เราหันกลับไปมองบ้านของเราบอกเขาเบา ๆ ว่า “ แล้วลูกจะมาเยี่ยมใหม่นะ ...“

     

                   

                         วันพุธที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๑....เวลา ๐๕.๓๐ น. เราตื่นนอนด้วยความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าและอิ่มเอมเป็นที่สุด แสดงให้เห็นถึงการที่ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ในมโนสำนึกได้ย้ำเตือนถี่ ๆ ให้มีความรู้สึกว่า....... นี่เธอเป็นครั้งแรกในรอบเกือบเจ็ดปีซินะ...ตั้งแต่มาทำบุญร้อยวันให้พ่อเมื่อมกราคม ๒๕๔๕ เธอไม่เคยได้นอนบ้านเลยนะ

                        บ้านของเราที่พ่อและแม่ได้สร้างไว้ให้ก่อนที่ท่านทั้งสองจะลาจากพวกเราไป ใช่เรามาบ้านครั้งนี้เป็นครั้งที่สามแล้ว ตั้งแต่เกิดความไม่สงบขึ้นในดินแดนบ้านเกิดของเรา แต่ไม่เคยเลยที่จะได้เอนหลังบนที่นอนเช่นคืนที่ผ่านมา

                        ได้ยินเสียงกุกกักในห้องครัวซึ่งเปิดไฟสว่าง หันไปดูที่นอนน้องสาวไม่เห็นเจ้าของที่นอน ก็เลยลุกขึ้นไปดูในครัวก็ได้เห็นน้องสาวกำลังทำกับข้าวอยู่และหันมาบอกเราให้อาบน้ำแต่งตัวใส่บาตรเถอะพระจะมาบิณฑบาตประมาณหกโมง เราเลยรีบไปอาบน้ำแต่งตัว

                        หกโมงตรงพระก็มาบิณฑบาต เป็นพระจากวัดศรีมหาโพธิ์สององค์ เห็นหลวงพี่แป๊ะเดินนำหน้าหลวงพี่อีกองค์หนึ่ง หลวงพี่แป๊ะท่านเป็นผู้โกนหัวให้เราตอนเราลาบวชเมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๓๖ และมีพระจากวัดบุราณประดิษฐ์อีกหนึ่งองค์

                        ใส่บาตรพระเรียบร้อย ก็ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์น้องสาวไปยังวัดศรีมหาโพธิ์ เพื่อกราบท่านพระครูโสภิตโพธิกุล(พระปลัดกระจ่าง ติสฺสวโร) เจ้าอาวาส และได้สนทนาธรรมกับท่านครู่หนึ่ง ก็กราบลาไปเยี่ยมผู้ใหญ่ที่หน้าวัด

                        ถึงหน้าวัดก็ไปบ้านพี่แอ๋วน้าอั้น สวัสดีพี่แอ๋วและน้าอั้น แล้วเข้าไปเยี่ยมป้าลัดดาซึ่งนอนป่วยอยู่เห็นป้านอนหลับในห้อง (ป้าลัดดาเป็นผู้มีพระคุณกับครอบครัวเรามาตั้งแต่ผมยังไม่เกิด) ก็ยกมือไหว้ท่านจากหน้าต่างห้อง แล้วรีบกลับบ้าน เพราะรถไฟไปหาดใหญ่จะถึงสถานีปัตตานี(โคกโพธิ์)เวลา ๐๗.๑๕ น.

                         เก็บผ้าเช็ดตัวใส่กระเป๋าซึ่งจัดไว้เรียบร้อยก่อนนอน แล้วขึ้นไปกราบพระ พ่อแม่ปู่ย่าตายายที่ชั้นบน จากนั้นก็รีบซ้อนท้ายรถของน้องสาวไปสถานีรถไฟปัตตานี.....เราหันกลับไปมองบ้านของเราบอกเขาเบา ๆ ว่า........ แล้วลูกจะมาเยี่ยมใหม่นะ ...

                                                                          สวัสดีครับ