผมคิดว่าคงมีเฉพาะเมืองหลวงกระมังที่เป็นแบบนี้    เดี๋ยวนี้ความเห็นแก่ตัวและความไม่มีน้ำใจเกิดขึ้นแล้วครับ  บนผืนดินที่ผมเองก็คิดว่ามีแต่ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
 ผืนดินที่ผมคิดว่าสิ่งดีงามที่พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ของเราปลูกฝังมานี้  คงยากที่จะทำให้มันหายไปจากคนอีสานได้
          บนรถเมล์สายหนึ่งซึ่งจะพาผมกลับสู่มาตภูมิ คนบนรถแน่นไปหมดจนผมต้องยืนไปจนถึงบขส.ขอนแก่น   แต่ทางแคบๆที่เราใช้เดินบนรถนั้นมีทั้งคุณยาย คุณป้า และสุภาพสตรี ยืนอยู่มากโข 
คนที่นั่งเบาะส่วนมากนั้นเป็นวัยรุ่นเท่าที่ผมคาดเดาก็น่าจะเป็นนิสิตร่วมสถาบันกับผมนี่เอง แต่ละคนแต่งตัวดีมาก  ทั้งโทรศัพท์  MP4 ล้วนเป็นกิจกรรมที่คนหลายคนบนรถทำอยู่
 ผมยืนจับราวด้วยความสะเทือนใจ มือขวาจับราว มือซ้ายถือต้นเอกมหาชัยที่ได้มาจากพ่อครูบาสุทธินันท์  แห่งมหาชีวาลัยอีสาน จ.บุรีรัมย์  มอบให้ ด้วยหวังในใจเล็กๆว่า คงจะมีใครถามผมว่า ถือช่วยมั้ยค่ะ 

ครับแค่ถามก็พอแล้วครับ 
สิ่งที่คาดหวังคงไม่ใช่การที่ผมกลัวหกล้มเนื่องด้วยการจับราวมือเดียวหรอกครับ 
แต่กลัวต้นเอกมหาชัยต้นน้อย ที่ไม่สู้จะแข็งแรงนัก จะหักลงไปก่อนถึงที่ที่มันควรจะอยู่ และได้เติบโตงอกงามแผ่กิ่งก้านสาขา
 อย่างว่าแหล่ะครับ นานาจิตตัง   ผู้มีปัญญา พึงเป็นอยู่เพื่อมหาชน
คำๆนี้ผุดขึ้นมาในห้วงความคิดของผมทันทีที่ได้เห็นเหตุการณ์หลายๆอย่างที่เกิดขึ้นบนรถที่กำลังวิ่งพาเราทุกคนบนรถเดินทางไปสู่จุดหมายเดียวกัน
  ผู้บริหารคงต้องมานั่งทบทวนคำคำนี้หน่อยน่ะครับ ...
ปรัชญาที่แสดงถึงความเจริญงอกงามทางการศึกษา   การศึกษาที่สอนคนให้เป็นคน  สิ่งดีงามที่การศึกษาสอนและปลูกฝังเรามาตลอด
ปัจจุบันเรายังคงใช้คำนี้ได้มั้ยน้อ  น่าคิดเหมือนกันน่ะครับ...