สวัสดีครับ

มีเรื่องเล่าที่อยากนำมาแบ่งปันครับ

หนึ่งสัปดาห์ที่ไม่ได้อยู่ทำงานประจำ  เพราะว่า จันทร์ถึงพุธไปอบรมที่ศิริราช 

เรื่องการทำหมันแห้งและหมันชาย(ทบทวนความรู้สำหรับแพทย์ทั่วไปเช่นผมครับ)

 

ต่อมาวันพุธเย็นถึงวันอาทิตย์บ่ายๆ 5 วัน อยู่การอบรมภาวนาคือชีวิต ที่เชียงใหม่

มีท่านอาจารย์วิจักขณ์  พานิช เป็นอาจารย์...สอนและนำการภาวนา...

 

5 วันที่จมแช่กับการภาวนาที่เข้มข้น  ทำให้ได้ความสงบ  ได้เรียนรู้และเข้าใจภายในตัวเองมากขึ้น

กับชีวิตที่ผ่านมาตลอด  แม้ว่าเราจะพยามปฏิบัติแต่ก็หาได้พบความสงบรู้จักตนเองมากเท่ากับเวลานี้

แม้ว่าจะไม่ทั้งหมด  แต่ก็เป็นอีกจุดหนึ่งนที่ดีของชีวิต...

 

กิจกรรมที่เกิดขึ้นเน้นการปฏิบัติ นั่งภาวนานานเป็นชัวโมงสลับกับการเดินภาวนา

ได้เรียนรู้ถึงสายธรรมการปฏิบัติอีกสายหนึ่งคือพุทธแบบวัชรยาน  ได้ฝึกการเข้าถึงความตื่นรู้อีกแบบ

เป็นการเปิดกว้างสำหรับเราเอง 

      เป็นการเชื่อมโยงการปฏิบัติเดิมที่ทำอยู่  กับเรื่องราวใหม่ๆ  เส้นทางหรือวิถีอาจจะต่างกันเล็กน้อย

  แต่เชื่อว่าเป้าหมายปลายทางน่าจะเป็นสิ่งเดียวกัน....

 

  สรุปคือการนั่งภาวนาครั้งนี้ทำให้เข้าใจความหมาย  และความสำคัญของสมาธิและการภาวนามากขึ้น

  และเน้นยำให้เห็นถึงความสำคัญของการรู้เนื้อรู้ตัว  การตื่นรู้กับปัจจุบันขณะ  การไม่ยึดติดในอัตตาและรู้สึกเชื่อโยงเป็นหนึ่งกัยธรรมชาติ  และสภาวะธรรมเดิมแท้....

 

     อาจารย์เน้นย้ำบ่อยๆว่า เราไม่ได้ตั้งเป้าหมายว่าการภาวนาจะเกิดสภาวะจิตที่แนบนิ่ง ตื่นรู้หรือพร้อมในทันที  แต่เราเน้นความรู้สึกตัว  ขณะที่เราปฏิบัติ...

   การภาวนาที่เป็นรูปแบบครั้งนี้เป็นเพียงรูปแบบหรือ model จำลอง  ที่เราจะนำไปใช้ในชีวิตจริง

  

  อีกมุมหนึ่งคือผู้เข้าอบรม...18 คน  มาจากทุกที่ทั่วไป  กรุงเทพ  สงขลา  และทุกคนคือผู้แสวงหาความอิสระที่แท้จริง....

   พลังที่มีของแต่ละคนนั้น  เป็นส่วนสำคัญที่เกื้อหนุนกันและกัน...

 

  วันนี้เป็นวันแรกที่เผชิญกับชีวิตจริง...

  พยามรู้เนื้อรู้ตัว  รู้รูปนามที่ผ่านเข้ามา...

  และจะเป็นการเริ่มต้นอีกครั้ง(หลังจากช่วง peak  ที่ท่านอาจารย์กะปุ๋มได้มาช่วยเหลือ แนะนำที่ปาย)

 

 สุพัฒน์ 25 สค 2551 12.30