เลือกทำสิ่งที่ชอบ..."คำตอบ" ของชีวิต

  ติดต่อ

  ปล่อยให้มันล่องลอย ปล่อยให้เกิดเป็นกระแสแห่งพลัง ปล่อยให้มันไหลไป ให้มันได้พบกับพลังอื่นที่อยู่รอบๆ ตัวท่าน ในไม่ช้าท่านจะเห็นได้ชัดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าจะหลอมรวมเชื่อมต่อได้อย่างไร ปัญหากลายเป็นว่าท่านลืมไปแล้วว่าจะปล่อยให้ลื่นไหลได้อย่างไรต่างหาก ทันทีที่ท่านถูกปล่อยพลังงานให้ไหลไป การบูรณาการก็จะเกิดขึ้น....  

        เมื่อเช้าผมได้พูดถึง "ผู้กล้า" ทั้งหลายที่สามารถตัดสินใจเลือกทำใน "สิ่งที่ตนชอบ" เป็นการให้ "คำตอบ" กับชีวิตที่ไม่ติด "พันธนาการ" ...สามารถเลือกทำงานที่ใฝ่ฝัน สามารถเติมสีสัน และสร้างพลังให้กับสิ่งต่างๆ ได้อย่างไม่มีข้อจำกัด ...ทำให้ผมนึกถึงข้อความตอนหนึ่งในหนังสือ "วุฒิภาวะ: Maturity" (ที่กำลังจะออกปลายเดือนนี้) ...มีข้อความตอนหนึ่งว่า....

   "....จงทำสิ่งที่ท่านชอบ และสิ่งที่ทำให้ท่านมีความสุข  – ความเพลิดเพลินเดินมาจากจุดในสุดตรงศูนย์กลางของท่าน ถ้าท่านทำบางสิ่งบางอย่างอยู่ และท่านรู้สึกเพลิดเพลินไปกับมัน แสดงว่าท่านกำลังเชื่อมต่ออยู่กับจุดศูนย์กลางของตัวท่าน แต่ถ้าท่านทำบางสิ่งบางอย่างแล้วไม่รู้สึกเพลิดเพลินไปกับมัน แสดงว่าท่านไม่ได้เชื่อมต่อกับจุดศูนย์กลาง

....ข้าพเจ้าใช้หลักการนี้ จนมันกลายเป็นกุญแจที่สำคัญในชีวิตของข้าพเจ้า ตราบใดก็ตามที่ท่านรู้สึกเพลิดเพลินกับบางสิ่ง ท่านกำลังวิ่งเข้าไปในจุดศูนย์กลาง ความเพลิดเพลินเป็นตัววัดว่าท่านได้เข้าสู่จุดศูนย์กลางหรือไม่ หากท่านไม่เพลิดเพลิน ท่านไม่ได้เข้าสู่จุดศูนย์กลาง จงอย่าไปบังคับมัน มันไม่จำเป็น ถ้าคนเห็นว่าท่านบ้า ก็ปล่อยให้พวกเขาคิดไป ภายในเวลาไม่กี่วัน ด้วยประสบการณ์ตรงของท่าน ท่านจะพบว่าที่ผ่านมานั้นท่านได้พลาดชีวิตของท่านไปอย่างไร ท่านกำลังทำสิ่งต่างๆ นับร้อยนับพันอย่างทั้งๆ ที่ท่านไม่เคยรู้สึกเพลิดเพลินเลย แต่ท่านก็ยังทำมันอยู่เพราะว่าท่านถูกสอนมาให้ทำเช่นนั้น ท่านทำไปตามหน้าที่ของท่าน

....ท่านจับมือกับคนที่ท่านได้พบ – อย่างเย็นชา ทำไปโดยที่ไม่มีความหมายใดๆ ไม่มีการสื่อสารในการกระทำนั้น ไม่มีความรู้สึกที่อบอุ่น มันเป็นเพียงแค่มือที่ตายแล้วมาจับกัน พร้อมคำกล่าวว่า “สวัสดี” ท่านได้เรียนรู้การกระทำที่ตายซาก ท่าทางที่เย็นชา ท่านกลายเป็นเหมือนของที่ถูกแช่แข็ง ท่านเป็นก้อนน้ำแข็ง แล้วท่านยังจะมาถามว่า “จะมีวิธีเข้าไปในจุดศูนย์กลางของชีวิตได้อย่างไร?”

จุดศูนย์กลางนั้นมีอยู่เมื่อตัวท่านอบอุ่น เมื่อตัวท่านลื่นไหล หลอมละลายอยู่ในความรัก มีความเบิกบาน มีการเต้นรำ มีความยินดี มันขึ้นอยู่กับท่าน ขอเพียงแต่ท่านทำในสิ่งต่างๆ ที่ท่านรัก ท่านก็จะมีความเพลิดเพลิน ถ้าท่านไม่เพลิดเพลินก็จงหยุด หาสิ่งอื่นที่ท่านเพลิดเพลินทำแทน ข้าพเจ้ายังไม่เคยพบใครที่ไม่รู้ว่าตัวเองเพลิดเพลินอยู่กับอะไร คนส่วนใหญ่อาจเพลิดเพลินอยู่กับสิ่งหนึ่ง แล้วก็อีกสิ่งหนึ่ง แล้วก็อีกสิ่งหนึ่ง เพราะชีวิตนี้กว้างใหญ่มาก จงอย่าเอาแต่หมกหมุ่นอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ปล่อยให้มันล่องลอย ปล่อยให้เกิดเป็นกระแสแห่งพลัง ปล่อยให้มันไหลไป ให้มันได้พบกับพลังอื่นที่อยู่รอบๆ ตัวท่าน ในไม่ช้าท่านจะเห็นได้ชัดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าจะหลอมรวมเชื่อมต่อได้อย่างไร ปัญหากลายเป็นว่าท่านลืมไปแล้วว่าจะปล่อยให้ลื่นไหลได้อย่างไรต่างหาก ทันทีที่ท่านถูกปล่อยพลังงานให้ไหลไป การบูรณาการก็จะเกิดขึ้น....

....มันเป็นช่วงเวลาที่หาได้ยาก – ที่เป็นเช่นนี้ เพราะว่าพวกเราไม่รู้เคล็ดลับที่สำคัญ เคล็ดลับที่ว่านี้ก็คือท่านต้องรู้สึกเพลิดเพลิน อยู่กับช่วงเวลาในขณะนั้น เมื่อใดก็ตามที่ท่านเพลิดเพลินอยู่กับมัน ท่านก็จะเชื่อมต่อกับจักรวาล – เพราะจุดศูนย์กลางของท่านคือจุดศูนย์กลางของสรรพสิ่ง"

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Beyond "KM"

หมายเลขบันทึก: 20272, เขียน: , แก้ไข, 2012-06-22 13:11:22+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 8, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #uncategorized

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (8)

สุรีย์
IP: xxx.113.16.250
เขียนเมื่อ 

การทำงานอย่างไรให้มีความสุขไม่ใช่เรื่องยากไม่ใช่เรื่องง่าย

เมื่อทำงานที่เราบอกว่าไม่ชอบแต่ผลงานที่แสดงชัดเจนว่าดี นั่นแสดงให้เห็นว่าเราไม่รู้จักตัวเราเอง ในทางตรงกันข้าม

เมื่อเราบอกว่าเราชอบงานนี้แต่ผลงานออกมาไม่ค่อยดี เราเครียด เราไม่มีความสุข เช่นนี้หรือที่บ่งบอกว่าเราชอบงานนี้

แท้จริงแล้วงานที่เราบอกว่าไม่ชอบต่างหากที่เราทำด้วยใจ และทำให้เรามีความสุข

jc
IP: xxx.28.27.3
เขียนเมื่อ 

เข้ามาอ่านสองรอบแล้วค่ะ

รอบแรก อ่านไปแล้ว เก็บไปคิด เอาประสบการณ์ตัวเองมาคิดต่อ

รอบนี้ ก็เลยอยากเรียนอาจารย์ค่ะว่า เป็นอย่างนั้นจริงๆ ว่างานที่ชอบก็จะไม่รู้สึกเหนื่อยเบื่อ

บางทีงานก็แบบเดียวกัน แต่พอรู้ว่าทำเพื่ออะไร ความชอบก็เปลี่ยนได้เหมือนกันค่ะ

อย่างเรื่องทำกับข้าว (ขออนุญาตยกเรื่องใกล้ตัวที่สุด) ถ้ากลับบ้านไปทำกับข้าวให้พ่อกับแม่ และรู้ว่าพ่อกับแม่ชอบอะไร ก็ทำอย่างนั้น ขณะที่ทำก็จะมีความสุข เวลาเห็นท่านกินข้าวอร่อยก็มีความสุข ก็เป็นพลังที่ปลดปล่อยและเลื่อนไหลระหว่างพ่อ แม่ และตัวเองด้วย

แต่ถ้าอยู่คนเดียว การทำกับข้าวบางทีก็รู้สึกว่าเสียเวลาจัง น่าจะเอาเวลาไปทำงานแทนการมายืนเคี่ยว ยืนต้ม การทำอาหารก็จะรวดเร็ว ง่ายๆ เผลอเวลากินก็รีบ เพื่อเอาเวลาไปทำอย่างอื่น เลยกลายเป็นไม่มีความสุขในการทำ การกิน แล้วก็ไม่สบายท้องเวลากลับไปทำงาน คงเพราะไม่ได้ปลดปล่อยพลังให้มีความสุขขณะทำนะคะ

เดี๋ยวจะกลับมาอ่านรอบสาม เผื่อว่าอาจารย์มีความเห็นต่ออย่างไรค่ะ

 

พี่เม่ย
IP: xxx.170.234.8
เขียนเมื่อ 

ค่ะ..คนเราทุกคน..สามารถสร้าง"ความสุข"ได้ด้วยการทำในสิ่งที่ตนชอบ (แต่..ต้องไม่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพพื้นฐานของคนอื่นด้วย..?)

ปารมี
IP: xxx.12.74.7
เขียนเมื่อ 
สำหรับตนเอง คิดว่าชีวิตเกิดมาพร้อมกับ "พันธนาการ" หรือจะเรียกว่าเป็น ภาระความรับผิดชอบก็ได้ ตั้งแต่เกิด เราก็อยู่ใน พันธะของการเป็น "ลูก" ในครอบครัว เป็น "เด็กนักเรียนในรร." .... จนเป็น "คนหนึ่ง" ในที่ทำงาน  เพียงแต่เราสร้างคุณค่าของตัวเองอย่างไรในแต่ละพันธะ เหล่านั้นแล้ว แล้วเราก็จะได้ทั้ง ความสุข และ ความสำเร็จ ในพันธนาการนั้นๆ
ประพนธ์
IP: xxx.151.216.4
เขียนเมื่อ 

ฝากประเด็นมาเพิ่มเติมครับว่า "พันธนาการ" กับ "ความรับผิดชอบ" ...ผมว่าน่าจะเป็นคนละอย่างกัน ...ในหนังสือ "หลุด" osho อธิบายว่า "เป็นการหลุดจากพันธนการ ไปสู่บางสิ่งบางอย่าง" และท่านยังได้เน้นอีกด้วยว่า "อิสรภาพนี้ต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบ" ...ตกลง "หลุด" จากพันธนาการ แต่ไม่ "หลุด" จากความรับผิดชอบครับ

จุมพฏ
IP: xxx.144.143.4
เขียนเมื่อ 

ขอเสริมจาก อ.ประพนธ์นะครับ คือตรงนี้การใช้ภาษาไทยว่า ความรับผิดชอบมันไม่ชัดเจนเท่าคำว่า responsibility

คำว่า ภาระความรับผิดชอบตามความหมายในปัจจุบันนี่แหละครับ ตัวพันธนาการ "ความรับผิดชอบ" เป็นคำที่ไม่มีอยู่แต่เดิมครับ ภาษาไทยเดิมเราคือ "รู้ผิดชอบ" เป็นอาการรู้ ภาษาอังกฤษคือ responsibility หรืออาจแปลตรงๆ คือ การรับผลที่ตามมา ในปัจจุบันเราพูดถึง "ความรับผิดชอบ" ในฐานะสิ่งของที่เราเลือกที่จะรับหรือไม่รับก็ได้ ถ้ารับดูเหมือนจะดี ถ้าไม่รับดูเหมือนจะผิดหรือบาป เช่น เรามีงานต้องทำ (ต้องรับผิดชอบ) แต่เลือกที่จะไม่ทำ (ไม่รับผิดชอบ) แต่สิ่งที่ตามมาเราเลือกไม่ได้ เหมือนเรื่องกฏแห่งกรรม หรือเรื่อง vision ของจริยธรรมน่ะครับ เมื่อเลือกปลูกมะม่วงก็ได้มะม่วง ย่อมไม่ได้มะเขือแน่นอน ดังนั้นการไม่ทำงาน ไม่ได้แปลว่าไม่รับผิดชอบครับ แต่แปลว่าเลือกที่จะไม่ทำงาน และยอมรับ (รับผิดชอบ) ในผลที่ตามมา คืองานไม่เสร็จไงครับ เห็นไหมครับ พันธนาการกับความรับผิดชอบเป็นคนละตัวกัน และคำว่า "ภาระความรับผิดชอบ" นั้นไม่มีอยู่ตรงไหนเลย

Osho เคยพูดถึงเรื่องนี้เหมือนกันครับ สิ่งที่เราเรียกกันว่า "ความรับผิดชอบ" ในปัจจุบันนั้น Osho ก็เรียกว่าเป็นพันธนาการ เราไม่จำเป็นต้องอยู่กับพันธนาการ เรามีอิสระที่จะเลือกและทำได้อย่างเต็มที่ จะทิ้งงานก็ได้ จะทิ้งลูกก็ได้ จะไม่จ่ายภาษีก็ได้ แต่เมื่อเลือกที่จะทำก็ไม่สามารถหนีจากผลที่ตามมา นั่นคือ "ความรับผิดชอบ" ที่แท้จริง สิ่งนี้แหละครับที่เป็นพลังของเหล่าผู้กล้าทั้งหลาย เพราะหลายคนถูกพันธนาการอยู่กับ "ความรับผิดชอบ" ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาด้วยมายาคติของเราเอง เช่น หน้าที่การงาน ตำแหน่ง หรือแม้แต่ความเป็นพ่อแม่ ความเป็นลูก ซึ่งล้วนไม่มีอยู่จริง มีแต่ทางเลือก กับผลที่ตามมาเท่านั้นแหละครับ แม้แต่การที่เราคิดว่าเราต้องสร้าง "คุณค่าของตัวเอง" นี่ก็เป็นอีกมายาคติหนึ่งครับ เป็นอีกพันธนาการหนึ่งเหมือนกัน ตัวเราไม่มีคุณค่ามากไปกว่านี้หรือน้อยไปกว่านี้หรอกครับ

บางคนไม่กล้ากบฎต่อพ่อแม่ กลัวท่านจะเสียใจ ท่านให้เรียนก็เรียน ให้ทำงานก็ทำงาน ให้แต่งงานก็แต่งงาน อยู่กับพันธนาการนี้ตลอด แล้วก็พยายามปลอบใจตนเองว่าเป็นลูกกตัญญู ไม่ทำให้พ่อแม่เสียใจ  หากจริงๆ แล้วมันเป็นเพียงทางเลือกเท่านั้นเอง เขาเลือกที่จะไม่แสดงออกถึงวุฒิภาวะ และขาดปัญญาญาณ จึงติดอยู่ในพันธนาการ ตรงนี้ขอโทษนะครับ อาจจะฟังดูแรง เรามีลูกบางครั้งเราก็ต้องตีลูก ดุลูก เพื่อให้ลูกเดินตรงทางใช่ไหมครับ ในทางกลับกันครับ เมื่อเราประกอบด้วยวุฒิภาวะ (ไม่หลงตัวเองนะครับ) บางครั้งเราก็ต้องตีพ่อแม่ (ด้วยปัญญาญาณ) เช่นกันครับ แต่หากพ่อแม่เราก็ประกอบด้วยวุฒิภาวะและปัญญาญาณ เมื่อเรามีวุฒิภาวะเพียงพอที่จะมีอิสรภาพที่แท้จริง เพียงมองตากันก็เข้าใจแล้วครับ

mayana
IP: xxx.28.180.130
เขียนเมื่อ 

ชอบมั๊กๆ ถูกใจเจงๆเลย เป็นคำตอบที่โดนใจมากๆ เพราะเคนต้องเป็นและณู้สึกเช่นนั้นมาแล้ว ตอนที่เราต้องรับผิดชอบโครงการหนึ่งอย๋แล้วมีปัญหาในการทำงาน ความรับผิดชอบบอกว่าให้เราทำต่อไป แม้เราจะรู้สึกไม่ค่อย happy เท่าไรแล้ว เมื่อจบโครงการ มีผู้ใหญ่มาถามให้ทำต่อ เราบอกขอเลือกทำสิ่งที่ทำแล้ว happy มากกว่าในตำแหน่งที่ดูเหมือนดีกว่า ใครว่างั๊ยเราไม่สน เราสนว่าเรามีความสุข ทำแล้วเราสนุก และมีโอกาสเติบโตทางความคิดและจิตวิญญานมากกว่า ไม่รู้คนอื่นเห็นว่างัยบ้างค่ะ

สุทัศน์ CM.
IP: xxx.57.165.148
เขียนเมื่อ 
ผมเห็นด้วยกับคุณ mayana มั๊กๆครับ