เหมือนฟังพระเทศน์แล้วจำหัวข้อธรรมได้หมด อธิบายได้ดีด้วยว่า อะไรเป็นอะไร .. แต่ชีวิตยังจมอยู่ในกองทุกข์เหมือนเดิม

   เช้านี้ผมตั้งใจจะเขียนบันทึกเล่าเรื่องน่าสนใจที่ผ่านพบมาเมื่อวาน  แต่พอเข้า Planet ลานประสบการณ์ ก็ได้ไปพบและอ่านเรื่องที่โดนใจเข้าอีกแล้วครับ  เป็นเรื่องที่ไม่สลับซับซ้อนอะไร  เพียงแต่เราไม่ค่อยได้ใส่ใจ นำไปปฏิบัติจริงๆกันเท่านั้นเอง  เหมือนฟังพระเทศน์แล้วจำหัวข้อธรรมได้หมด อธิบายได้ดีด้วยว่า อะไรเป็นอะไร .. แต่ชีวิตยังจมอยู่ในกองทุกข์เหมือนเดิม .. ที่ว่ารู้แล้ว จึงเป็นเพียงแค่ ท่องได้จำได้เท่านั้น

   เรื่องดังกล่าวมีสาระสำคัญอยู่ที่

     - Body of Knowledge
     - Process of Knowing
     - Learning Passion 

   
ผมใคร่ขอถือโอกาสนี้บอกกล่าวความในใจเกี่ยวกับท่านเจ้าของบันทึกสักเล็กน้อยว่า  ถ้าโดยวัยวุฒิ และความรู้สึกผูกพัน ท่านคือ น้องชายที่ผมรักและศรัทธามาก  แต่ถ้าว่าด้วยคุณวุฒิและประสบการณ์ ท่านคืออาจารย์ของผมครับ เราเริ่มรู้จัก และมีโอกาสช่วยเหลือกันในหน้าที่การงานอย่างไร ก็เป็นมาด้วยดีสม่ำเสมอ แม้ว่าระยะหลังจะมีโอกาสพบเจอกันน้อยมากก็ตาม  ผมไม่ได้รู้สึกว่าห่างไกลจากท่านเลย เพราะท่านคิด และเขียนอะไร มันก็วิ่งเข้ามาอยู่ใน ลานประสบการณ์ ของผมทันที  ด้วยมหัศจรรย์แห่ง Gotoknow ครับ

   จากบันทึกของท่านเมื่อเช้านี้  ทำให้ผมมาทบทวนเรื่องราวที่เคยคิด เคยทำ ก็พบความสอดคล้องต้องกันกับสิ่งที่ท่านนำเสนอ จึงได้ไปเขียนต่อท้ายบันทึกนั้นไว้ว่า ...

สวัสดีครับอาจารย์

  • ชัดเจน และ ตรงใจ มากครับ
    - Body of Knowledge
    - Process of Knowing
    - Learning Passion
  • ขออนุญาตนำไปขยายผลต่อนะครับ  ช่วง 2-5 กันยายน 51 คณะฯ ให้ผมไปช่วยเรื่อง KM อีกครั้ง คงได้ใช้ประเด็นนี้และข้อชี้แนะอื่นๆ ที่อาจารย์ได้เคยให้ไว้ มาเสริม เพื่อให้เป็น KM ที่มีชีวิตและสถิตย์อยู่ในงาน ครับ 
  • เรื่อง  Learning Passion  นั้น ผมให้ความสำคัญมากครับ  เคยร่วมทีมทำวิจัยเกี่ยวกับกระบวนการเรียนรู้ที่ดีและค้นพบว่า  Learning Passion นี่สำคัญจริงๆ และจะต้องทำให้เกิดตั้งแต่จุดเริ่มต้นของกระบวนการเรียนรู้กันเลยทีเดียว ทั้งต้องเสริมพลังดังกล่าว เสมอๆ ในจังหวะที่เหมาะสมตลอดกระบวนการแห่งการเรียนรู้  ต่างกันแต่เพียงพวกเราเรียกมันว่า ความ " มุ่งมั่นด้วยศรัทธา " ครับ
  • พูดไปพูดมากลับกลายเป็นว่าเรื่องนี้ก็มีอยู่เด่นชัดในพระไตรปิฎกหรือหัวข้อธรรมในพระพุทธศาสนาอีกแล้วครับ " ฉันทะ " ใน " อิทธิบาทสี่ " นั่นเอง ใช่มั้ยครับอาจารย์
  • งานใดก็ตามถ้าเริ่มต้นหรือดำเนินไปด้วยการมี " ฉันทะแท้ "  กันทุกคนในทีมงาน ผมว่าความสุขความสำเร็จในการทำงานร่วมกันนั้นอยู่ใกล้แค่เอื้อมครับ และแน่นอนว่าจะต้องไม่ละเลยตัวอื่นๆด้วย ทั้ง วิริยะ  จิตตะ และ วิมังสา ครับ เพราะต่างต้องนำมาใช้ให้สอดประสานกันอย่างพอเหมาะ พอดี จึงจะเกิดผล
  • ขอบคุณมากครับ

        อ่านมาถึงตรงนี้ หลายท่านคงถึง บางอ้อ เรียบร้อยแล้ว เพราะไปอ่านบันทึกดังกล่าวมาแล้ว  แต่ถ้ายังไม่ได้อ่าน อย่าช้าอยู่เลยครับ  รีบ คลิกที่นี่ เดี๋ยวนี้เลย  รับรองว่ามีประโยชน์ หากนำไปทำ